ทำความรู้จัก สินมั่นคงประกันภัย

บริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชนเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการบริการรับประกันวินาศภัยเป็นหลักเริ่มดำเนินธุรกิจ ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม .. 2494 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 2 ล้านบาท ภายใต้ชื่อ บริษัท บ้วนฮงเซ้งประกันภัย จำกัด

ต่อมาภายหลังได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท สินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจรับประกันวินาศภัย 4 ประเภท ได้แก่ ประกันภัยรถยนต์ ประกันอัคคีภัย ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ประกันภัยเบ็ดเตล็ด บริษัทฯ ได้เพิ่มทุนอย่างสม่ำเสมอเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจประกันภัย ปัจจุบันบริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท

และเมื่อพิจารณาในส่วนเงินกองทุนตามประกาศนายทะเบียนเรื่องการดำรงเงินกองทุนของบริษัทประกันวินาศภัยตามระดับความเสี่ยงลงวันที่ 31 สิงหาคม 2554 ซึ่งได้กำหนดว่า ตั้งแต่ 1 มกราคม 2556 เป็นต้นไป บริษัทฯ จะต้องมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนไม่ต่ำกว่าร้อยละ 140 โดยข้อมูล 31 ธันวาคม 2559 บริษัทฯ มีอัตราส่วนดังกล่าวที่ร้อยละ 497.31 และบริษัทฯ ยังคงมีเงินกองทุนส่วนเกินกว่าที่กฏหมายกำหนดเป็นจำนวนถึง 5,832.66 ล้านบาท ถือเป็นเงินกองทุนส่วนเกินซึ่งสามารถรองรับการขยายงานในอนาคต

บริษัทฯ เป็นบริษัทประกันวินาศภัยที่รับประกันรถยนต์เป็นหลักและเป็นบริษัทฯ แรกที่ได้รับความไว้วางใจให้จดทะเบียน ภายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันจัดอยู่ในห้าอันดับแรกของบริษัทฯ ที่มีเบี้ยประกันภัยรับสูงสุด โดยในปี 2534 จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่อมาปี 2535 ย้ายสำนักงานใหญ่มาอยู่ที่อาคารสินมั่นคงประกันภัย ถนนศรีนครินทร์ และปี 2537 จดทะเบียนแปรสภาพเป็น บริษัท มหาชน จำกัด

คณะกรรมการและผู้บริหาร

คณะกรรมการ

รายนาม

ตำแหน่ง

นายเรืองวิทย์ ดุษฎีสุรพจน์

ประธานกรรมการ

นายเรืองเดช ดุษฎีสุรพจน์

ประธานกรรมการบริหาร และ กรรมการผู้จัดการ

นางสุวิมล ชยวรประภา

กรรมการบริหาร

นางอัญชุลี คุณวิบูลย์

กรรมการ

นายวีระชัย งามดีวิไลศักดิ์

กรรมการอิสระ

นางสาวถนอมศรี สินสุขเพิ่มพูน

กรรมการ

นางสาวองค์อร สมประสงค์

กรรมการ

ผศ.ดร.ลลิตา หงษ์รัตนวงศ์

กรรมการอิสระ

นายสันทัด สงวนดีกุล

กรรมการอิสระ

นายประหยัด ฐิตะธรรมกุล

กรรมการ

SPI สนับสนุนโครงการ Save site staff ฝ่าวิกฤติโควิด

นางสาวธนินธร โชควัฒนา (ที่ จากขวา) ผู้อำนวยการสำนักงานสื่อสารองค์กรและธรรมาภิบาล บริษัท สหพัฒนา อินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPI ซึ่งเป็นบริษัทในโครงการประชารัฐเครือสหพัฒน์ และมูลนิธิร่วมใจเครือสหพัฒน์ 2540 ส่งมอบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า จำนวน 20,000 ซอง และปลากระป๋องตราซื่อสัตย์ จำนวน 10,000 กระป๋อง รวมมูลค่า 125,400 บาท ให้กับโครงการ Save Site Staff นำไปช่วยเหลือกลุ่มแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 

เดอะ สตรีท รัชดา ตั้งเคาน์เตอร์บริการ Take Away-Delivery

ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา พร้อมดำเนินการตามประกาศของกรุงเทพมหานครในการบรรเทาสถานการณ์โควิด-19 ให้คลี่คลาย โดยเปิดให้บริการเฉพาะการจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหารให้บริการเฉพาะบริการซื้อกลับบ้านและเดลิเวอรี่ (Take Away & Delivery) ร้านขายยาและเวชภัณฑ์ ธนาคารและสถาบันการเงิน ไปรษณีย์และพัสดุภัณฑ์ ร้านอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารและเครือข่ายโทรศัพท์ ร้านเครื่องมือช่างและอุปกรณ์ก่อสร้าง โดยศูนย์การค้าฯ เปิดให้บริการเวลา 11.00 – 20.00 น. ส่วนโซน 24 ชั่วโมงเปิดให้บริการเวลา 04.00 – 20.00 น.

สำหรับร้านอาหารที่เปิดให้บริการเฉพาะ Take Away & Delivery เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้าและคนส่งสินค้า (ไรเดอร์) ให้สามารถซื้ออาหารได้อย่างปลอดภัยและสะดวกมากขึ้น และยังเป็นการช่วยเหลือร้านอาหารผู้เช่าในช่วงสถานการณ์โควิด-19  ทางศูนย์การค้า ฯ ได้เปิดพื้นที่บริเวณลานโปรโมชัน ชั้น B เพื่อตั้งเคาน์เตอร์บริการ Take Away & Delivery เป็นการเปิดพื้นที่ฟรีไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยมีพนักงานร้านอาหารอร่อยแบรนด์ดังพร้อมประจำเคาน์เตอร์ อาทิ Food street, Shabushi, Oishi Ramen, Kakashi by Oishi, A Ramen, SushiOO, Shakariki432”, Wine I Love You, ต้าหลง ชาบู บักกุ๊ดเต๋, เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ, ตำมั่ว  รับออเดอร์ทุกวันตั้งแต่เวลา 11.00 – 20.00 น.

ทั้งนี้ การดำเนินการทั้งหมดอยู่ภายใต้การคุมเข้มจัดระเบียบมาตรการป้องกันเชิงรุก ซึ่งทางศูนย์การค้าฯ ยังคงคุมเข้มในการรักษามาตรฐานความปลอดภัยป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มข้น  โดยมีการทำความสะอาดและพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อบริเวณพื้นที่ภายในและภายนอกศูนย์การค้าฯ ทุกวัน ก่อนเปิดให้บริการและหลังปิดบริการ  ทำความสะอาดจุดต่าง ๆ ที่ต้องสัมผัสเป็นประจำด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทุก 1 ชั่วโมง  ตรวจวัดอุณหภูมิลูกค้าและคนส่งสินค้า (ไรเดอร์) ที่มาใช้บริการ รวมถึงพนักงานและเจ้าหน้าที่บริเวณที่ยังเปิดบริการก่อนเข้าปฏิบัติงาน จัดเตรียมเจลแอลกอฮอล์ล้างมือไว้บริการตามจุดต่าง ๆ จัดเตรียมจุดสแกน “ไทยชนะ” บริเวณทางเข้าศูนย์การค้า ฯ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ศูนย์การค้า เดอะ สตรีท รัชดา มีความห่วงใยคนไทยทุกคน และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐอย่างเต็มที่  ขอเคียงข้างและส่งกำลังใจให้คนไทยทุกคนเข้มแข็งและปลอดภัยจากโรคโควิด-19  พร้อมก้าวข้ามวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน ติดตามรายละเอียดความเคลื่อนไหวและข่าวสารได้ทาง www.thestreetratchada.com และ FB : TheStreetRatchada หรือ โทร. 02-232-1999

