อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ยืนยันคุ้มครองลูกค้าทุกรายที่ถือกรมธรรม์ฯ

อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ตอกย้ำความแข็งแกร่งท่ามกลางสถานการณ์โควิด 19 ยืนยันให้ความคุ้มครองลูกค้าทุกรายที่ถือกรมธรรม์อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิตและสุขภาพ พร้อมเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือต่อเนื่อง สนับสนุนสังคมไทยให้เดินหน้าฝ่าโควิดไปด้วยกัน

นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารงานลูกค้า บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์วิกฤตโควิด 19 ในขณะนี้ มีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นมากมาย ทำให้ผู้บริโภคเริ่มเกิดความไม่มั่นใจ สำหรับ อลิอันซ์ อยุธยา ในฐานะผู้นำในประกันชีวิตและสุขภาพ ขอยืนยันความมั่นคงของบริษัท และยืนยันความคุ้มครองที่ลูกค้าจะได้รับจะเป็นไปตามกรมธรรม์ที่ลูกค้าถือไว้ทุกประการ บริษัทไม่มีนโยบายในการยกลิกสัญญากับลูกค้าอันเนื่องมาจากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้จ่ายเคลมตามกรมธรรม์จากสถานกาณณ์โควิด 19 ไปแล้ว กว่า 2,500 เคส ยอดเคลมกว่า 157 ล้านบาท นอกจากนั้น ยังมีมาตรการเสริมความคุ้มครองโควิด-19 รอบด้านสำหรับลูกค้า อาทิ การให้ความคุ้มครอง กรณีลูกค้าติดเชื้อและเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน ซึ่งครอบคลุมการรักษาทั้งในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (hospitel) ความคุ้มครองการตรวจหาเชื้อโควิด-19 สำหรับลูกค้าที่มีอาการและได้รับคำแนะนำจากแพทย์ การช่วยประสานงานและให้คำปรึกษาการเข้ารับการรักษา กรณีที่ลูกค้า ได้รับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นโควิด-19 และ การลดระยะเวลารอคอยให้ลูกค้าได้รับความคุ้มครองเร็วขึ้น กรณีที่ลูกค้ามีการซื้อสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพฉบับใหม่ โดย ลดระยะเวลารอคอยการเข้ารับการรักษาด้วยโรคโควิด-19 จาก 30 วันเป็น 14 วัน และสามารถใช้บริการเคลมแบบที่ลูกค้าไม่ต้องสำรองจ่ายออกไปก่อน (แฟกซ์เคลม) จากเดิม ที่จะใช้สิทธิ์ได้ต้องรอ 90 วัน ลดเหลือเพียง 30 วันก็สามารถเคลมแบบไม่ต้องสำรองจ่ายได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของรพ.คู่สัญญา และ เงื่อนไขกรมธรรม์ด้วย

“ไม่ว่าสถานการณ์จะไม่แน่นอนซักเพียงใด อลิอันซ์ อยุธยา จะอยู่เคียงข้างลูกค้า พร้อมที่จะให้ความคุ้มครองตามคำมั่นสัญญาของเรา และพร้อมจะเป็นอีกแรงขับเคลื่อนของสังคมไทย ที่จะจับมือทุกฝ่ายก้าวผ่านสถานการณ์ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน” นางสาวพัชรา กล่าวทิ้งท้าย

มอบฟ้าทะลายโจร บรรเทาอาการโควิด-19

ทีมงานจาก โรงพยาบาลนวเวช โรงพยาบาลย่านเกษตรนวมินทร์ รัชดา-รามอินทรา ที่มุ่งให้บริการทางการแพทย์ที่ดีและเข้าถึงง่าย มอบสมุนไพรฟ้าทะลายโจรให้กับสำนักงานเขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยจากการแพร่ระบาดโรคโควิด 19 ในพื้นที่เขตบึงกุ่ม ซึ่งยาสารสกัดฟ้าทะลายโจร และยาผงฟ้าทะลายโจร ได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชียาหลักฯ เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2564 ยาดังกล่าวสามารถใช้รักษาผู้ป่วยโควิดที่มีอาการน้อยได้ โดยมี นายนันทพงศ์ แก้วศรี (กลาง) ผู้อำนวยการเขตบึงกุ่ม เป็นตัวแทนรับมอบ

แบคทีเรียร้ายในกระเพาะอาหาร…ภัยร้ายของกระเพาะอาหาร

ใครมีอาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นท้องบ่อยๆ อย่านิ่งนอนใจ เพราะคุณอาจกำลังติดเชื้อเอช.ไพโลโร อยู่ก็เป็นได้ ซึ่งเชื้อนี้สามารถสร้างปัญหาให้เราได้ตั้งแต่อาการเล็กๆ น้อยๆ แบบปวดท้อง ท้องอืด ไปจนถึงโรคร้ายอย่างมะเร็งกระเพาะอาหาร