แนะเทคนิคผ่อนคลายป้องกันภาวะหมดไฟจากการทำงาน

ด้วยสถานการณ์การผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบันที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายบริษัทได้ปรับเปลี่ยนวิธีมาเป็นการทำงานที่บ้าน (Work from home) ส่งผลให้หลายคนต้องใช้เวลาทำงานยาวนานขึ้น และอยู่ในบรรยากาศเดิมๆ ทุกวัน ทำให้เกิดความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มมีอาการเบื่อหน่าย ขาดแรงจูงใจในการสร้างสรรค์ผลงาน ลดทอนประสิทธิภาพในการทำงานจนนำมาสู่อาการหมดไฟในที่สุด แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผมจากสารสกัดธรรมชาติ ‘ธัญ’ (THANN) จึงเชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช แพทย์หญิงดุจฤดี อภิวงศ์ มาแนะ เทคนิคสร้างความผ่อนคลายระหว่างการทำงานที่บ้าน เพื่อป้องกันการเกิดภาวะหมดไฟจากการทำงาน (Burnout) กับผลิตภัณฑ์ ‘ไทม์ ทู รีเฟรช’ (Time to RefreshTM), ‘เครื่องกระจายกลิ่นหอม’ (Electric aroma diffuser), ‘น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ 100%’ (Pure Essential Oil), ‘ก้านไม้หอม’ (Aroma diffuser) และ ‘เทียนหอมไร้ควัน’ (Aromatic candle) ร่วมกับเซเลบริตี้สาวสวยมาร่วมเผยเคล็ดลับการรับมือกับภาวะหมดไฟ อาทิ บงกชทิพย์ ภิรมย์ภักดี, บุญญาพร ศรีอรทัยกุล และ ณัชชา ธนากิจอำนวย

แพทย์หญิงดุจฤดี อภิวงศ์  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช ได้แนะแนวทางสร้างบรรยากาศผ่อนคลายทางด้านอารมณ์ ป้องกันภาวะหมดไฟจากทำงาน (Burnout Syndrome)  ว่า “ภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) เป็นภาวะผิดปกติที่เกิดจากการทำงาน (Occupational Phenomenon) แต่ไม่ใช่โรค (not a medical diagnosis) เนื่องจากการขาดสมดุลของชีวิตและการทำงาน (Work-Life Balance) จนเกิดความเครียดสะสมเรื้อรังในสถานที่ทำงานโดยที่ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจ อารมณ์ และส่งผลกระทบต่อร่างกายตามมา

กลุ่มอาการภาวะหมดไฟจากการทำงาน (Burnout) มักเกิดจากภาระความรับผิดชอบในงานที่สูง รวมถึงปริมาณงานจำนวนมากที่มีความซับซ้อนและต้องทำในเวลาเร่งรีบ นอกจากนี้อาจเกิดจากปัญหาการเรียงลำดับความสำคัญของงาน การขาดอำนาจในการตัดสินใจ หรือต้องทำงานที่ตนเองไม่ถนัด เป็นต้น ส่วนการสังเกตว่าตัวเรากำลังอยู่ในภาวะหมดไฟจากการทำงานสามารถประเมินได้จาก

  • อาการทางกาย : เหนื่อย หมดแรง อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อบ่อย ไม่อยากอาหารหรือทานอาหารมากเกินไป ปวดท้อง คลื่นไส้ ความสามารถในการจำและการทำงานลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • อาการทางจิตใจ : หดหู่ เบื่อ ขาดแรงจูงใจ ไม่มีความสุขในการทำงาน มองโลกในแง่ร้าย โกรธ หงุดหงิดง่าย รู้สึกโดดเดี่ยว สิ้นหวัง ไม่มีใครเข้าใจ ไม่พอใจในตัวเองและรู้สึกไม่ประสบความสำเร็จ
  • อาการทางด้านพฤติกรรม : พูดคุยกับคนรอบตัวน้อยลง ชอบแยกตัวไม่สุงสิงกับใคร ไม่อยากตื่นมาทำงาน มาทำงานสายแต่กลับบ้านเร็ว ขี้เกียจมากขึ้น ไม่กระตือรือร้น ไม่อยากพัฒนา เริ่มใช้สิ่งเสพติด เช่น เหล้า บุหรี่

เราสามารถแก้ไขภาวะหมดไฟจากการทำงานเบื้องต้นได้ด้วยการเปลี่ยนทัศนะคติ ยอมรับปัญหา เปิดใจรับฟังความคิดเห็นคนอื่น ไม่ทำงานหักโหมเกินเวลา รู้จักฝึกขอความช่วยเหลือหรือฝึกทักษะการปฏิเสธอย่างเหมาะสม แบ่งเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น หาเวลาทำกิจกรรมที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย เช่น แช่น้ำอุ่น ใช้เวลากับสัตว์เลี้ยง หรือต้นไม้ ออกกำลังกาย ที่ใช้การฝึกลมหายใจร่วมด้วย เช่น โยคะ พิลาทิส รวมถึงการใช้กลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy) จากน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติมาช่วยในการสร้างบรรยากาศความผ่อนคลายภายในบ้านซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถบรรเทาความเครียดได้เร็วที่สุด

เมื่อจมูกได้รับกลิ่นมาเพียงไม่กี่วินาที กลิ่นจะถูกส่งผ่านประสาทรับกลิ่น (Olfactory Nerves) ซึ่งอยู่เหนือโพรงจมูกไปยังกระเปาะรับกลิ่น (Olfactory Bulbs) และส่งต่อไปยังสมองส่วนควบคุมอารมณ์และความรู้สึก (Limbic System) อณูของน้ำมันหอมระเหยจะกระจายไปตามประสาทรับกลิ่นเข้าสู่สมองส่วนที่ควบคุมอารมณ์และความรู้สึก (Emotion Center หรือ Limbic System) โดยไปกระตุ้นให้สมองสั่งการไปที่ระบบต่อมไร้ท่อ เพื่อหลั่งสารที่มีประโยชน์ และมีอิทธิพลต่ออารมณ์และความรู้สึก ได้แก่ เอ็นโดฟิน (Endorphin) สารที่ช่วยลดความเจ็บปวด คลายความเครียด และความวิตกกังวล, เอนเคฟาลิน (Enkephalin) สารที่ช่วยลดอาการซึมเศร้า และเซโรโทนิน (Serotonin) ช่วยทำให้สงบ เยือกเย็น และผ่อนคลายจากสภาวะเครียดได้”

ธัญ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 19 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ ผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่าง Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France), Skinnova Lab Co.,Ltd. และ Dermscan Asia อาทิ Dermatological test, Irritation test และ Efficacy test เพื่อยืนยันในคุณภาพและประสิทธิภาพเพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีจำหน่ายในร้านและเคาน์เตอร์ ‘ธัญ’ (THANN) กว่า 100 สาขาในทวีปเอเชีย อเมริกา และยุโรป ไทม์ ทู รีเฟรช (Time to RefreshTM) ขนาด 15 มล. ราคา 410 บาท เติมความสดชื่นระหว่างวัน ด้วยส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย (Essential oil) 8 ชนิด อาทิ เกล็ดสาระแหน่ (Menthol), ยูคาลิปตัส (Eucalyptus),  เปปเปอร์มินท์ (Peppermint), เลมอน (Lemon peel oil), โรสแมรี่ (Rosemary ), กานพลู (Clove), พริกไทยดำ (Black Pepper ) และจันทน์เทศ (Nutmeg) เนื้อเจลบางเบา สูตรเย็น มอบคุณค่าการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วย ออแกนิค เชียร์บัตเตอร์ (Organic shea butter), ออแกนิค โกโก้บัตเตอร์ (Organic cocoa butter), ออแกนิค โจโจ้บา ออยล์ (Organic jojoba oil) และออแกนิค อาร์แกน ออยล์ (Organic argan oil)

‘เครื่องกระจายกลิ่นหอม’ (Electric aroma diffuser) ราคา 4,390 บาท ทำงานด้วยกลไกการกระจายความหอมแบบ Ultrasonic Water – Oxygen โดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงถึง 2.5 ล้านรอบ/วินาที ทำให้น้ำแตกตัวเป็นไอเย็นที่มีโมเลกุลขนาดเล็กเพียง 5 ไมครอน นำพาน้ำมันหอมระเหยขึ้นสู่อากาศ กลิ่นหอมจึงกระจายตัวได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นการทำงานแบบไม่ใช้ความร้อนจึงปลอดภัยสำหรับทุกคนในครอบครัว มาพร้อมกับ 2 ฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสม ได้แก่ โหมดทำงานแบบต่อเนื่อง (Green Light) ตัวเครื่องจะทำงานต่อเนื่อง 3 ชั่วโมง เมื่อเสร็จการทำงานเครื่องจะปิดแบบอัตโนมัติ และโหมดควบคุมจังหวะการทำงาน (Orange Light) ตัวเครื่องจะพ่นควัน 1 ครั้ง สลับกับการหยุด 30 วินาที สามารถใช้ได้ต่อเนื่องถึง 6 ชั่วโมง

‘น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ 100%’ (Pure essential oil) ขนาด 10 มล. ราคา 890 บาท และ ขนาด 50 มล. ราคา 1,850 บาท แต่งเติมความหอมหลากหลายรูปแบบ สามารถใช้งานร่วมกับเครื่อง Electric aroma diffuser เพื่อรังสรรค์บรรยากาศความสุขภายในบ้านได้อย่างมีรสนิยม มีให้เลือก 2 ขนาด คือ 10ml และ 50ml มีด้วยกัน 7 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นอะโรมาติก วูด (Aromatic Wood) ที่จะช่วยเติมเต็มความเบิกบาน มีชีวิตชีวา คลายความกังวล ด้วยส่วนผสมของส้ม (Orange), แทงเจอรีน (Tangerine), จันทน์เทศ (Nutmeg) และ ไม้จันทน์ (Sandalwood)

กลิ่นโอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ (Oriental Essence) หอมสดชื่นเบาสบายด้วยกลิ่นอายแห่งโลกตะวันออก ด้วยส่วนผสมของตะไคร้ (Lemongrass) และมะกรูด (Kaffir Lime)

กลิ่นอีเดน บรีซ (Eden Breeze) กลิ่นหอมที่จะมามอบความสงบ สมดุลทางอารมณ์และจิตใจ สร้างบรรยากาศแห่งความโรแมนติก ด้วยส่วนผสมของดอกมะลิ (Jasmine) และดอกกุหลาบ (Rose)

กลิ่นสปริง ฟอเรส  (Spring Forest) สะอาด สดชื่น มีชีวิตชีวา ด้วยส่วนผสมของกลิ่นหญ้าแฝก (Vetiver), เมล็ดถั่วทองกา (Tonka Bean) และดอกเจอราเนียม (Geranium)

กลิ่นดอกลาเวนเดอร์และโรสแมรี่ (Lavender & Rosemary) ความหอมของดอกไม้ช่วยให้สงบผ่อนคลายด้วยส่วน ผสมของดอกลาเวนเดอร์ (Lavender )และโรสแมรี่ (Rosemary)

กลิ่นอีสเทิร์น ออร์ชาร์ด (Eastern Orchard) สดชื่น รื่นรมย์ ด้วยส่วนผสมของส้มยูซุ (Japanese Yuzu), มะนาว (Lemon), บลาซีเลีย เนโรลี่ (Brazilian Neroli) และดอกมะลิ (Jasmine)

กลิ่นเอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น (Earl Grey Infusion) กลิ่นหอมที่จะช่วยให้สงบ ผ่อนคลาย อันเป็นเอกลักษณ์จากส่วนผสมของ กระวาน (Cardamom), ส้ม (Orange), ดอกลาเวนเดอร์ (Lavender) และคลารี่ เสจ (Clary Sage)

‘ก้านไม้หอม’ (Aroma diffuser) ขนาด 150 มล. ราคา 1,450 บาท มอบกลิ่นหอมนุ่มนวลจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานได้มากขึ้น เหมาะสำหรับใช้ตกแต่ง และสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น โต๊ะทำงาน หรือห้องนอน มีให้เลือก 5 กลิ่น อาทิ อะโรมาติก วูด ( Aromatic wood), โอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ (Oriental Essence), อีสเทิร์น ออร์ชาร์ด (Eastern Orchard), อีเดน บรีซ (Eden Breeze) และ เอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น (Earl Gray Infusion)

‘เทียนหอม’ (Aromatic candle) ขนาด 190 กรัม ราคา 750 บาท เทียนหอมไร้ควัน ผลิตจากน้ำมันปาล์มธรรมชาติ 100% ปราศกลิ่นสังเคราะห์ และพาราฟิน ปลอดภัยต่อผู้ใช้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เหมาะสำหรับสร้างบรรยากาศความรื่นรมย์ได้ในทุกสถานที่ มีให้เลือก 4 กลิ่น อาทิ อะโรมาติก วูด ( Aromatic wood), โอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ (Oriental Essence), อีเดน บรีซ (Eden Breeze) และ เอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น (Earl Gray Infusion)