บทความตอนนี้จึงได้นำคำแนะนำของ นพ.ปารินทร์ ศิริวัฒน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมระบบโรคทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลนวเวช มาบอกเล่าให้ได้ทราบถึงอันตรายของเชื้อชนิดนี้ รวมทั้งการวินิจฉัยและรักษาหากติดเชื้อขึ้นมา

เอช.ไพโลไร (H pylori) เป็นเชื้อแบคทีเรียแกรมลบ ถูกพบบนพื้นผิวของกระเพาะอาหารครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1984 โดย Barry J. Marshall and Robin Warren นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลีย ปัจจุบันพบว่ามากกว่า 50% ของประชากรโลกมีการติดเชื้อเอช.ไพโลไร ซึ่งติดต่อผ่านทางน้ำลายและการกินอาหารร่วมกันโดยไม่ใช้ช้อนกลาง

การติดเชื้อเอช.ไพโลไร จะก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังของเนื้อเยื้อกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก นำไปสู่การเกิดอาการไม่สบายท้อง มีอาการปวดท้อง อืดแน่นท้อง และก่อให้เกิดโรคในกระเพาะอาหารมากมาย เช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบ โรคแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น และเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร

การวินิจฉัยการและการรักษาทำได้หลายวิธี ได้แก่ 1.การส่องกล้องในกระเพาะอาหาร (EGD) เพื่อตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ 2.การตรวจลมหายใจ (UBT) 3.การตรวจการติดเชื้อในอุจจาระ (Stool H pylori Antigen) แต่วิธีที่เป็นมาตรฐานในการตรวจวินิจฉัยคือ การส่องกล้องเพื่อเข้าไปตัดชิ้นเนื้อในกระเพาะอาหารมาตรวจ โดยวิธีการส่องกล้องในกระเพาะอาหารนั้นทำได้ไม่ยุ่งยาก เมื่อทำเสร็จแล้วพักสังเกตอาการเพียงครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงก็สามารถกลับบ้านได้ การส่องกล้องทางกระเพาะอาหารในผู้ป่วยที่มีอาการปวดท้องนั้นนอกจากจะตรวจเรื่องของการติดเชื้อเอช.ไพโลไรแล้ว ยังสามารถตรวจว่ามีแผลในกระเพาะอาหารหรือมีมะเร็งกระเพาะอาหารหรือไม่

ปัจจุบันนี้ทางสมาคมโรคทางเดินอาหารแห่งประเทศไทยแนะนำให้ผู้ป่วยอายุเกิน 50 ปี ที่มีอาการปวดท้องเกิดขึ้นใหม่ ควรได้รับการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบนทุกราย หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยการติดเชื้อเอช.ไพโลไรจะได้รับการรักษาโดยการให้ยายับยั้งการหลั่งกรดร่วมกับยาปฏิชีวนะ เมื่อได้รับการรักษาควรกลับมาตรวจยืนยันการติดเชื้อว่าได้หายขาดแล้ว

สําหรับผู้ที่สงสัยว่าอาจมีความผิดปกติเกิดขึ้นกับระบบทางเดินอาหาร หรือคนในครอบครัวเคยมีประวัติเป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร ควรตรวจหาความเสี่ยง หรือปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง เพื่อป้องกันการเกิดโรคร้ายต่อไป

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร สามารถขอรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่โรงพยาบาลนวเวช โทร.02 483 9999 หรือ www.navavej.com

กลุ่มทรู เสริมศักยภาพด้านการสื่อสาร รพ.สนามพิทักษ์ราชัน

ทุกวันนี้กรุงเทพฯ เป็นจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อโควิดมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ ส่งผลให้ทุกฝ่ายต้องเร่งช่วยเหลือในด้านต่างๆ อย่างเต็มกำลัง ล่าสุด โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ โดย พลตรี นายแพทย์ เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการ (กลาง) รับมอบการสนับสนุนด้านการสื่อสารจาก กลุ่มทรู โดย นายคมเพชร สุสังข์ ผู้จัดการฝ่ายปฎิบัติการบำรุงรักษาโครงข่าย (ที่ 3 จากซ้าย) ที่ได้นำศักยภาพผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัล ร่วมเสริมแกร่งโรงพยาบาลสนามพิทักษ์ราชัน (โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดินแห่งที่ 2) บนถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งจัดตั้งขึ้นสำหรับดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มผู้สูงอายุ รองรับผู้ป่วยจำนวน 850 เตียง โดยทรู ได้ส่งทีมวิศวกรลงพื้นที่ติดตั้งรถโมบายล์ชุมสายเคลื่อนที่เร็ว ทรูมูฟ เอช (COW หรือ Cell-On-Wheel) ขยายสัญญาณเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5G / 4G ที่สามารถรองรับการใช้งานพร้อมกันได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงยังติดตั้งไฟเบอร์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และตัวกระจายสัญญาณให้ใช้ WiFi ฟรีภายในอาคาร เพื่อให้แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 กว่า 1,000 ราย สามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างราบรื่น ไม่สะดุด ซึ่งการสนับสนุนดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ซีพีร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด-19” อีกทั้งยังตอกย้ำความตั้งใจของกลุ่มทรูที่จะอยู่เคียงคู่คนไทยให้ก้าวผ่านวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกันโดยเร็ว

IMH เปิดจุดฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม รอบประชาชน

บมจ.โรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ หรือ โรงพยาบาล อินเตอร์เมดฯ (IMH) ได้รับเลือกเป็นสถานพยาบาลฉีดวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” รอบประชาชนทั่วไป ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ล่าสุด ผนึก สมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยฯ(พญาไท) เปิดจุดฉีดวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” รอบประชาชน รองรับได้ถึงวันละ 1,000 คน เริ่มฉีด ปลาย ก.ค. นี้

ร.สิทธิวัตน์ กำกัดวงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโรงพยาบาลอินเตอร์เมดิคัล แคร์ แอนด์ แล็บ จำกัด (มหาชน) หรือ IMH และประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลประชาพัฒน์ เปิดเผยว่า ล่าสุด IMH ได้ขอความอนุเคราะห์ ทางสมาคมปราบวัณโรคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ใช้สถานที่ของทางสมาคมฯ เพื่อให้บริการฉีดวัคซีนตัวเลือก “ซิโนฟาร์ม” จุดใหม่กลาง กทม. เพื่อกระจายให้ประชาชน ให้ได้มากที่สุด โดยจะเปิดให้บริการฉีดวัคซีนฯ ได้ปลายเดือน ก.ค. นี้ ซึ่งIMH มีศักยภาพการรองรับการฉัดวัคซีนเฉลี่ยวันละ1,000 คน  ทั้งนี้ประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนเลือกสถานพยาบาลโรงพยาบาล อินเตอร์เมดฯ สามารถเข้ามารับบริการฉีดวัคซีนได้ระหว่างในวันจันทร์ – เสาร์ เวลา 9.00 -15.00 น.  โดยจะให้จุดฉีดวัคซีนสมาคมปราบวัณโรคฯ (พญาไท) ตั้ง อยู่ระหว่างสถานีรถไฟฟ้า BTS อารีย์ และสะพานควาย

ทั้งนี้ วันที่ 18 กรกฎาคม นี้ ประชาชนทั่วไป สามารถเข้าจองวัคซีนซิโนฟาร์ม ผ่าน Application “CRA SINOP” ของราชวิทยาลัยฯ โดยเปิดจองรอบแรกจำนวน 40,000 โดส สำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด (กรุงเทพฯ ปริมณฑล และ 4 จังหวัดภาคใต้) โดยกำหนดราคาวัคซีนซิโนฟาร์ม อยู่ที่ 1,554 บาท (เข็มละ 777 บาท) รับวัคซีน 2 เข็ม และได้ร่วมบริจาคครึ่งโดสให้กับผู้ด้อยโอกาส 1 บัตรประชาชนต่อ 1 สิทธิ์

“จากประสบการณ์และการได้รับความไว้วางใจดังกล่าว ส่งผลให้ IMH ได้รับเลือกให้เป็น1 ในสถานพยาบาลฉีดวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” รอบประชาชนทั่วไปของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งทาง IMH ได้ตั้งเป้าที่จะรองรับการให้บริการฉีดวัคซีนทางเลือกแก่ประชาชนทั่วไป ที่จองสิทธิผ่านราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และแจ้งความประสงค์ให้ IMH เป็นสถานพยาบาลฉีดวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” ได้สูงถึง 150,000 คน ภายในไตรมาส 3/2564 นี้  ซึ่งจากศักยภาพของ IMH ผนวกกับการการันตีความน่าเชื่อถือผ่านหน่วยงานระดับต้นๆของประเทศที่เข้ามาใช้บริการ ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงการเป็นผู้นำในการตรวจโควิด-19 และเป็นโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญด้านโควิดแบบครบวงจร อย่างแท้จริง”

Kabuto 22 จัดส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ ฟรี 3 กม.