ด้าน เซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมเผยเคล็ดลับการผ่อนคลายทางด้านอารมณ์ตามแบบฉบับตนเอง เริ่มที่ บงกชทิพย์ ภิรมย์ภักดี เผยว่า “ปกติแล้วบัวจะได้แรงบันดาลใจในการทำงานจากการเดินทาง แต่พอมาเจอช่วงโควิดก็ต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติใหม่ พยายามทำจิตใจไม่ให้เครียดด้วยการฝึกนั่งสมาธิเพื่อไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่าน อย่างวันไหนคิดงานไม่ออกก็จะระบายอารมณ์ด้วยการวาดภาพ หากวันไหนเริ่มรู้สึกเบื่อขาดแรงบันดาลใจก็จะเพิ่มพลังด้วยกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ โดยจะวางไว้ทุกมุมภายในบ้านโดยเฉพาะในห้องนอนก็จะวางก้านไม้หอมหรือไม่ก็จุดเทียนหอมไว้ ส่วนกลิ่นที่ชอบจะเป็นกลิ่นอีสเทิร์น ออร์ชาร์ด เพราะรู้สึกสดชื่น กระปรี้ประเปร่า พอร่างกายและจิตใจเราสดชื่นความคิดทางด้านบวกและแรงบันดาลใจก็จะตามมาเรื่อยๆ ทำให้เราสามารถสร้างสรรค์ผลงานดีๆ ออกมาได้”

ถัดมาที่ บุญญาพร ศรีอรทัยกุล เล่าว่า “เพิร์ลเชื่อว่าเป็นเรื่องปกติที่เราทุกคนจะประสบปัญหาหมดไฟไม่ว่าจะเกิดจากการเรียนหรือการทำงานอย่างหนัก เพราะเพิร์ลเองก็เคยเป็นช่วงใกล้สอบ หรือไม่ก็ตอนทำโปรเจ็คใหญ่ๆ ช่วงนั้นรู้สึกเครียดมากๆ ทำให้ไม่มีสมาธิ ปวดหัว อ่อนเพลีย ขาดพลังและแรงบันดาลใจในการทำงาน แต่เราจะพยายามลดความเครียดด้วยการพูดคุยกับคนในครอบครัว ฟังเพลง ออกกำลังกาย และใช้กลิ่นหอมจากน้ำหอมระเหยธรรมชาติ เพื่อสร้างความผ่อนคลายไม่ว่าจะเป็น ไทม์ ทู รีเฟรช ที่พกติดตัวแบบขาดไม่ได้เลย เพราะถ้าอยากได้ความผ่อนคลายเมื่อไหร่ก็เอามาใช้ได้ทันที นอกจากนี้ก็จะวางเทียนหอม หรือ เครื่องกระจายกลิ่นหอม ที่ใช้คู่กับน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ โดยหลักๆ ก็จะวางไว้ในห้องทำงาน และห้องนอน สำหรับกลิ่นที่ชอบก็คือ อะโรมาติก วูด เป็นกลิ่นหอมสดชื่น มีชิวิตชีวาของส้ม, แทนเจอรีน ผสมกับกลิ่นไม้หอมอย่างจันทน์เทศและแซนดัลวู้ด”

ปิดท้ายที่ ณัชชา ธนากิจอำนวย เผยว่า “ชาช่ามุ่งมั่นกับการทำงานมาก เพราะอยากให้งานประสบผลสำเร็จอย่างที่เราตั้งใจไว้ จึงชอบตั้งเป้าหมายและวางแผนการทำงานไว้ล่วงหน้า เพื่อให้งานมีแบบแผนและทิศทางการทำงานที่ชัดเจน ทำให้เรามีแรงผลักดัน มีพลังในการทำงานเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายที่วางแผนไว้ ถ้าช่วงไหนที่ทำงานหนักมากๆ แต่ก็อาจทำให้เกิดความเครียด เหนื่อยล้า หรือคิดงานไม่ออก เราก็จะมีวิธีผ่อนคลายตัวเองด้วยการหยุดพักผ่อนสักสาม-สี่วัน เพื่อไปท่องเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ ไปอยู่ในที่อากาศปลอดโปร่ง เป็นการหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ แต่พอเกิดโควิดก็ไม่ได้ออกไปไหนเลย จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีมาใช้กลิ่นหอมผ่อนคลายด้วยการใช้น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ ซึ่งที่บ้านจะวางก้านไม้หอมและชุด น้ำมันหอมระเหยไว้ทุกห้อง ไม่ว่าจะเป็นในห้องนอน, ห้องทำงานหรือโต๊ะกาแฟ เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศที่ดี อย่างกลิ่นที่ชอบก็จะเป็นกลิ่นอีเดน บรีซ เป็นกลิ่นหอมที่ผสมระหว่างดอกมะลิและกุหลาบที่มอบความสงบผ่อนคลายให้เราได้ดี”

สร้างบรรยากาศผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอมจากธรรมชาติกับผลิตภัณฑ์ ธัญ (THANN) อาทิ ‘ไทม์ ทู รีเฟรช’ (Time to RefreshTM), ‘เครื่องกระจายกลิ่นหอม’ (Electric aroma diffuser), น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ 100% (Pure Essential Oil), ก้านไม้หอม (Aroma diffuser) และ ‘เทียนหอมไร้ควัน’ (Aromatic candle) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลนสโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ธัญ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จ.พระนครศรีอยุธยา

แม็คโคร ชวนผู้บริโภคท่องแดนกีวีผ่านวัตถุดิบคุณภาพ

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สำนักงานพาณิชย์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ชวนผู้บริโภค พบเทศกาล Discover A Taste of New Zealand สร้างสรรค์ด้วยใจ สดใหม่จากนิวซีแลนด์” ที่แม็คโครทุกสาขา ขนวัตถุดิบคุณภาพ ตอบโจทย์พฤติกรรมทำอาหารกินเองที่บ้าน เน้นปลอดภัยดีต่อสุขภาพ ตั้งแต่วันนี้ – 10 สิงหาคมนี้

นางซันนี่ ซิดิค ผู้บริหารสูงสุด สายงานบริหารสินค้า บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19  ต้องยอมรับว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยให้ความสำคัญกับการทำอาหารทานเองที่บ้านมากขึ้น  รวมถึงยังพิถีพิถันกับการคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพปลอดภัย ดีต่อสุขภาพ แม็คโคร ในฐานะผู้นำอาหารสด จึงร่วมกับ สำนักงานพาณิชย์ สถานทูตนิวซีแลนด์ จัดเทศกาล Discover A Taste of New Zealand สร้างสรรค์ด้วยใจ สดใหม่จากนิวซีแลนด์”  ขึ้น เพื่อนำเสนอทางเลือกของสินค้าราคาคุ้มค่า ซึ่งนิวซีแลนด์ถือเป็นแหล่งผลิตอาหารปลอดภัยที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าและผู้ประกอบการร้านอาหารของแม็คโครอย่างต่อเนื่อง

“ที่ผ่านมา วัตถุดิบนำเข้าจากนิวซีแลนด์ ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิ้ล กีวี่ ลูกพลับ หอยแมลงภู่ ปลาแซลมอน  ชีส เนย เนื้อแกะ เนื้อวัว ผักแช่แข็ง  ได้รับความนิยมจากผู้ประกอบการร้านอาหาร  และลูกค้าทั่วไปที่หันมาสร้างสรรค์เมนูอาหารพรีเมียมในราคาเอื้อมถึงได้ เราเชื่อว่า เทศกาลนี้จะช่วยตอบโจทย์ ทั้งกลุ่มที่ซื้อไปทำอาหารทานเองที่บ้าน และนำไปทำเมนูดิลิเวอรี่ขายสร้างรายได้  ซึ่งจะมีวัตถุดิบราคาคุ้มค่ามากกว่า 100 รายการให้เลือกมากมาย”

ด้าน นายไรอัน เฟรียร์ ทูตพาณิชย์นิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ประเทศไทย นำเข้าอาหารและเครื่องดื่มจากนิวซีแลนด์คิดเป็นมูลค่ากว่า 15,400 ล้านบาท หรือ 689 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ ซึ่งแม็คโครนับเป็นแหล่งจำหน่ายที่สำคัญ เพราะครอบคลุมผู้บริโภคหลากหลาย ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม และจัดเลี้ยง (HoReCa) และลูกค้าที่ใส่ใจในเรื่องสุขภาพที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยวัตถุดิบอาหารที่ได้รับความนิยม 3 อันดับแรก คือ ผลิตภัณฑ์นม เนย, ผลไม้สด (แอปเปิ้ล กีวี่ เชอร์รี่ อะโวคาโด) และ อาหารทะเล (หอยแมลงภู่ ปลาแซลมอน) เรามั่นใจว่าวัตถุดิบของนิวซีแลนด์ จะตอบโจทย์ความต้องการในเรื่องความปลอดภัย คุณภาพ  และความอร่อยได้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ นิวซีแลนด์ถือเป็นประเทศอันดับต้นๆ ของโลก ที่ส่งออกอาหารมากเกินกว่า 50% ของอาหารที่ผลิตในประเทศได้ทั้งหมด มีชื่อเสียงในด้านการเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก ด้วยการควบคุมมาตรฐานและกระบวนการผลิตทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเพาะเลี้ยงจนกระทั่งถึงมือผู้บริโภคจนแน่ใจว่าปลอดภัยจากการปนเปื้อน

พบวัตถุดิบคุณภาพมากกว่า 100 รายการ อาทิ หอยแมลงภู่, เนื้อวัว, เนื้อแกะ, ชีส, เนย, แอปเปิ้ล, กีวี่, ลูกพลับ ในราคาโปรโมชั่นพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ – 10 สิงหาคม ณ แม็คโคร ทุกสาขาทั่วประเทศ รวมทั้งช่องทาง แม็คโครคลิก และแม็คโคร แอปพลิเคชั่น

Lifestyle Diary หรือ Destiny ของผิวหน้า?

กิจวัตรในแต่ละวันตาม Lifestyle ของเรา ไม่ว่าจะกิน จะเที่ยวหรือทำอะไรยังไงก็ย่อมส่งผลสำคัญต่อผิวของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วแบบนี้ต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถกอบกู้ผิวหน้าให้กลับมาสดใส เพราะคิดว่าครีมบำรุงอย่างเดียวคงเอาไม่อยู่ คงต้องมีกำลังเสริมอย่างมาสก์หน้ามาช่วย

ปัญหารายวันเป็นร้อยแปด ให้ผิวหน้ามาแบกด้วยคงไม่ไหว ลิสต์ปัญหาของผิวไว้ไม่ต้องไปหามาสก์ที่ไหนไกล ก็หาซื้อได้ที่ ‘วัตสัน’ นี่ไงใกล้ๆ เอง

เพราะหลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้ว่า ผลิตภัณฑ์เฟเชียลมาสก์ชีทตราวัตสัน ในระยะเวลา 6 ปี ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2014 – 2019 วัตสันทั่วทั้งเอเชียมีการจำหน่ายแผ่นมาสก์หน้าสูงถึง 884.1 ล้านแผ่น  ซึ่งจากตัวเลขนี้ก็รับรองได้เลยว่าวัตสันจะสามารถเป็นตัวเลือกให้กับคุณได้ ไม่ใช่มากแค่ทางเลือกที่หลากหลาย แต่ยังเปี่ยมไปด้วยคุณภาพที่ถูกคัดสรรมาจากวัตสันเป็นอย่างดี ซึ่งกิจวัตรของเราในแต่ละวันก็หลากหลายไม่แพ้กัน ถ้าอย่างนั้นวันนี้ลองมานั่งบันทึก Lifestyle Diary กันดูหน่อย เพราะสุดท้ายแล้วมันจะกลายเป็น Destiny ที่กำหนดโชคชะตาของผิวหน้าเราด้วย เพื่อคุณจะได้สามารถเลือกมาสก์ที่ใช่ นำมาสยบปัญหารายวันของผิวนั้นให้หมดไป เริ่มบันทึกกันเลย!

ในวันนี้ที่ฉันงานหนัก เครียดจริงนัก หน้าเหี่ยวไม่ได้พักเลยแก

เพราะวันทำงานที่เกิดความเครียดต่างๆ หรือการใช้สมองคิดงาน ใบหน้าก็แสนอ่อนล้าตามไปด้วย ทั้งขมวดคิ้ว เพ่งที่หน้าจอ ไลฟ์สไตล์แบบชมรมคนรักงานขนาดนี้ เรื่องที่ตามมาก็คงหนีไม่พ้น ‘ริ้วรอย’ สินะ เพราะเคยได้ยินมาว่าความเครียดส่งผลให้คอลลาเจนในตัวเราน้อยลง จริงๆ มันก็เริ่มน้อยลงตั้งแต่ก้าวเข้าเลข 20 แล้ว นี่จึงเป็นที่มาแบบไม่ต้องสืบว่าริ้วรอยของเรามาจากอะไร สิ่งที่เราทำได้หลังจากเลิกงานก็คงหันไปหยิบครีมบำรุงมาทา และก็ขอหยิบมาสก์มาเติมน้ำให้ผิวได้ผ่อนคลาย บอกบายริ้วรอยด้วยดีกว่า

  • Tips and Tricks

มาสก์หน้าสำหรับคนมีไฟทำงาน เติมน้ำดับไฟให้หน้าได้พักจากรอยเหี่ยวด้วยสูตร กู้หน้าเด้งใน 5 วัน

ถ้าได้ควบคู่ไปกับการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ทานน้ำเยอะๆ และหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ก็จะพอช่วยให้หน้าเราไม่เหี่ยวก่อนวัยอันควรได้

วันที่ฉันจะออกงาน สิวก็มารุกรานถูกเวลาเสียจริง

และเป็นอีกวันที่เรามีออกงาน รักชีวิตแบบเข้าสังคมแต่สิวดันพาลอักเสบขึ้นมาซะงั้น ได้แต่โทษน้องสิวในใจว่าไม่รักดีเลย แต่พอมาลองทบทวนดูดีๆ ก็ได้รู้ว่าเป็นเพราะพฤติกรรมของเราเอง ด้วยความที่จะออกงานทั้งทีผิวก็ต้องดีหน่อย เราก็เลยต้องล้างหน้า สครับหน้า ทำบ่อยๆ ไปเลย แต่…เราดันไม่รู้เลยว่าถ้าทำบ่อยเกินไปทำให้เกิดการรบกวนของสิว กระตุ้นให้สิวอักเสบขึ้นมา ทั้งที่จริงแล้วล้างหน้าวันละ  2 -3 ครั้งต่อวันก็เพียงพอแล้ว สครับหน้าก็อาทิตย์ละ 1  ครั้งก็พอแล้วเหมือนกัน  แต่เราก็มั่นใจด้วยว่าครั้งนั้นสะอาดแล้วจริงๆ ด้วยนะ ครั้งหน้าอย่าเผลอทำบ่อยอีกละ