Kabuto 22 (คาบูโตะ สองสอง) ร้านอาหารญี่ปุ่น จากประสบการณ์ของเชฟอาหารญี่ปุ่นมากกว่า 20 ปีมีความใส่ใจรายละเอียดวัตถุดิบของทุกเมนู รวมถึงเครื่องปรุงและส่วนผสมต่าง ๆ ที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน  เนื่องจากสถานปัจจุบัน ทางร้านรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 ด้วยการจัดส่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ฟรี 3 กม. พร้อมทั้งการันตีคุณภาพอร่อยเหมือนทานที่ร้าน ด้วยเมนูอาหารกว่า 100 เมนู

เชฟก๊อฟ นายปริญญา สายทิพย์ เจ้าของร้าน Kabuto 22 (คาบูโตะ สองสอง)กล่าวว่า ร้าน Kabuto 22 เกิดจาก เชฟก๊อฟ ซึ่งอยู่ในวงการอาหารญี่ปุ่นมากกว่า 20 ปี  และ นิตยา สายทิพย์ เจ้าของร้าน Kabuto 22  (คาบูโตะ สองสอง)  มีแนวความคิดการถ่ายทอดประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในอาหารญี่ปุ่น รวมไปถึงการนำเสนอวัฒนธรรมการทานอาหารจากแดนอาทิตย์อุทัย ตามสไตล์ของร้านคาบูโตะ 22 ซึ่งแบรนด์โลโก้ของร้านมาจากตัวตนเจ้าของร้านเอง คำว่า Kabuto หมายถึง หมวกเหล็กของนักรบซามูไร ซึ่งเมื่อใดก็ตามที่ซามูไรสวมหมวกก็หมายถึงการพร้อมปฏิบัติหน้าที่ในทุกสนามรบ การสวมหมวกเชฟก็เช่นเดียวกัน ที่ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์แบบไหน พร้อมที่จะรังสรรค์ความอร่อยให้กับลูกค้าทุก ๆ คน ส่วนเลข 22 นั้น อยากจะสื่อถึงเลขที่เป็นคู่ หมายถึงการที่คน 2 คนตั้งใจและร่วมกันสร้างร้านนี้ขึ้นมา ซึ่งจะขาดใครไปซักคนไม่ได้ อีกทั้งเป็นเลขวันเกิดของทั้งเชฟและภรรยาด้วย และเนื่องด้วยจากสถานการณ์โควิด-19 ทางร้านมีบริการจัดส่งเดลิเวอรี่ฟรี ระยะทาง 3 กม. หรือสามารถสั่งผ่านแอปพลิเคชั่น Lineman, Robinhood

นิตยา สายทิพย์ เจ้าของร้าน Kabuto 22 กล่าวเสริมว่า จุดเด่นของร้าน Kabuto 22 จะอยู่ที่การคัดสรรวัตถุดิบและเครื่องปรุงต่าง ๆ ของแต่ละเมนู ซึ่งเชฟจะเป็นคนใส่ใจทุกรายละเอียด ทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ รวมถึงส่วนผสมของทางร้านแทบจะทุกตัวเลยก็ว่าได้ ทางร้านจะปรุงซอสเองทั้งหมด ซึ่งเป็นกรรมวิธีสูตรเฉพาะของเชฟก๊อฟ  ตั้งแต่วัตถุดิบตั้งต้น เช่นน้ำส้มตีข้าวสำหรับทำข้าวซูชิ,ซอสซูชิ,ซอสโชยุ ,ซอสเทอริยากิ, น้ำสลัด,น้ำยำสำหรับทานกับปลาดิบ (อันนี้แซ่บสไตล์ไทยๆ) ผักดองสูตรของทางร้าน ที่แม้แต่ลูกค้าคนญี่ปุ่นเองยังติดใจ รวมถึงวิธีการแล่ปลา  การบ่มปลา เพื่อชูจุดเด่นรสชาติของปลาที่แท้จริงออกมา  บอกเลยว่าเมนูปลาสดที่นี่รสชาติ การันตีความสด อร่อย นอกจากนี้มีเมนูอื่น ๆ ที่เชฟภูมิใจนำเสนอ มีกว่า 100 เมนู”  ซึ่งร้าน Kabuto 22 เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์และอร่อย เชฟสามารถรังสรรค์ทุกเมนู และสามารถชูจุดเด่นของวัตถุดิบแต่ละเมนูออกมาได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเชฟยังมีความเป็นกันเองกับลูกค้าให้ความรู้สึกเหมือนมาทานข้าวบ้านเพื่อน

สำหรับเมนูของทางร้าน Kabuto 22 พลาดไม่ได้กับเมนูซูชิที่ทางร้านให้ความสำคัญในทุกขั้นนตอนทุกอย่างเป็นอย่างดี  kabuto Sushi มีความพิเศษโดยเริ่มจากข้าวซูชิ ที่ใช้น้ำส้มตีข้าว ด้วยสูตรของทางร้านเอง ซึ่งเป็นรสชาติเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทานอร่อยลงตัวกับวัตถุดิบที่มีคุณภาพ อีกทั้งซอสโชยุสูตรของทางร้านเอง แม้กระทั่งวาซาบิ ที่นำเข้าจากญี่ปุ่น ที่มีความหอม ช่วยชูรสชาติของวัตถุดิบได้เป็นอย่างดี