และอีกอย่างที่ใกล้ตัวมาก แต่เราห้ามได้ยากเลย คือ การใช้มือสัมผัสใบหน้าบ่อยๆ เพื่อเช็คความสวยหรืออะไรก็ตามระหว่างวัน ตั้งใจบ้าง ไม่ตั้งใจบ้าง แต่มันไม่ควรทำอย่างยิ่ง! เพราะมือของเราอุดมไปด้วยแบคทีเรีย หรือเชื้ออื่นๆ ที่จะส่งผลให้หน้าเราเป็นสิวผุดขึ้นมาได้ ถ้ายังห้ามไม่ได้ก็จะทำให้คุณยังเป็นสิวเหมือนเดิม เพิ่มเติมคืออักเสบขึ้นด้วย หยุดพฤติกรรมผิดๆ ได้แล้ว มาหันหน้าหามาสก์ที่ช่วยทำให้สิวของเรานั้นหายไป หรือช่วยให้อักเสบน้อยลงก็เป็นพอ

  • Tips and Tricks

มาสก์หน้าสำหรับสิวไม่รักดีของเรากับสูตร คืนหน้าใสไร้สิว

วันใดที่สิวผุดขึ้นมา ก็เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องทำให้น้องไม่อักเสบขึ้น มาสก์ดีๆ ก็จะช่วยลดการอักเสบลงได้ หรือ ลดของหวานก็จะช่วยทำให้สิวไม่อักเสบขึ้นมาได้เช่นกันนะ

วันเหงาๆ กักตัวอยู่บ้านไม่เจอใคร แต่ยังต้องสดใส ใส่ใจกับผิวหน้า

นี่คือเวลาทำคะแนนให้กับผิวของเรา! สำหรับเราที่รับบทนางเฝ้าบ้าน ถ้าลองปรับพฤติกรรมของตัวเองนิดหน่อย เราก็จะสามารถมีผิวที่สวยรอต้อนรับเพื่อนๆ ในการเจอกันครั้งต่อไปได้แน่นอน เพราะเพื่อนหลายคนเข้าใจผิดกันไปว่าวันๆ อยู่แต่บ้าน เราไม่ได้ออกไปไหน ไม่เจอใครอยู่แล้ว ทำไมต้องดูแลตัวเองด้วย

โอ๊ะ No No No อย่างนี้ไม่ดี

ขอบอกไว้เลยว่าวันที่เราอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้แปลว่าผิวของเรานั้นจะไม่มีผลกระทบใดๆ เลย และสำหรับคนที่มีปัญหาผิวอยู่แล้วยิ่งต้องดูแล อย่าปล่อยเบลอให้ผิวโดนทำร้าย เพราะในแสงแดดรังสี UVA 95% และ UVB 5 % ในตอนเช้าที่เรานั่งอยู่ในบ้านมันจะสามารถทะลุกระจกพุ่งมาสร้างความหมองให้กับเราได้ หรือจะมาในรูปแบบของความร้อน หรือไอร้อนก็ได้เช่นกัน และกับแสงที่มองไม่เห็นทำให้หมองคูณสองไปอีก ไม่พอนะ ผิวจะแห้งกร้านได้อีกด้วย ดังนั้นฉันจะอยู่เฉยได้เหรอ ครีมบำรุงก็ต้องหยิบมาทา มาสก์ต้องหยิบมาเสริม เพราะเมื่อวันเปิดเทอม เราจะได้พาน้องผิวไปเฉิดฉายเปล่งประกายให้คนอื่นเห็น

  • Tips and Tricks

มาสก์หน้ากักตัวผิวใส เดี๋ยวเจอเลยกับสูตร ไล่ผิวหมองฉลองผิวใส

ไล่ความหมองให้หายไป ต้อนรับผิวใสให้กลับมา บำรุงให้ชุ่มก็สามารถช่วยผิวของเราได้แล้ว มาสก์เสร็จก็ทาครีมบำรุง ตบท้ายด้วยกันแดด ก็ผิวสวยอยู่บ้านได้สบายใจ

วันนี้นี้ขอดูซีรีส์ก่อนนอนแค่สองตอน พอจะนอนอีกทีตีสามแล้ว

ไม่ทันไรก็จะเช้าวันใหม่แล้ว ในขณะที่เรากำลังดูซีรีส์สุดโปรด แต่ดันลืมดูเวลาแล้ว แถมยังลืมดูแลหน้าของเราอีก รู้ทั้งรู้นะว่าตอนดูซีรีส์มันมีแสงสีฟ้าจากหน้าจอที่ทำร้ายผิวเราเพลินไปด้วย และยังไม่พอเมื่อร่างกายของเราไม่ได้นอน “โกรทฮอร์โมน” จะไม่ถูกหลั่งออกมา ทำให้ผิวของเราไม่ได้รับการซ่อมแซมเซลล์ผิว และขาดความชุ่มชื้น ถ้าจะตื่นมาแล้วหน้าโทรมก็ไม่ต้องแปลกใจเลยนะ เมื่อเรารู้แบบนี้แล้วครีมบำรุงคงไม่พอ ต้องขอตัวไปมาสก์หน้าบำรุงผิวก่อน และฝากบทเพลงเตือนใจตัวสักหนึ่งแล้วกันนะ

เที่ยงคืนสิบห้านาทีกับซีรีส์นั้นที่ฉันนั่งดู (นอนดู)

หน้าเดิมผิวเดิมที่ตรงนี้นั่งมองหน้าจอจนเพลิน

โอ้ ตอนนี้มีผิวขาดน้ำอยู่

โอ้ ผิวโทรมแบบไหวอยู่?

ยังไม่หยุดอีก ไปนอนได้แล้วนะ!

  • Tips and Tricks

มาสก์หน้าสำหรับชาวติดซีรีส์ดูทีข้ามวันกับสูตร เติมน้ำผิวดุจโอเอซิสกลางทะเลทราย

ที่จะช่วยเติมน้ำให้กับผิวของเรา เมื่อหน้าอิ่มน้ำด้วยมาสก์ แล้วก็อย่าดูซีรีส์เพลินจนลืมมองดูเวลานะ ดูจบแล้วก็ดื่มน้ำสักแก้วก็จะพอช่วยให้ผิวอิ่มน้ำได้อีกแรง

จะวันไหน ผิวดราม่ายังไง ก็สยบได้ด้วย Have a happy mask day!

เมื่อได้อ่าน Lifestyle Diary มาถึงตรงนี้ จดลิสต์มาสก์ที่เข้ากับปัญหาผิวของคุณไว้แล้วหรือยัง เพราะวันนี้คุณสามารถเลือกมาสก์ที่ใช่ ให้วันของคุณกันด้วยโปรโมชันสุดคุ้มจากวัตสันที่ให้คุณได้เลือกจัดเซตมาสก์ได้ตามใจ หรืออิงจาก Lifestyle ของคุณในแต่ละวันที่ส่งปัญหาต่อผิวของคุณ ทั้งริ้วรอยของผิวที่เกิดจากความเครียด
การอักเสบของสิวที่เราต้องดูแล ความหมองคล้ำที่เกิดจากเราลืมดูแลผิว หรือสุดท้ายผิวขาดน้ำเพราะตามซีรีส์ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใดเราก็พร้อมให้มาสก์เป็นตัวช่วยให้กับคุณ

  • มาสก์หน้าสำหรับคนมีไฟทำงานกับสูตร กู้หน้าเด้งใน 5 วัน
  • มาสก์หน้าสำหรับสิวไม่รักดีของเรากับสูตร คืนหน้าใสไร้สิว
  • มาสก์หน้ากักตัวผิวใสกับสูตร ไล่ผิวหมองฉลองผิวใส
  • มาสก์หน้าสำหรับชาวติดซีรีส์ดูทีข้ามวันกับสูตร เติมน้ำผิวดุจโอเอซิสกลางทะเลทราย

สามารถหาซื้อมาสก์ที่ตรงใจคุณได้แล้วที่วัตสันทุกสาขา หรือผ่านแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง PlayStore และ AppStore หรือที่ https://www.watsons.co.th/special-price/special-price/c/subtheme2-period-9-11jul21?sortCode=bestSeller พร้อมพบกับโปรโมชั่นดีๆ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. 64 – 21 ก.ค. 64  เพียงเท่านี้คุณก็สามารถใช้ Lifestyle ในทุกวันได้เต็มที่ และเป็น Destiny ที่ดีของผิวหน้าเราด้วยแล้ว

 

มอบแลคตาซอยให้ มูลนิธิรามาธิบดี ในกิจกรรม LIVE สด

แลคตาซอย เดินหน้าจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเป็นคิวของ “แลคตาซอย 125มล.” ที่ได้นำศิลปิน “นิวจิ๋ว” มา LIVE สด ชวนคนไทยร่วมสนุกและส่งความสุขทั่วไทยไปกับศิลปิน และเปิดให้ร่วมสมทบทุน พร้อมมอบแลคตาซอย 125 มล.ให้กับมูลนิธิรามาธิบดี

“นิว-จิ๋ว” 2 ดูโอ้สาวเสียงดี ควงคู่กันมา LIVE สด ร้องเพลงให้ผู้ชมและแฟนคลับได้ฟังเสียง เพราะ ๆ ของ 2 สาว กันแบบใกล้ชิดติดขอบจอ พร้อมชวนผู้ชมเล่นเกมสนุก ๆ ในบรรยากาศสนุกสาน โดยมีรางวัล T-SHIRT BRANDNEW พร้อมลายเซ็นนิวจิ๋ว มอบให้ 11 รางวัล และเปิดให้ผู้ชมได้ร่วมสมทบทุน หรือบริจาคเป็นผลิตภัณฑ์แลคตาซอย 125 มล. ให้กับมูลนิธิรามาธิบดี

นับเป็นกิจกรรมที่สร้างความสุขและอิ่มบุญไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งกิจกรรม LIVE นี้ สามารถรวมยอดผลิตภัณฑ์แลคตาซอย 125 มล.ให้กับมูลนิธิรามาธิบดี 4,800 กล่อง โดยทางแลคตาซอยได้นำไปมอบให้กับทางมูลนิธิรามาธิบดีเรียบร้อยแล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

หลังจากนี้ แลคตาซอยจะมีกิจกรรมดี ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมในครั้งต่อไปได้ว่าจะมีศิลปินคนใดที่จะมาสร้างสีสันและความสนุกสนาน ผ่านทาง FB : LACTASOY HTTPS://WWW.FACEBOOK.COM/LACTASOYCLUB

เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 รวมร้านดังเปิดบูธสั่งอาหาร

พร้อมอำนวยความสะดวก ให้เหล่านักกินได้ซื้ออาหารอร่อยจากร้านดัง  ได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น  ศูนย์การค้า เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม  9 เปิดโซนสั่งอาหาร บริเวณชั้น 1  โซนเวสต์ วิลเลจ   รวบรวมบูธร้านอาหารพร้อมสั่งและรอรับในที่เดียว อาทิ  โซล ชอน (Seoul Chon) ข้าวไก่ทอดเกาหลี พร้อมไข่ดองซีอิ๋ว ราคาเริ่มต้น  99 บาท  ก๋วยเตี๋ยวเรือกลางกรุง กับเมนูก๋วยเตี๋ยวเรือ ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ อาหารอีสานและอาหารจานเดียวรสเด็ด  ราเมงอะ โกลด์ (Ramenga Gold)  พร้อมส่งซิกเนเจอร์เมนู ทงคตสึราเมง ซารุราเมง และข้าวหน้าหมูชาชู ในราคาเริ่มต้น 69 บาท เอส 33 (EST.33 )  พร้อมส่งอาหารไทยฟิวชั่นจานเดี่ยวลดมากกว่า  33% หรือจัดเมนูเซตทานคุ้ม ในราคาเริ่มต้นเพียง 123 บาท   คา​โบฉะ ซูชิ (kabocha sushi)  กับเซตซาชิมิ ซูชิสดใหม่ หรือเซตปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่นพร้อมส่วนลดมากมาย และ ป.กุ้งเผา (Por Kung Pao)  พร้อมเสิร์ฟเซตกุ้งเผาคัดพิเศษ ราคาเริ่มต้นเพียง 350 บาท หรือสั่งอาหารซีฟู้ดรสเด็ด อาทิ ข้าวหน้ามันกุ้ง  เซตกุ้งดองน้ำปลาสไตล์เกาหลี  เป็นต้น 

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารภายในศูนย์การค้าฯ ร่วมจัดโปรโมชั่นดีๆ ผ่านบริการซื้อกลับบ้านและฟู้ดเดลิเวอรี่ อีกมากมาย อาทิ  ยู แอนด์ ไอ พรีเมี่ยม สุกี้ บุฟเฟ่ต์  (You&I Premium Suki Buffet)ชาบู วัน (Shabu One)  ไวน์ คอนเนคชั่น  ( Wine Connection)  โอ ปอง แปง (Au Bon Pan) ฟาร์ม ดีไซน์ (Farm Design)  เฮลท์ตี้ แพลนเน็ต  ( Healthy Planet)  บอนชอน(Bonchon)    ไมอามี คอฟฟี่ “ทอล์ก ซิท ซิป”  (Miami Coffee “talk.sit.sip”)  โดมิโน พิซซ่า (Domino Pizza)  บุเกนได เทปันยากิ (Bugendai teppanyaki )  เท็นโจ ซูชิ ยากินิกุ พรีเมี่ยม บุฟเฟ่ต์ (Tenjo Sushi & Yakiniku Premium Buffet)  ซับเวย์ (Subway ) ชาคาริกิ 432 (Shakariki 432)  ไทย สุกี้ แอนด์ ชาบู นัมเบอร์วัน (Thai Suki & Shabu No.1และ ตลาดเสรีมาร์เก็ต  เป็นต้น

พิเศษแค่มี MBK Application  สามารถแลกใช้  50  MBK POINTS สำหรับลูกค้าใหม่ และ 80 MBK POINTS สำหรับลูกค้าปัจจุบัน รับโค้ดส่วนลดจาก Grab Food ได้เพิ่มอีก 50 บาททันที เมื่อสั่งอาหารจากร้านที่ร่วมรายการ  300 บาทขึ้นไป  (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด  เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)  ตั้งแต่วันนี้  – 31 สิงหาคม  2564