Ebi Furai Curry Rice (ข้าวหน้าแกงกะหรี่กุ้ง) : ต้องบอกเลยว่าเชฟร้านนี้ไม่ได้มีดีแค่เรื่องซูชิ เมนูครัวร้อนของทางร้าน อย่างเช่นข้าวแกงกะหรี่ก็อร่อยเด็ดไม่แพ้กัน ความหอม ความเข็มข้น เผ็ดกลางๆ ได้รสสัมผัสของส่วนผสมเครื่องเทศ  ทานกับข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ไม่ว่าจะท็อปปิ้งไหนก็คือดีงาม เช่น ข้าวแกงกะหรี่กุ้ง   ชุบเกร็ดขนมปัง มีความกรอบนอก เนื้อกุ้งแน่นๆข้างใน เมนูนี้เป็นเมนูต้องลอง….ไม่ผิดหวังแน่นอน

Hotate Kani Miso Cheese  (โฮตาเตะ คานิ มิโซะ ชีส) : เป็นเมนู fusion ที่เสิร์ฟด้วยกระดองปูซูไวกานิ ที่มีมันของปูซูไวเน้นๆ นำมาคลุกกับข้าวซูชิและหอยเชลล์ฮอกไกโด ท็อปปิ้งด้วย Mozzarella cheese แล้วย่างบนเตาถ่าน ความร้อนจะให้ชีสละลายซึมเข้ากับมันปูซูไว บวกกับหอยเชลล์ฮอกไกโดเมื่อโดนความร้อนจะเพิ่มความหวานมากยิ่งขึ้น สายมันปูและสายชีสไม่ควรพลาดเลย

Sashimi Salad  (สลัดปลาดิบรวม) : เมนูนี้ประกอบด้วยปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาฮามาจิ และผักเพื่อสุขภาพหลากหลายชนิด ทานคู่กับน้ำสลัดสูตรเด็ดของร้าน ซึ่งบอกเลยว่าถ้าได้ลอง ต้องมีซ้ำอีกแน่นอน

Miyazaki Wagyu Steak (สเต็กเนื้อวากิวมิยาซากิ) : ที่สุดของเนื้อวากิว ระดับ A4ส่งตรงจาก เมืองมิยาซากิ ประเทศญี่ปุ่น มีกลิ่นหอมของเนื้อ มีรสชาตินุ่ม ละมุนลิ้น ทำให้เมนูนี้ ติดอันดับเมนูขายดีประจำร้านเลยทีเดียว

Salmon Sashimi (แซลมอนซาชิมิ) ทางร้านเลือกใช้ที่ว่าแทสมาเนียนแซลมอน ด้วยเหตุผลที่ว่าสายพันธุ์นี้เป็นปลาถูกเลี้ยงมาจากแหล่งที่ขึ้นชื่อเรื่องความสะอาดและบริสุทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตามชื่อของสายพันธุ์ของปลาแซลมอน ส่งผลถึงความสมบูรณ์ของปลา ซึ่งเนื้อปลามีปริมาณไขมันแทรกอย่างพอดี ทำให้เนื้อปลาแน่นเด้ง ไม่เละ ไม่เลี่ยน ประกอบกับรสชาติที่หวานนุ่ม ทานคู่กับโชยุและวาซาบิ คือได้รสชาติที่ดีที่สุดและที่สำคัญมาก ๆ คือ เชฟใส่ใจทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การเลือกบริษัทที่นำเข้าปลาที่มีมาตรฐาน มีใบรับรองถูกต้อง รวมไปถึงเทคนิคและวิธีการขึ้นปลา แล่ปลา และการบ่มปลา การจัดเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม ทำให้เนื้อปลาแซลมอนของของร้านคาบูโตะ22 อร่อย สด สะอาด ได้รสชาติเต็มๆคำ

เชฟก๊อฟ นายปริญญา สายทิพย์ เจ้าของร้าน Kabuto 22 (คาบูโตะ สองสอง) กล่าวเสริมว่า ร้าน Kabuto 22 (คาบูโตะ สองสอง) เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆของเมืองสมุทรปราการ หากสถานการณ์ดีขึ้น อยากเชิญชวนมาทานที่ร้านและร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องอาหารกันครับ  Kabuto 22 ยินดีต้อนรับทุกคนครับ

SNNP เทรดวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ 20 ก.ค.นี้

‘บมจ.ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง’ หรือ SNNP ผู้นำผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวของประเทศไทย  พร้อมนำหุ้นเข้าเทรดวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 20 ก.ค. นี้ พร้อมโชว์ศักยภาพมุ่งสู่ผู้นำตลาดในภูมิภาคอาเซียน จากแผนสร้างรากฐานการผลิตและระบบจัดจำหน่ายรับการส่งออกทั่วโลก เดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์กัญชงเสริมพอร์ตโฟลิโอ ตอบโจทย์เมกะเทรนด์โลก ผลักดันสู่เป้าหมายยอดขายแตะ 8,000 ล้านบาท ภายในปี 2569  

นายวิวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน)  (“บริษัทฯ”) หรือ SNNP หนึ่งในผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวของประเทศไทย เปิดเผยว่าบริษัทฯ พร้อมนำหุ้นเข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 โดยใช้ชื่อย่อ ‘SNNP’ หลังปิดการเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 240 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกินร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ ที่ราคาเสนอขายสุดท้าย 9.20 บาท ต่อหุ้น ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมากจากกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย ที่เชื่อมั่นในพื้นฐานทางธุรกิจและศักยภาพการดำเนินงานในอนาคต โดยมีนักลงทุนสถาบันให้ความสนใจเข้ามาจองซื้อเป็นจำนวนมากกว่า 17 เท่าของจำนวนหุ้นที่เสนอขายต่อนักลงทุนสถาบัน  

ทั้งนี้ หลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทฯ มุ่งสร้างการเติบโตเป็น 2 เท่า หรือมีรายได้ 8,000 ล้านบาทภายในปี 2569 โดยสร้างรากฐานการผลิตและระบบจัดจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทั้งในแง่ของกำลังการผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนโดยรวม รวมถึงขยายการจัดจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียน ผ่านบริษัทย่อยในทั้ง กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันโรงงานในกัมพูชาได้เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงงานในประเทศเวียดนาม ซึ่งคาดว่าโรงงานในส่วนที่ 1 จะแล้วเสร็จในปี 2565 และโรงงานทั้งหมดจะแล้วเสร็จช่วงสิ้นปี 2566 ส่งผลให้ SNNP มีฐานการผลิตครอบคลุมทั้งในประเทศไทย กัมพูชา และเวียดนาม รองรับกับแผนการส่งออกสู่ตลาดใหม่ๆ จากปัจจุบันที่ส่งออกไปยัง 5 ทวีป รวมกว่า 35 ประเทศทั่วโลก

นอกจากนี้ SNNP ยังมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากกัญชงและกัญชา รวมทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างพอร์ตโฟลิโอให้มีความหลากหลาย รวมถึงแผนต่อยอดแบรนด์ที่เป็นผู้นำตลาด อาทิ  เจเล่ เบนโตะ โลตัสขาไก่ เมจิกฟาร์ม และเครื่องดื่มอควาวิตซ์ เป็นต้น โดยมุ่งพัฒนาทั้งรสชาติ ขนาดและราคา ให้เหมาะกับความต้องการและกำลังซื้อของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ (Localization)

“เราพร้อมรุกขยายธุรกิจสู่การเติบโตแบบก้าวกระโดดในทุกมิติ เพื่อขับเคลื่อนให้ SNNP ก้าวสู่ผู้นำในภูมิภาคอาเซียน ด้วยแผนงานที่ได้วางรากฐานทั้งการผลิตและระบบจัดจำหน่าย เพื่อขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคอาเซียนและส่งออกสินค้าไปสู่ตลาดใหม่ๆ ทั่วโลก และด้วยศักยภาพทางธุรกิจที่บริษัทฯ วางไว้อย่างแข็งแกร่งนี้ จะผลักดันให้ผลการดำเนินงานของ SNNP  เติบโตอย่างยั่งยืน” นายวิวรรธน์ กล่าว 

นางสาววีณา เลิศนิมิตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และตัวแทนบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย  กล่าวว่า SNNP มีศักยภาพและพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยสนับสนุนการดำเนินงานไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ด้วยข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขันจากการมีแบรนด์พอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายและตราสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ เป็นที่รู้จักของผู้บริโภค พร้อมกับมีทีมวิจัยและพัฒนาที่มีความมุ่งมั่นสร้างสรรค์สินค้าใหม่ที่หลากหลาย รวมถึงมีฐานการผลิตและระบบจัดจำหน่ายในประเทศและต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยผลักดันให้ SNNP เติบโตได้อย่างยั่งยืน เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวแห่งอาเซียนในอนาคต

UAC ยิ้ม โรงไฟฟ้าชุมชน ขอนแก่น-มหาสารคาม ผ่านฉลุย

บมจ. ยูเอซี โกลบอล (UAC) ปลื้มโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน 2 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 6 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดขอนแก่น – มหาสารคาม ผ่านคุณสมบัติทางเทคนิค ด้าน CEO “ชัชพล ประสพโชค” ระบุเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานในโครงการที่ไม่ผ่าน มั่นใจด้วยศักยภาพ และความพร้อมทั้งนวัตกรรม-เสถียรภาพทางการเงิน-การจัดหาแหล่งเชื้อเพลิง ช่วยผลักดันธุรกิจเติบโตแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคต และพร้อมเป็นที่ปรึกษาโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนก๊าซชีวภาพพืชพลังงานให้กับพันธมิตรทุกราย

นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ได้ประกาศรายชื่อผู้ผ่านพิจารณาคุณสมบัติและข้อเสนอขอขายไฟฟ้าด้านเทคนิค โครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก (โครงการนำร่อง) พ.ศ. 2564 รับซื้อไฟฟ้าเข้าระบบ ไม่เกิน 150 เมกะวัตต์ บริษัทย่อยของบริษัทฯ ทั้ง 2 บริษัทฯผ่านการพิจารณาคุณสมบัติและคำเสนอขอขายไฟฟ้าทางเทคนิค จากการผลิตโรงไฟฟ้าประเภทชีวภาพ จำนวน 2 โครงการ ประกอบด้วย บริษัทยูเอซี แอนด์ ทีพีที เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ที่ตั้ง ตำบล นาฝาย อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น และ บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ ครอป พาวเวอร์ 4 จำกัด ที่ตั้ง ตำบลหนองโก อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมราว 6 เมกะวัตต์

“ UAC ยื่นประมูลไปทั้งสิ้น 6 โครงการ กำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 18 เมกะวัตต์ เฉลี่ยโครงการละ 3 เมกะวัตต์ และผ่านคุณสมบัติ 2 โครงการ ส่วนอีก 4 โครงการที่ไม่ผ่านเกณฑ์ บริษัทฯ อยู่ระหว่างการตรวจสอบสาเหตุ และจะยื่นอุทธรณ์ในลำดับต่อไป ซึ่งคาดว่ากระบวนการพิจารณาจะเกิดขึ้นอีกครั้งในช่วง 1 เดือนถึงเดือนครึ่ง ก่อนจะแข่งขันในเชิงพาณิชย์ได้จริงช่วงประมาณเดือนก.ย.นี้”

ทั้งนี้ ภายหลังการพิจารณาจากยื่นอุทธรณ์แล้วเสร็จทาง กฟภ. จะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการภายในวันที่ 9 กันยายน 2564 และกำหนดลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าภายใน 120 วัน นับจากวันประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือก หรือภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 และกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2567

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีความพร้อมด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี รวมถึงประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในธุรกิจพลังงานจากก๊าซชีวภาพมากว่า 10 ปี และยังมีโรงไฟฟ้าต้นแบบอยู่ที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นโครงการนำร่อง พร้อมทั้งยังได้ร่วมมือกับทางวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ในการจัดหาเชื้อเพลิงจะต้องมีสัญญารับซื้อเชื้อเพลิงในราคาประกันกับวิสาหกิจชุมชน หรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนตามเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนดไว้ ซึ่งจากศักยภาพดังกล่าวเป็นการการันตีได้กว่า UAC เป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนเศรษฐกิจในระดับฐานรากเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในอนาคตต่อไป

“UAC มีศักยภาพและความพร้อม ทั้งเทคโนโลยี แหล่งเงินทุน รวมถึงด้านเชื้อเพลิง ที่สำคัญยังมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก และยังมีเครือข่ายความร่วมมือจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ดังนั้นจึงเชื่อว่าจากปัจจัยดังกล่าว UAC พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาช่วยต่อยอดและผลักดันภาพรวมธุรกิจโรงไฟฟ้าชุมชนก๊าซชีวภาพพืชพลังงานของพันธมิตรทุกราย ให้เติบโตอย่างยั่งยืนมีนัยสำคัญในอนาคต ” นายชัชพล กล่าวทิ้งท้าย

“ไอร่า” ประสบความสำเร็จขายหุ้นกู้ดุสิตธานี

นางนลินี  งามเศรษฐมาศ ประเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่าแคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ดุสิตธานี  จำกัด (มหาชน) ที่มาแสดงความขอบคุณเนื่องในโอกาสที่ กลุ่มบริษัท ไอร่า แคปปิตอล ประสบความสำเร็จในการจำหน่ายหุ้นกู้บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1/2564 ขายให้กับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ในวงเงิน 1,000 ล้านบาท

กลุ่มบริษัทดุสิตธานี  มีประสบการณ์และเชี่ยวชาญในธุรกิจโรงแรมยาวนานกว่า 70 ปี ที่ผ่านมาโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ถือเป็นต้นแบบของโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวให้กับโรงแรมอื่นๆ และยังเป็นฐานที่แข็งแกร่งในการขยายกิจการไปทั่วประเทศไทยและในต่างประเทศ ปัจจุบันกำลังพัฒนาโครงการ Dusit  Central Park ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า 3.67 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จ ปี 2566

เปิดแผน ‘ทีวี ธันเดอร์’ ใช้กลยุทธ์ KOL Marketing เพิ่มมูลค่า

เรียกว่าปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ผลิตคอนเทนต์ที่เข้าถึงผู้ชมในทุกแพลตฟอร์ม ล่าสุดได้เปิดบริการที่เป็นการพัฒนาต่อยอด Asset ที่มี มาช่วยเสริมและเพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้กับพาร์ทเนอร์ รวมไปถึงลูกค้าคนสำคัญ

นายณฐกฤต วรรณภิญโญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันผู้คนใช้ชีวิตอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้นอย่างต่อเนื่องสถานการณ์โควิดยิ่งเป็นตัวเร่งให้ผู้ คนใช้จ่ายผ่านออนไลน์มากขึ้น เห็นได้จากตลาดอีคอมเมิร์ซมีมูลค่าเติบโตมากขึ้นกว่าหลายอุตสาหกรรม การรับรู้ของผู้บริโภคนั้นเปลี่ยนไป การโฆษณาสินค้าไม่จำกัดเพียงแค่ศิลปิน ดารา-นักแสดงเท่านั้น ยังมีกลุ่มเน็ตไอดอล หรือ Influencer ที่เข้ามามีบทบาทสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าหรือแบรนด์นั้นๆ เป็นอย่างมาก นั่นก็คือการตลาดแบบKOLMarketing (Key Opinion Leader) ถ้ามองตัวเลขแล้วมีการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปี 2564 มีการเติบโตสูงถึง 712% และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตรงนี้ทีวี ธันเดอร์ในฐานะ Entertainment Value Creator แน่นอนว่าเราคำนึงถึงการสร้างคุณค่าเป็นสำคัญ มีการปรับกลยุทธ์การทำงานด้วยการใช้การตลาดแบบ KOL Marketing เพื่อเพิ่มมูลค่าและตอบโจทย์พาร์ทเนอร์ และลูกค้าของเราให้ได้มากที่สุด

จุดแตกต่างของเราคือ คลังข้อมูลจากรายการ Take Me Out Thailand รายการเดทติ้งเกมส์โชว์อันดับหนึ่งของประเทศไทย ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องและยาวนานถึง 10 ปี ปัจจุบันเรามีผลผลิตหนุ่มสาวจากรายการ แบ่งออกเป็นหนุ่มโสดกว่า 500 คน, สาวโสด 190 คน,มีแบล็คเอาท์ 52 คน, ยังมีสาวโพเดียมอีก 1,000 กว่าคน บางคนมีไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นไม่ว่าจะเป็นด้านบิวตี้ความงาม หรือเป็นหนุ่มสาวที่รักสุขภาพชื่นชอบการออกกำลังกาย บางคนมีงานอดิเรกที่สร้างความเป็นตัวตน รวมถึงเชี่ยวชาญในด้านใดด้านหนึ่งเป็นพิเศษ เราได้รวบรวมข้อมูลและแบ่งกลุ่ม KOL ที่มีอย่างละเอียด KOL ของเรามีช่องทางในการติดตามบนโซเชียลมีเดียทั้ง Facebook, Instagram, Tiktok, Youtube ยอดฟอลโล่วเริ่มตั้งแต่ 1k ขึ้นไป จนถึงหลักล้าน ในการทำงานจะมีการมอนิเตอร์ประสิทธิภาพของการทำงานในแคมเปญต่างๆของ KOL อย่างเป็นระบบ ทำให้ข้อมูลที่ได้รับการนำเสนอมีน้ำหนัก และความน่าเชื่อถือ ตรงกับความสนใจของผู้บริโภค

“ผมมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการเพิ่มมูลค่าทางการตลาดที่เราสามารถทำใหักับลูกค้าและพาร์ทเนอร์ของเราได้ ตรงตามที่เราตั้งใจจะทำให้ content ของเราสร้างมูลค่าสูงสุดได้อย่างไร นอกจากนี้รายการ Take Guy Out และ You are my fantasy เราก็ใช้กลยุทธ์ในแบบเดียวกัน เพราะเชื่อมั่นว่าเป็นการทำการตลาดที่ตอบโจทย์ว่าสังคมออนไลน์ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคและผู้ชมอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยคาดการณ์ตัวเลขจากบริการนี้ถึงสิ้นปี 2564 อยู่ที่ 10 ล้านบาท” นายณฐกฤต กล่าวทิ้งท้าย