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชั่นดีๆองศูนย์การค้าเดอะไนน์เซ็นเตอร์พระราม9ได้ที่ www.thenine.co.th  หรือเฟซบุ๊กเพจ  The Nine Center Rama 9และ อินสตาแกรมthenine_rama 9

TFG คาดครึ่งปีหลังราคาเนื้อสัตว์บกฟื้นดันปีนี้โต 10-15%

บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) ใส่ใจความปลอดภัยของผู้บริโภค ยืนยันผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ และสุกรของบริษัทฯมีความปลอดภัยสูงได้มาตรฐานสากล พร้อมเพิ่มความเข้มงวดกระบวนการควบคุมคุณภาพ พ่นฆ่าเชื้อโรคทุกจุด กำหนดมาตรการรักษาสุขอนามัยของพนักงาน มีมาตรการป้องกันโควิด-19 ทุกพื้นที่ ฟาก”นายเพชร นันทวิสัย” ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ระบุผู้บริโภคสามารถบริโภคเนื้อสัตว์ได้ตามปกติ แนะเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่ได้มาตรฐาน ประเมินครึ่งปีหลังแนวโน้มราคาสุกรฟื้นตัว เดินหน้าขยายพ่อแม่พันธุ์ตามแผน มั่นใจสนับสนุนผลงานปี 64 โตเข้าเป้า 10-15%

นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ TFG เปิดเผยว่า บริษัทฯและบริษัทในเครือ ในฐานะผู้ผลิตสินค้าปศุสัตว์ ผลิตภัณฑ์ไก่และสุกร เห็นความสำคัญและตระหนักถึงความปลอดภัยและความพึงพอใจของผู้บริโภคเป็นสำคัญ สุกรและไก่ทุกตัวที่เลี้ยงภายใต้ระบบการเลี้ยงของบริษัท จะถูกเลี้ยงอยู่ในภายในฟาร์มที่ได้รับรองมาตรฐานฟาร์ม (GAP Standard) จากกรมปศุสัตว์ โดยระบบการเลี้ยงแบบ EVAP system 100%  ทุกโรงเรือนจะมีการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และการระบายอากาศภายในโรงเรือน และเป็นไปตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ “Five Freedoms”  อีกทั้งยังได้รับการดูแลการจัดการจากสัตวบาลที่มีประสบการณ์ และมีสัตวแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในการดูแลด้านสุขภาพของสัตว์

รวมทั้ง TFG ยังมีระบบการควบคุมคุณภาพตลอดทั้งห่วงโซ่การผลิต สุกรและไก่ ซึ่งจะได้รับอาหารจากโรงงานอาหารสัตว์ ที่มีมาตรฐานทั้ง GMP และ HACCP  กระบวนการขนส่ง ไปจนถึงโรงชำแหละที่ได้รับรองมาตรฐานการส่งออก และมีกระบวนการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพจากฟาร์มถึงโรงงาน โดยทีม Food Safety เพื่อให้มั่นใจได้อย่างเต็มที่ว่าผลิตภัณฑ์ไก่และสุกร มีความปลอดภัยจากยาปฏิชีวนะตกค้าง ปลอดสารเร่งเนื้อแดง ปลอดภัยจากสารเคมี และปลอดภัยจากเชื้อโรคต่างๆ ที่จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคอย่างแน่นอน

“ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เช่นนี้ บริษัทฯ ได้มีนโยบายเน้นย้ำและเพิ่มความเข้มงวดในกระบวนการควบคุมคุณภาพ มีการพ่นฆ่าเชื้อโรคอย่างสม่ำเสมอในทุกจุดตลอดการเลี้ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านมาตรการรักษาสุขอนามัย โดยพนักงานทุกคนที่มีการปฏิบัติงานที่ต้องสัมผัสกับสัตว์ และกระบวนการเลี้ยงสัตว์ ตลอดจนภายในโรงชำแหละ ต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย จุ่มเท้าฆ่าเชื้อ สเปรย์มือด้วยแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัย และมีการตรวจสอบทุกครั้งก่อนเข้าปฏิบัติงาน ขณะที่บริษัทฯใส่ใจความปลอดภัยต่อผู้บริโภค จึงแนะนำให้เลือกซื้อเนื้อสัตว์ด้วยความระมัดระวัง โดยพิจารณาจากผู้ผลิตที่มีมาตรฐาน และมีมาตรการป้องกันโควิด-19 ที่ดี

ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่า ปริมาณความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ น่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่แนวโน้มราคาสุกรเริ่มกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้น  ดังนั้นจึงมั่นใจว่าผลงานในปี 2564 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยเติบโตในระดับ 10-15% โดยธุรกิจสุกรจะขยายตัวจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น และราคาที่อยู่ในระดับที่ดี อีกทั้งราคาขายในเวียดนาม ยังคงยืนในระดับสูงเช่นกัน

รวมทั้งการขยายฟาร์มระดับพ่อแม่พันธุ์สุกรทั้งในประเทศไทย และเวียดนาม เริ่มดำเนินไปแล้วบางส่วน อีกทั้งยังได้รับปัจจัยบวกจากการได้รับใบอนุญาตให้ส่งออกไปที่สหภาพยุโรป (EU) เพิ่มเติมในส่วนของสินค้าปรุงสุก รวมไปถึงการขยายธุรกิจร้านสะดวกซื้อ สำหรับเนื้อสดในรูปแบบตลาดสดภายใต้ชื่อร้าน Thai foods fresh market (ตลาดสดไทยฟู้ดส์) โดยปัจจุบันมี 21 สาขา ตั้งเป้า 50 สาขาในปีนี้  ” เพื่อมั่นใจในคุณภาพระดับสูงทุกสาขาเข้าสู่มาตรฐานการรับรอง “ปศุสัตว์OK ” ของกรมปศุสัตว์ ในส่วนของเนื้อสุกร,เนื้อไก่และไข่ไก่สด” และในปี 2564 ถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเนื้อสัตว์ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมน่าจะดีขึ้น ช่วยผลักดันรายได้กำไรเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

มอบอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ รพ.สนามธรรมศาสตร์

บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SVT นำโดย นางสาวภัทรวดี โชติธรรมนาวี (ที่ 6 จากขวา) รองผู้อำนวยการสายงานบัญชีและการเงิน พร้อมทั้ง นางจิรดา นินทนาวงศา (ที่ 5 จากขวา) รองผู้อำนวยการสายงานสนับสนุนธุรกิจ และพนักงาน SVT ร่วมกับ กองบริหารเงินตรา กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง นำโดย นางวัชรีย์ รวีกานต์ (ที่ 7 จากซ้าย) ผู้อำนวยการกองบริหารเงินตรา และเจ้าหน้าที่ ได้ส่งมอบอาหารปรุงสุก, อาหารแห้ง, เครื่องดื่ม และเจลแอลกอฮอล์ ฯลฯ  ให้แก่โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในช่วงวิกฤตโควิด-19  ณ อาคาร ม.ร.ว. สุวพรรณ สนิทวงศ์ ชั้น 1 โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต)