ชวนมาฟินกับ บราเดอร์ เย็บปักถักร้อง

ชุดเครื่องเสียงคาราโอเกะ ‘บีเอ็มบี (BMB)’ ควงแขนจักรเย็บผ้าบราเดอร์ ชวนสร้างประสบการณ์ใหม่ช่วง WFH กับดีลพิเศษ ‘บราเดอร์เย็บปักถักร้อง’ เมื่อซื้อ BMB ชุด Advance ในราคาพิเศษเพียง 29,500 บาท จากราคาปกติ 32,900 บาท รับฟรี! จักรเย็บผ้าบราเดอร์รุ่น JK17B มูลค่า 4,990 บาท แถมอิ่มท้องด้วย Grab Food E-voucher มูลค่า 1,000 บาทที่บราเดอร์มอบให้แบบไม่กั๊ก ห้ามพลาด! วันนี้ – 31 ก.ค. 64 เท่านั้น ช้อปกันได้ที่ Brother Official Store ผ่านทาง Shopee (https://bit.ly/BMBSewFBBMB1SHPAdC) และ Lazada (https://bit.ly/BMBSewFBBMB1LZDAdC) และ บริษัท กาญจนกิตติ์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด หรือ Okmaxwork (https://bit.ly/BMBSewFBBMBOKMaxC)

บุญเติมรุกธุรกิจสินค้าเงินผ่อน เจาะลูกค้า 20 ล้านราย

บุญเติมใช้ Big Data และ AI เป็นฐานสำคัญเดินหน้าโมเดลธุรกิจสินค้าเงินผ่อน ผ่อนนาน ค่างวดต่ำ เจาะกลุ่มชุมชน จนถึงหมู่บ้าน ยกระดับความแข็งแกร่งด้านการให้บริการครบวงจร ร่วมกับพันธมิตรรายใหญ่ นำร่องบริการผ่อนโทรศัพท์มือถือ หวังเติบโตในตลาดสินค้าเงินผ่อน ขยายฐานลูกค้า ยอดขาย และยอดรับชำระผ่านตู้บุญเติม

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART ผู้นำเครือข่ายช่องทางบริการอัตโนมัติและการเงินครบวงจร ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ภายใต้ชื่อ “บุญเติม” เปิดเผยว่า บริษัทมี Big Data ซึ่งถือเป็นขุมทรัพย์ข้อมูลด้านการตลาดที่สำคัญในปัจจุบัน เป็นที่มาของการนำข้อมูลมาเพิ่มขีดความสามารถให้กับบริษัท ด้านการพัฒนาสินค้าและการบริการให้ตรงกลุ่มลูกค้า “บุญเติม”  และจากฐานข้อมูลลูกค้ากว่า 20 ล้านราย และกว่า 1.5 ล้านรายการต่อวันในการใช้บริการที่ “ตู้บุญเติม” ทำให้บริษัททราบถึงพฤติกรรม และความต้องการของลูกค้า ในเชิงลึกทั้งบริการที่ใช้ ยอดการใช้จ่าย ความถี่ในการใช้บริการ รวมถึงบริการที่เลือกใช้ต่อเนื่อง หรือบริการใหม่ที่เข้ามาใช้ในแต่ละครั้ง ทำให้บริษัทมีข้อมูลเพียงพอ ที่ทำให้เห็นรูปแบบ พฤติกรรม และความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภครายย่อย ซึ่งยังคงเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ และมีศักยภาพในด้านการตลาด รวมถึงยังเป็นกุญแจสำคัญนำมาซึ่งการพัฒนาแพลตฟอร์มของให้บริการอย่างครบวงจรมากขึ้นในอนาคต

เพื่อรักษาแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในครึ่งปีหลัง บริษัทได้เดินหน้าบุกธุรกิจสินค้าเงินผ่อน ที่ยังเป็นตลาดขนาดใหญ่ สามารถสร้างรายได้ โดยเน้นจุดแข็งของ Big Data เป็นสำคัญ และมุ่งเน้นการใช้เน็ตเวิร์กของ “ตู้บุญเติม” กว่า 130,000 ตู้ นี้ให้เกิดประโยชน์ในการต่อยอดธุรกิจเงินผ่อน ซึ่งเป็นตลาดที่ยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญเป็นธุรกิจที่สามารถลงถึงระดับชุมชน ตำบล และหมู่บ้าน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตู้ “บุญเติม” ตั้งอยู่อีกด้วย ยุทธศาสตร์ของบริษัทนี้ จะทำให้บริษัทเป็นธุรกิจครบวงจรในด้านการให้บริการ ครอบคลุมด้านการจำหน่ายสินค้าเงินผ่อน และบริการรับชำระเงินผ่อนที่ “ตู้บุญเติม” เพิ่มเติมจากบริการมากกว่า 80 รายการที่มีอยู่ในปัจจุบัน” นายณรงค์ศักดิ์กล่าว

ปัจจุบันการใช้บริการผ่อนชำระค่าสินค้า จะต้องมีเงินดาวน์ หรือเอกสารค้ำประกัน หรือการเข้าถึงระบบผ่อนชำระผ่านบัตรเครดิตที่มีข้อจำกัด ซึ่งลูกค้ากลุ่มรากหญ้า กลุ่มวัยเริ่มทำงานที่ยังไม่มีบัตรเครดิต หรือลูกค้าที่ไม่มีกำลังซื้อด้วยเงินก้อน ซึ่งบริษัทเล็งเห็นประเด็นดังกล่าว จึงจะมุ่งเน้นการผ่อนชำระที่เข้าถึงหมู่บ้าน และชุมชนห่างไกล และวางมาตรฐานยอดผ่อนให้น้อย ระยะเวลาผ่อนนาน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ และตอบสนองความต้องการของลูกค้า 20 ล้านรายให้เข้าถึงบริการเงินผ่อนที่เป็นบริการใหม่ได้เพิ่มเติม พร้อมการเปิดให้บริการจ่ายชำระค่างวดผ่อนผ่าน “ตู้บุญเติม” ซึ่งจะทำให้การบริการด้านการผ่อนชำระค่าสินค้ามีประสิทธิภาพ คล่องตัว และครบวงจร ตอบโจทย์การให้บริการผ่อนชำระ เพื่อผู้บริโภครายย่อยได้อย่างแท้จริง

การรุกตลาดสินค้าเงินผ่อนครั้งนี้ ได้อาศัยจุดแข็งด้านการเข้าถึงตลาดต่างจังหวัดและชุมชน จับมือพันธมิตรยักษ์ใหญ่ทั้ง KBTG หรือ บริษัท กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป หน่วยงานที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาแอปพลิเคชันและซอฟต์แวร์ต่างๆ ให้กับธนาคารกสิกรไทย ได้นำแพล็ทฟอร์ม AI มาใช้ในการวิเคราะห์ Big Data ของบุญเติมที่มีอยู่ ทำให้สามารถเข้าถึงพฤติกรรมลูกค้าที่แม่นยำมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ค่ายมือถือยักษ์ใหญ่อย่าง Samsung และร้าน TG Fone ที่มีสาขารวมกันกว่า 121 สาขาทั่วประเทศ ร่วมเปิดบริการใหม่ด้านสินเชื่อให้กับลูกค้าบุญเติม โดยลูกค้าประจำของบุญเติมที่เป็นลูกค้าชั้นดี และมีการใช้บริการสม่ำเสมอ จะได้รับสิทธิพิเศษ ในการมารับมือถือ Samsung A12 ที่ร้าน TG Fone เพียงแสดงบัตรประจำตัวประชาชน และสามารถผ่อนชำระค่าเครื่องที่ “ตู้บุญเติม” ซึ่งมีกว่า 130,000 ตู้ทั่วประเทศ

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเริ่มต้นในครั้งนี้ นอกจากกำไรจากการจำหน่ายสินค้า ดอกเบี้ย และค่าบริการจากการเติมเงินเข้าระบบแล้ว บริษัทยังสามารถทำให้ลูกค้าของบุญเติม สามารถเข้าถึงระบบผ่อนชำระค่าสินค้าได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย  ซึ่งจะทำให้บริษัทแข็งแกร่งในด้านการให้บริการที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ภายใต้กลุ่มธุรกิจเติมเงิน-รับชำระเงินอัตโนมัติ การเติมเงิน- ชำระบิล ชำระค่าเบี้ยประกัน และ เติมเงิน E-wallet อีกทั้งธุรกิจด้านการเงินและสินเชื่อครบวงจรให้บริการ โอน ฝาก การยืนยันตัวตนเพื่อบัญชีธนาคารและบริการถอนเงินจากตู้ Mini ATM ในไตรมาสนี้ ในส่วนธุรกิจเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติและการกระจายสินค้ายังคงมุ่งหน้าขยายจุดติดตั้งคาเฟ่อัตโนมัติ “เต่าบิน” ให้ได้ 20,000 จุดในสามปีข้างหน้า และ EV Charger ต่อไป”

ช้อปอะไรดี? ปลากะพงทอดน้ำปลา-ยำมะม่วง

อิ่มอร่อยได้เต็มร้อย แม้ต้องนั่ง WFH แบบ 100% ที่บ้าน  สามารถสั่งความอร่อยจาก ไทยเทอเรส ไปตุนไว้ในตู้เย็น  มื้อไหนก็อิ่มอร่อยกับราคาสุดคุ้ม เมนูครบ ได้รสชาติถึงเครื่องปรุงรสไทยแท้ แค่คิดถึงเรา!!!  แล้วโปรโมชั่นทำใจสั่น ล่าสุดตอนนี้  เคาะแรงเหลือใจ  ลดทุบลงมาอีกรอบกับเมนู 

ปลากะพงทอดน้ำปลา-ยำมะม่วง  สุดพรีเมียม จุดเด่นที่ไม่เหมือนใคร เมินไม่ได้อย่างเด็ดขาด  ทางร้านคัดสรรปลาตัวโต ๆ ทอดกรอบอย่างดี,  ทอดให้ไม่อมน้ำมัน,  เสิร์ฟพร้อมน้ำยำสูตรเด็ดเฉพาะจากไทยเทอเรส  ลดราคาพิเศษ 14 วันเท่านั้น เหลือเพียง 238.- (จากราคาปกติ 475.-) ตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 – 1 สิงหาคม 2564   โดยสาขาไทยเทอเรสที่ให้บริการตามมาตรการรัฐ มีดังนี้  ร.พ. ศิริราช,  ร.พ.พระราม 9, ร.พ.วิภาวดี สามารถสั่งได้ทั้งแบบ Take Away และเดลิเวอรี่ทุกช่องทาง

Lineman : https://lineman.onelink.me/1N3T/ee07d6fe

Grab : https://bit.ly/2PDtkwU

Gojek : bit.ly/3hscVX7

Foodpanda : https://bit.ly/3tLXNKy

True Food : https://trueid.onelink.me/14Ip/e670e9ee

Robinhood : https://bit.ly/3tHUrIo

FOODHUNT : https://bit.ly/3AWpZiJ

หรือสั่งผ่าน https://foodhunt.com/runapp/campaignlist?agency_id=45549

อยากทานอาหารไทย ฝีมือคุณย่าคุณยาย ครบรสชาติถึงเครื่องปรุงรสไทยแท้ ต้องไทยเทอเรส

PRM ประเมินฟอร์มครึ่งปีแรกปรับตัวเยี่ยม

‘บมจ. พริมา มารีน’ หรือ (PRM) ประเมินผลงานครึ่งปีแรกเน้นเรื่องปรับพอร์ตธุรกิจรวดเร็วทันสถานการณ์ สะท้อนขีดความสามารถการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง สามารถปรับตัวได้ทุกสภาวะตลาด จากการที่มีเรือหลากหลายประเภทในกองเรือ แถมรับปัจจัยบวกจากการเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับกลุ่มไทยออยล์ หลังเริ่มรับรู้รายได้จากการให้บริการเรือ VLCC แล้ว มั่นใจทั้งปีขยายตัวได้ตามแผน  

นายวิริทธิ์พล จุไรสินธุ์ ผู้อำนวยการสายงานการเงินและบัญชี บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM ผู้ให้บริการขนส่งและจัดเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และปิโตรเคมีเหลวทางเรือรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เปิดเผยว่า แม้ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทฯ ต้องเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ด้วยทีมผู้บริหารที่มีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญการดำเนินธุรกิจที่มีมาอย่างยาวนาน รวมถึงกองเรือที่มีความหลากหลาย ทำให้ PRM วางแผนบริหารจัดการได้อย่างรวดเร็ว สามารถปรับตัวจากผลกระทบของ COVID-19 ได้ทันเวลา

ทั้งนี้ จากการประเมินผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ในเบื้องต้นคาดว่ารายได้รวมจะเข้าเป้าตามแผนที่วางไว้ ซึ่งมาจากจุดแข็งของ PRM ที่มีพอร์ตกองเรือที่มีความหลากหลายของประเภทเรือ จึงสามารถบริหารความเสี่ยงจากปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการปรับตัวของกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งภายในประเทศ ที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการรักษาอัตราการใช้เรือให้อยู่ในระดับสูงเพื่อเลี่ยงค่าใช้จ่าย Idle Cost ขณะเรือจอด

ขณะเดียวกัน PRM ยังรับรู้รายได้จากกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งระหว่างประเทศที่ให้บริการเรือขนส่งขนาดใหญ่ (VLCC) ขนาดบรรทุกมากกว่า 300,000 DWT ที่เริ่มให้บริการแก่กลุ่มไทยออยล์ ซึ่งเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของ PRM ตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลดีต่อการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกอีกด้วย ในขณะที่ครึ่งปีหลัง ยังมองว่ากลุ่มธุรกิจเรือ Offshore Support จะปรับตัวดีขึ้นสอดคล้องกับสถานการณ์ของธุรกิจการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทยที่มีกิจกรรมมากขึ้น

“แม้ครึ่งปีแรกจะมีความผันผวนและความไม่นอนสูง จากปัจจัยการระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ดีซึ่งเกิดจากทีมงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจึงสามารถรับมือความเสี่ยงได้ดี โดยปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของตลาดอย่างทันท่วงที เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผลการดำเนินงานจะเติบโตตามแผนงานที่วางไว้” นายวิริทธิ์พล กล่าว

แนะนำการ์ตูนเรื่องใหม่สุดปัง! เกิดใหม่ชาตินี้ ฉันจะเป็นเจ้าตระกูล 

กักตัวอยู่บ้านเบื่อๆ WeComics (วีคอมมิคส์) แอปพลิเคชันอ่านการ์ตูนออนไลน์ลิขสิทธิ์แท้ ชวนมาอ่านการ์ตูนแก้เบื่อ แก้เหงา พร้อมแนะนำการ์ตูนเรื่องใหม่สุดปังที่สนุกจนหยุดอ่านไม่ได้! “เกิดใหม่ชาตินี้ ฉันจะเป็นเจ้าตระกูล (I Shall Master This Family / 이번 생은 가주가 되겠습니다) เว็บคอมมิคแนวโรแมนติก แฟนตาซี ข้ามเวลาเรื่องดังจากเกาหลี ที่โดดเด่นด้วยเนื้อเรื่องที่สนุก เข้มข้น น่าติดตาม และยังมีลายเส้นที่สวยงาม เพียงเปิดตัวไม่กี่ตอนก็ได้รับกระแสตอบรับอย่างถล่มทลาย ขึ้นท็อปลิสต์คอมมิคยอดนิยมทั้งในเกาหลี จีน และไทย บอกคำเดียวเทคะแนนให้สิบ สิบ สิบไปเลย จะสนุกขนาดไหนไปตามอ่านกันได้แล้วทางแอปฯ WeComics TH หรือเว็บไซต์ wecomics.in.th เท่านั้น

เกิดใหม่ชาตินี้ ฉันจะเป็นเจ้าตระกูล เป็นเว็บคอมมิคของ D&C WEBTOON ซึ่งมีต้นฉบับจากนวนิยายขายดีของ คิม โรอา (Kim Roah) ถูกนำมาสร้างสรรค์วาดภาพใหม่ในรูปแบบการ์ตูนคอมมิคโดย Mon (Antstudio) โดย WeComics เป็นผู้ได้รับลิขสิทธิ์เผยแพร่เวอร์ชันภาษาไทยอย่างถูกต้องแต่เพียงผู้เดียว สำหรับคอมมิคเรื่องนี้ดำเนินเรื่องโดย “ฟีเรนเทีย ลอมบาร์เดีย” ซึ่งชาติก่อนเธอตายด้วยอุบัติเหตุรถชนแล้วกลับมาเกิดใหม่เป็นบุตรีแห่งตระกูลลอมบาร์เดีย ผู้ถูกรังเกียจจากคนในตระกูลเพราะมีสายเลือดผสมของสามัญชน หลังจากท่านปู่และท่านพ่อเสียไป เธอก็ถูกขับไล่ออกจากตระกูล และไม่นานตระกูลก็ได้ล่มสลาย แต่อยู่ๆ โชคชะตากลับพลิกผัน ฟีเรนเทียประสบอุบัติเหตุอีกครั้ง และย้อนกลับมาในร่างตอนอายุ 7 ขวบ ฟีเรนเทียล่วงรู้อนาคตที่จะเกิดขึ้นทุกอย่าง จึงต้องพยายามแก้ไขทุกสิ่ง และมุ่งมั่นสู่เส้นทางการขึ้นเป็นผู้นำตระกูล เพื่อปกป้องคนที่รัก กอบกู้ตระกูล และเปลี่ยนแปลงอนาคตด้วยน้ำมือของเธอเอง

นอกจากเนื้อเรื่องที่สนุกจนติดหนึบแล้ว งานวาดยังสวยชวนอ่านมากๆ ทั้งการออกแบบชุดตัวละครที่หรูหรา ให้บรรยากาศ  กลิ่นไอสไตล์ยุโรป การวาดตัวละครแต่ละตัว โดยเฉพาะฟีเรนเทียตัวจิ๋วที่วาดออกมาได้น่ารักปุ๊กปิ๊ก น่าเอาใจช่วย ส่วนตัวละครอื่นๆ อย่างคุณพ่อ และองค์รัชทายาท ก็วาดได้หล่อ แสนดี และอบอุ่นมากๆ เอาเป็นว่าใครที่ชอบความสนุกครบรสทั้งโรแมนติก แฟนตาซี และภาพสวยสุดฟิน ไม่ควรพลาด! ไปติดตามอ่าน เกิดใหม่ชาตินี้ ฉันจะเป็นเจ้าตระกูล ตอนที่ 1-18 ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ สำหรับตอนใหม่ๆ จะอัปเดททุกวันจันทร์ เวลา 11.00 น. ทางแอปพลิเคชัน และเว็บไซต์ WeComics

พิเศษ! WeComics ใจดีแจกรหัสดาวเอาใจแฟนการ์ตูน เพียงนำโค้ด “PRmasterfamily” ไปเติมบนแอปฯ ตั้งแต่วันนี้-31 กรกฎาคม 2564 รับดาว 1,000 ดวง สำหรับปลดล็อกอ่านการ์ตูนฟรี! จำนวน 100,000 สิทธิ์ (1 User ใช้สิทธิ์ได้ 1 ครั้ง) ยังๆ ไม่หมดเท่านี้ สำหรับนักอ่านมือใหม่ เพียงดาวน์โหลดแอปฯ WeComics TH รับสิทธิ์อ่านการ์ตูนฟรี 2 วัน 12 เรื่อง ซึ่ง WeComics มีการ์ตูนยอดฮิตจากครีเอเตอร์คนไทย และการ์ตูนลิขสิทธิ์แท้จากเกาหลี จีน และญี่ปุ่น เวอร์ชันแปลไทยให้อ่านรวมกว่า 10,000 เรื่อง ทั้งแนวโรแมนติก ดราม่า สืบสวน แอคชัน สยองขวัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฮิตอย่าง ขอโทษที พอดีไม่ใช่นางเอก พระเอกของฉันเป็นท่านดยุค  Re:Birth เทพจุติ  Boss in School  องค์หญิงน้อยร้อยเล่ห์ เป็นต้น ว่าแล้วก็ไปโหลดแอปฯ กันเลยที่ https://wecth.co/app-install

ทาโก้ เบลล์ เผยแผนรุกขยายสาขา ที่แรกปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์

บริษัท สยาม ทาโก้ จำกัด ผู้บริหารแฟรนไชส์ ทาโก้ เบลล์ ในประเทศไทย เดินหน้าตามแผนยุทธศาสตร์ใหม่ในการขยายสาขาตามสถานีบริการน้ำมัน ประเดิมเปิดตัวทาโก้ เบลล์ สาขาแรก ณ สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ประชานุกูล ในรูปแบบ “เดลโก้ (Delco)” ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากลูกค้าจำนวนมากและสร้างการรับรู้ต่อแบรนด์ได้ในวงกว้าง เนื่องจากร้านทาโก้ เบลล์ โมเดลใหม่ ในรูปแบบ “เดลโก้” มีขนาดพื้นที่เพียงครึ่งหนึ่งของร้านทาโก้ เบลล์ แบบเดิม และใช้เงินลงทุนในการเปิดสาขาใหม่ลดลงไปได้เกือบครึ่งหนึ่ง ทำให้การเปิดร้านใหม่เป็นไปได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ รูปแบบร้าน “เดลโก้” ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสถานที่ที่มีพื้นที่จำกัดและเอื้อต่อการให้บริการแบบเดลิเวอรีและซื้อกลับบบ้านอีกด้วย

นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA และกรรมการ บริษัท สยาม ทาโก้ จำกัด กล่าวว่า “ทาโก้ เบลล์ ทราบดีว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจค้าปลีกในสถานีบริการน้ำมันเติบโตอย่างก้าวกระโดด บริษัทฯ จึงตัดสินใจปรับกลยุทธ์ในการขยายสาขาใหม่ หันมาเน้นเปิดสาขาในสถานีบริการน้ำมันแทนการเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้า อีกทั้งพบว่าผู้บริโภคในปัจจุบันใช้ชีวิตเร่งรีบและต้องปฏิบัติตามวิถีปกติแบบใหม่ (new normal) ในขณะที่เมนูทาโก้ ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของทาโก้ เบลล์ มีทั้งความอร่อยและรสชาติจัดจ้านที่สามารถซื้อกลับไปรับประทานที่บ้านก็ได้ และซื้อไปรับประทานในรถก็สะดวก นับว่าตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ได้เป็นอย่างดี  สำหรับเหตุผลที่บริษัทฯ มาเปิดร้านทาโก้ เบลล์ สาขาแรกที่สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ประชานุกูล (บจก. ซี.แทรค เอนเนอร์ยี่) เนื่องจากสถานีบริการน้ำมันแห่งนี้ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักที่มีผู้สัญจรไปมาหนาแน่นมาในแต่ละวัน ทั้งนักท่องเที่ยวและประชาชนที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้ที่จะต้องเดินทางไปทำงานในเขตอื่นๆ  จึงคาดว่าจะมียอดการสั่งซื้อกลับบ้านเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ บริษัทฯ เห็นว่า ทาโก้ เบลล์ สาขานี้มีศักยภาพที่จะเป็น “Delivery Hub” รองรับการให้บริการแก่แฟนๆ ของทาโก้ เบลล์ ในพื้นที่บริเวณแถบนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงเวลานี้ที่โรคโควิด-19 (COVID-19) ยังคงแพร่ระบาด และผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะรับประทานอาหารที่บ้าน”

ในโอกาสฉลองการเปิดร้านใหม่ครั้งนี้ ทาโก้ เบลล์ ร่วมกับทางสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ ประชานุกูล จัดแคมเปญพิเศษเฉพาะลูกค้าที่เติมน้ำมันครบ 500 บาทขึ้นไป จะได้รับเมนูทาโก้ ซูพรีม 1 ชิ้น ไปอร่อยกันฟรีๆ (จำกัด 1 คูปองต่อ 1 ใบเสร็จเติมน้ำมัน) ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 กรกฎาคม 2564 เท่านั้น

นางอลิซ พอตเตอร์ ประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันคุณภาพระดับโลกภายใต้แบรนด์ “คาลเท็กซ์” กล่าวว่า ร้านทาโก้ เบลล์ รูปแบบใหม่เดลโก้ (Delco) ในสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ เกิดขึ้นจากความร่วมมือและความตั้งใจที่จะเติมเต็มความสุขให้กับลูกค้า และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ ยังเป็นการตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มองหาสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการเพิ่มเติมจากสถานีบริการน้ำมัน อาทิ ร้านอาหาร บริการซ่อมบำรุงรถยนต์ และการจับจ่ายสินค้าประจำวันควบคู่ไปกับการแวะเติมน้ำมัน โดยความร่วมมือกันในครั้งนี้จะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานีบริการน้ำมันให้ครบวงจร เพื่อขยายบริการและเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการให้มากกว่าการเข้ามาเติมน้ำมันเพียงอย่างเดียว

“การนำร่องเปิดให้บริการร้าน ทาโก้ เบลล์ รูปแบบใหม่เดลโก้ (Delco) สาขาแรกในสถานีบริการน้ำมัน    คาลเท็กซ์ สาขาประชานุกุล (บจก. ซี.แทรค เอนเนอร์ยี่) เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสถานีบริการน้ำมันในรูปโฉมใหม่ ภายใต้ภาพลักษณ์ร่วมสมัย โดดเด่นด้วยองค์ประกอบการออกแบบภายใต้รูปแบบ Smart Station เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์อันน่าประทับใจในแบบฉบับของคาลเท็กซ์  ซึ่งความร่วมมือกันในครั้งนี้ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Smart Partnership ของเราที่มุ่งมั่นเดินหน้าสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นการร่วมมือกับพันธมิตรค้าปลีกเพื่อกระตุ้นยอดขายภายในสถานีบริการน้ำมัน และเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจ บริษัทฯ คาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคและผู้ใช้รถ เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการ และช่วยสร้างการเติบโตโดยรวมให้กับธุรกิจในอีกช่องทางหนึ่ง” นางอลิซ กล่าว

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ยอดการสั่งเดลิเวอรีของทาโก้ เบลล์ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ในปี 2564 บริษัทฯ จึงได้วางเป้ายอดขายจากเดลิเวอรีให้เพิ่มขึ้นเป็น 25% ของยอดขายทั้งหมด

GPI คาดรักษาผลงาน Q2 ตามเป้าหมาย

‘บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล’ หรือ GPI คาดรักษาผลงาน Q2 ได้ตามเป้าหมาย จากการรับรู้รายได้งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2021 ส่วนที่เหลืออีก 4 วัน ส่วนครึ่งปีหลังมุ่งเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรับมือผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์และมองโอกาสขยายธุรกิจเพื่อเตรียมความพร้อม   

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ GPI ผู้นำสร้างสรรค์การจัดกิจกรรมให้บริการข่าวสาร ข้อมูล สาระ เพื่อสร้างประสบการณ์ และความบันเทิงที่น่าประทับใจตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ยานยนต์ เปิดเผยว่า คาดการณ์ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาจะเป็นไปตามเป้าหมาย แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ การจัดกิจกรรมแสดงสินค้าและกำลังซื้อของผู้บริโภค เนื่องจากบริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากธุรกิจรับจ้างพิมพ์และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ คาดว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2564 จะได้รับผลดีจากการรับรู้รายได้ส่วนที่เหลืออีก 4 วัน จากการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2021 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม –4 เมษายนที่ผ่านมา ประกอบกับผลการดำเนินงานในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาที่มีฐานต่ำ

ขณะที่แผนดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง จะมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ หลังจากรัฐบาลได้เพิ่มระดับการใช้มาตรการล็อกดาวน์ในพื้นที่ 13 จังหวัด เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อการจัดอีเวนต์หรือกิจกรรมการตลาดนอกสถานที่ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ยังคงศึกษาความเป็นไปได้โอกาสขยายการลงทุน การขยายธุรกิจจัดแข่งอีสปอร์ต และการพัฒนาแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์และสื่อออฟไลน์ให้สามารถสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“มั่นใจว่าภาพรวมผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกจะเป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากการจัดงานมอเตอร์โชว์ส่วนที่เหลือ ส่วนในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทฯ ยังมีการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้า ซึ่งอยู่ระหว่างรอใบอนุญาตประกอบกิจการจากภาครัฐ หากเริ่มผลิตไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์จะส่งผลดีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร” ดร.ปราจิน กล่าว

ธนชาตประกันภัย ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับปีนี้กว่า 8,000 ล้าน

บมจ.ธนชาตประกันภัย แสดงความแข็งแกร่งทางการเงิน มีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนสูงถึง 1,461% อยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทย เร่งขยายเพิ่มช่องทางการขาย ทั้งผ่านสาขาธนาคาร ดีลเลอร์ และโบรกเกอร์ และรุกตลาดออนไลน์มากขึ้น พร้อมยกระดับงานบริการด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในทุกขั้นตอนการทำงาน มุ่งสู่การเป็นดิจิทัลอินชัวรันส์เต็มรูปแบบรองรับการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจประกันภัยที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับปีนี้กว่า 8,000 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังปรับโลโก้ใหม่ เพื่อสะท้อนความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นในธุรกิจประกันภัยของกลุ่มธนชาต พร้อมสโลแกน “ธนชาตประกันภัย ดูแลไว ตรงใจคุณ”

นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย ว่า บริษัทฯ มีวิสัยทัศน์ในการทำงานด้วยการเป็นบริษัทประกันภัยที่มีความคิดสร้างสรรค์ ทันสมัย สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ปัจจุบันมีลูกค้าให้ความไว้วางใจถือกรมธรรม์ของทางบริษัทมากกว่า 1.5 ล้านฉบับ ในด้านความมั่นคงทางการเงิน ณ สิ้นปี 2563 บริษัทมีสินทรัพย์รวมที่ 15,354 ล้านบาท และมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนสูงถึง 1,461% สูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยกำหนดไว้ที่ 140% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทย

สำหรับในปี 2564 ธนชาตประกันภัย ตั้งเป้าหมายการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 8,830 ล้านบาท โดยมีแผนกลยุทธ์เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ด้วยการยกระดับการให้บริการ โดยลงทุนกับระบบเทคโนโลยีดิจิทัลที่ทันสมัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและรองรับกับการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจประกันภัยที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น การพัฒนาระบบจัดการข้อมูลบนคลาวด์ คอมพิวติ้ง ให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT ที่มีความยืดหยุ่นสามารถรองรับการจัดการข้อมูลรูปแบบต่างๆ ที่ไหลเข้ามาปริมาณมากอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อบริษัทฯ จะสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ทำความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่แตกต่างตามแต่ละกลุ่ม รวมถึงออกแบบประสบการณ์งานบริการหลังการขาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้รวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งยังนำเทคโนโลยี AI มาช่วยในขั้นตอนการเคลมประกันภัย การใช้ระบบ Robotic Process Automation (RPA) รวมถึงพัฒนาขั้นตอนการออกกรมธรรม์ออนไลน์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายหลักของบริษัทที่ต้องการขับเคลื่อนสู่การเป็นดิจิทัลอินชัวรันส์เต็มรูปแบบ

นอกจากนี้ ยังได้ขยายช่องทางการให้บริการ เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น ทั้งช่องทางขายผ่านสาขาธนาคาร ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 40% รวมถึงการขายช่องทางผ่านพันธมิตรที่เป็นดีลเลอร์รถยนต์และโบรกเกอร์ประกันภัย ซึ่งมีสัดส่วนรวมกันประมาณ 50% นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มช่องทางการขายผ่านออนไลน์ให้มากขึ้น โดยมีเป้าหมายภายใน 3 ปี จะมีลูกค้าผ่านทางช่องออนไลน์ในสัดส่วนประมาณ 10%

ด้าน ผลิตภัณฑ์ประกันภัย เน้นให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการ สภาพคล่องทางการเงิน และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคระบาดโควิด บริษัทฯ ได้ออกแคมเปญ “ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 2+จัดเต็ม สุดในรุ่น” คุ้มครอง ชน หาย ไฟไหม้ และเพิ่มความคุ้มครองภายหลังการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งเงินชดเชยรายได้ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน เงินชดเชยค่าเดินทาง และผ่อนได้ 0% สูงสุด 10 เดือน เหมาะสำหรับคนใช้รถน้อยและต้องทำงานอยู่ที่บ้านเพื่อเว้นระยะห่างในสังคม พร้อมอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าใช้บริการผ่านช่องทาง “Line Official Account ธนชาตประกันภัย” สำหรับแจ้งเคลมอุบัติเหตุ ต่ออายุประกันภัย ดาวน์โหลดกรมธรรม์อิเล็กทรอนิกส์ และส่งเอกสารเบิกเคลม สะดวก ง่าย สามารถใช้บริการได้ทุกที่ ตลอด 24 ชั่วโมง

จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และปรับปรุงการให้บริการอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ในปีที่ผ่านมา ธนชาตประกันภัย ได้รับรางวัลใหญ่ 2 รางวัล ทั้งรางวัลระดับประเทศและระดับสากล โดยผลิตภัณฑ์ “ประกันภัยรถยนต์ ธนชาต 2+จัดเต็ม” ได้รับรางวัล “สุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งปี” จากมหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับ นิตยสาร Business plus และรางวัล “การจัดการเคลมยอดเยี่ยม” หรือ “Best Claims Management Insurance Company”โดยนิตยสาร International Finance Magazine (IFM) จากประเทศอังกฤษ

นายพีระพัฒน์ กล่าวว่า เพื่อสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นในการประกอบธุรกิจประกันภัยของกลุ่มธนชาต รวมถึงสร้างการจดจำต่อลูกค้ากลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น บริษัทฯ จึงได้มีการปรับภาพลักษณ์ใหม่ (Refresh Brand) โดยปรับโลโก้ให้มีความชัดเจน พร้อมสโลแกน “ธนชาตประกันภัย ดูแลไว ตรงใจคุณ” แสดงถึงตัวตนของธนชาตประกันภัยที่มุ่งมั่นและพร้อมส่งมอบบริการอันเป็นเลิศให้กับลูกค้า ได้อย่างรวดเร็ว และมีคุณภาพตรงใจทุกคน

“คริสตัล” เปิดตัวฉลากบรรจุภัณฑ์ 4 ดีไซน์ใหม่ เจาะตลาด 4 ภาค

คริสตัล น้ำดื่มคุณภาพ ส่งความสดชื่นทั่วทิศ คุณภาพทั่วไทย พร้อมอยู่คู่คนไทยในทุกสถานการณ์ ส่งมอบความสุขและเพิ่มกำลังใจในช่วงเวลานี้ที่ต้องมั่นใจในทุกสิ่งที่บริโภค เพื่อดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงด้วยน้ำดื่มคุณภาพอันดับหนึ่งที่สะอาดใหม่ได้มาตรฐานเดียวกันจากทุกโรงงานทั่วประเทศ พิสูจน์ได้จากการเป็นแบรนด์น้ำดื่มแรกที่ได้รับการรับรองจาก NSF International และหลากหลายรางวัลรับรองมาตรฐานการผลิตและคุณภาพสิ่งแวดล้อมจากสถาบันที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัว “คริสตัล แคน” อีกหนึ่งบรรจุภัณฑ์ทางเลือกให้ทุกคนได้ดูแลตัวเองพร้อมกับการดูแลโลก สามารถรีไซเคิลได้ 100%

พร้อมต่อยอดความสำเร็จในการสร้างสรรค์ฉลากบรรจุภัณฑ์คริสตัลสุดคิ้วต์ Crystal x Yuree ส่งขวดพีอีทีลายใหม่ที่มาพร้อม Illustration แบบใหม่ 4 ดีไซน์ “สดชื่น-ม่วนใจ๋-ม่วนซื่น-หรอยแร๊ง” แรงบันดาลใจจาก 4 ภาค ส่งตรงจากโรงงานของคริสตัลทั่วประเทศ เพื่อสร้างความสดชื่นและเพิ่มกำลังใจในการทำงานที่บ้านช่วงโควิด-19 ให้กับทุกคน

นางปรางณี ไชยพิเดช ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า น้ำดื่มสะอาด และได้คุณภาพ กลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้นท่ามกลางสถานการณ์แพร่ระบาด สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจและระมัดระวังในการบริโภคที่ส่งผลต่อสุขภาพของตัวเอง ไม่ว่าจะเลือกอะไรก็ต้องมั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์นี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ คริสตัล พร้อมเป็นตัวเลือกน้ำดื่มคุณภาพให้กับทุกคนในช่วงสถานการณ์นี้ ในฐานะแบรนด์น้ำดื่มคุณภาพตัวจริงที่คนไทยทั่วประเทศไว้วางใจ ซึ่งได้รับการรับรองจาก NSF International และหลากหลายรางวัลรับรองจากสถาบันทั้งในต่างประเทศ และมั่นใจได้ว่าน้ำดื่มคริสตัลทุกขวดทั่วประเทศได้มาตรฐานเดียวกัน จากกระบวนการผลิตและความพร้อมของโรงงาน 15 แห่งที่กระจายอยู่ในจังหวัดที่เป็นตลาดยุทธศาสตร์ในแต่ละภูมิภาค และความแข็งแกร่งของระบบการขนส่งที่มีประสิทธิภาพของเสริมสุขและบริษัทในเครือไทยเบฟเวอเรจ ทำให้คริสตัลส่งมอบความสดชื่นทั่วทิศ คุณภาพทั่วไทย ให้กับพี่น้องคนไทยในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมั่นใจ

เปิดตัวฉลากบรรจุภัณฑ์ 4 ดีไซน์ใหม่ เสิร์ฟความมั่นใจในคุณภาพเดียวกันทั่วประเทศ ในโอกาสนี้ คริสตัล จึงดีไซน์บรรจุภัณฑ์ 4 แบบ โดยใช้คาแรกเตอร์ที่อยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ซึ่งออกแบบโดย “ยุรี เกนสาคู” ศิลปินร่วมสมัยชั้นนำของประเทศ เป็นตัวแทนน้ำดื่มคริสตัล ที่จะมาตอกย้ำให้ผู้บริโภคชาวไทยได้มั่นใจในคุณภาพมาตรฐานการผลิตระดับสากลหนึ่งเดียวในทุกๆ โรงงานคริสตัลทั่วประเทศ พร้อมทั้งส่งมอบความสนุกสนานผ่านแลนด์มาร์กสุดปังของแต่ละพื้นที่ให้ผู้บริโภคคลายความคิดถึง

สำหรับ 4 ดีไซน์ฉลากบรรจุภัณฑ์เวอร์ชั่นใหม่ ประกอบด้วย

ดีไซน์ที่ 1 นำโดย “พี่ยักษ์วัดแจ้งมาดเข้ม” และ “พี่ยักษ์วัดโพธิ์สุดเท่” เปรียบเสมือนตัวแทนความมุ่งมั่นในการส่งมอบน้ำดื่มคุณภาพคริสตัลให้กับทุกคน พร้อมวิวเสาชิงช้าที่โดดเด่น บนท้องฟ้าเห็นว่าวจุฬาตัดกับสีเขียวของสนามหญ้า พร้อมด้วย “เจ้าไซบีเรียนแสนรู้” วิ่งเล่นขี่ม้าก้านกล้วยไล่จับ “น้องเหมียวจอมซน” ที่กำลังเดินกะลาอย่างมีความสุข เป็นตัวแทนของภาคกลาง

ดีไซน์ที่ 2 โดดเด่นด้วย “กวางสาวหล่ายูนิคอร์นแห่งเอเชีย” ในชุดไทยล้านนากางร่มบ่อสร้าง และ “แพนด้าสายกิน” ตีกลองสะบัดชัยอย่างเมามัน เป็นตัวแทนยืนยันถึงคุณภาพที่ได้รับการรับรองมากมายที่พร้อมเติมความสดชื่นให้กับผู้บริโภค โดยด้านหลังเป็นประตูเมืองเชียงใหม่ การลอยโคมยี่เปง ตุง และดอกกาสะลอง เป็นตัวแทนของภาคเหนือ

ดีไซน์ที่ 3 เป็น “นกกระเรียนมงกุฏแดงผู้รักเดียวใจเดียว” กำลังเป่าแคน ได้บรรยากาศเป็นหนึ่งเดียวกับกระติ๊บข้าวเหนียว ผ้าขาวม้า และหน้ากากผีตาโขน สะท้อนถึงความเป็นมาตรฐานการผลิตเดียวกันทั่วประเทศของโรงงานทั้ง 15 แห่ง เป็นตัวแทนของภาคอีสาน

และ ดีไซน์ที่ 4 ที่มี “Gogi Chan เงือกน้อยชุบแป้งทอด” นั่งอยู่บนเกาะแก้วคริสตัล หรือเกาะแก้วพิสดารที่ภูเก็ต และ “เต่าทะเลนักว่ายน้ำตัวยง” ที่กำลังเชิดหนังตะลุงอย่างสบายใจ แสดงถึงความไว้วางใจที่คริสตัลที่ได้รับจากผู้บริโภคทั่วประเทศในฐานะน้ำดื่มคุณภาพ เป็นตัวแทนภาคใต้ โดยบรรจุภัณฑ์ทั้ง 4 ดีไซน์สื่อสารว่าอยู่ภูมิภาคไหนผู้บริโภคก็มั่นใจได้ในคุณภาพมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศของน้ำดื่มคริสตัลสานต่อแนวคิด Crystal CARE เปิดตัว “คริสตัล แคน” ครั้งแรกของน้ำดื่มคุณภาพบรรจุกระป๋อง

นอกจากนี้ ยังสานต่อแนวคิด Crystal CARE การดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบใส่ใจในทุกขั้นตอนการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสังคมและสิ่งแวดล้อม พิสูจน์ได้จากการรับรางวัลฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นต์ และมาตรฐาน Water Footpirnt Certificate เป็นต้น ซึ่งสอดคล้องตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของไทยเบฟเวอเรจ เปิดตัวบรรจุภัณฑ์น้ำดื่มในรูปแบบกระป๋อง ขนาด 325 มล. อนาคตใหม่ของบรรจุภัณฑ์ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในต่างประเทศ โดยจะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนกรกฏาคมที่จะถึงนี้

“เรามั่นใจว่าการส่งมอบความสดชื่นทั่วทิศ คุณภาพทั่วไทย ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ทุกคนต้องดูแลรักษาตัวเองเป็นพิเศษ ทั้งการดำเนินชีวิตประจำวันและการบริโภคสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะน้ำดื่มที่ไว้วางใจต้องเป็นแบรนด์น้ำดื่มแรกที่ได้รับการรับรองจาก NSF International และหลากหลายรางวัลรับรอง มีมาตรฐานการผลิตเดียวกันทั่วประเทศ มีความสดใหม่ ด้วยการสร้างสรรค์ฉลากบรรจุภัณฑ์เวอร์ชั่นใหม่ทั้ง 4 ดีไซน์ และบรรจุภัณฑ์น้ำดื่มกระป๋องรักษ์โลก “คริสตัล แคน” ที่สามารถตอบโจทย์รีไซเคิล 100% จะสร้างสีสันให้กับตลาดน้ำดื่มในช่วงครึ่งปีหลัง รวมทั้งตอกย้ำความเป็นแบรนด์น้ำดื่มคุณภาพยอดนิยมของคนไทยและสร้างความแข็งแกร่งให้กับคริสตัลในตลาดภูมิภาคได้อย่างแน่นอน” นางปรางณี กล่าวทิ้งท้าย

ดีพร้อม ผลักดันเอสเอ็มอีไทย เชื่อมโอกาสคู่ค้าภาครัฐ

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าผลักดันนโยบายสร้างเสริมศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและวิสาหกิจทั่วประเทศ ผ่านการรับรองสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยในโครงการ Made in Thailand เดินหน้าเร่งส่งเสริมการบริโภคสินค้าภายในประเทศ เพื่อเพิ่มความเข้มแข็งสู่ระบบเศรษฐกิจ ผ่านกลไกของการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ สร้างแต้มต่อผู้ประกอบไทยฝ่าวิกฤตโควิด -19 รวมทั้งเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการสินค้าไทยให้สามารถเข้าสู่การรับรองสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย ผ่านโครงการยกระดับผู้ประกอบการสินค้าไทยให้ดีพร้อม เริ่มสมัครตั้งแต่วันนี้ – 25 ก.ค.นี้ คาดเงินหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจไทยกว่า 1 ล้านล้านบาท

นายณัฐพล รังสิตพล อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบันส่งผลให้การใช้จ่ายและกำลังซื้อของภาคเอกชนลดลงอย่างเห็นได้ชัด และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงเร่งขับเคลื่อนแนวคิดในการนำเงินส่วนงบประมาณของภาครัฐ หรือ Government Spending ที่มีมูลค่าราว 1.77 ล้านล้านบาทต่อปี ให้มาเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านการประกาศใช้กฎกระทรวง กำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ที่ได้กำหนดให้พัสดุส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ หรือ Made in Thailand (MiT) พัสดุที่จัดทำขึ้นหรือจำหน่ายโดยผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ Thai SME-GP และพัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หรือ Thai GPP เป็นพัสดุที่หน่วยงานรัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน

ทั้งนี้ จากนโยบายดังกล่าวจึงเกิดเป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผลักดันการรับรองสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยหรือ “Made in Thailand” สำหรับผู้ประกอบการไทยให้มีโอกาสได้เป็นคู่ค้ากับภาครัฐ ซึ่งจะก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ภายใต้การนำของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของโอกาสและประโยชน์ที่ผู้ประกอบการไทยจะได้รับจากการค้าขายกับภาครัฐ จึงมอบหมายให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม (DIPROM) เร่งดำเนินการผลักดันผู้ประกอบการทั่วประเทศในเชิงรุก ทั้งการแนะนำ ประชาสัมพันธ์และส่งต่อผู้ประกอบการเข้าสู่การรับรองสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย หรือ Made in Thailand ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการผ่านการรับรองสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย หรือ Made in Thailand ไปแล้วกว่า 1,800 ราย จำนวนกว่า 10,000 รายสินค้า

“ดีพร้อม ในฐานะองค์กรหลักในการส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของประเทศในขณะเดียวกันก็ยังเป็นผู้ซื้อในฐานะหน่วยงานของรัฐ จึงได้เร่งผลักดันกลุ่มเป้าหมายที่อยู่ภายใต้แผนงานบูรณาการส่งเสริมผู้ประกอบการเข้ารับรองสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย หรือ Made in Thailand (MiT) ของ ส.อ.ท. โดยได้สั่งการให้หน่วยงานทั้งส่วนกลางและศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ พิจารณาคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพให้เข้ารับรองกับทาง ส.อ.ท. ขณะเดียวกัน ดีพร้อม ยังได้นำร่องเริ่มต้นใช้เกณฑ์การคัดเลือกเข้าสู่ระบบการจัดซื้อจ้างของภาครัฐที่มีสินค้าตรงตามเงื่อนไข โดยผู้ประกอบการต้องผ่านการรับรองและได้รับตราสัญลักษณ์ Made in Thailand เรียบร้อยแล้ว อีกทั้ง ยังได้กระจายนโยบายดังกล่าวไปยังศูนย์ภาคทั้ง 11 แห่งทั่วประเทศ ในการประกาศใช้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามประกาศกฎกระทรวงการคลัง เรื่องกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐ เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยมีโอกาสเป็นคู่ค้ากับภาครัฐเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ ดีพร้อม ยังได้ริเริ่มจัดทำ โครงการยกระดับผู้ประกอบการสินค้าไทยให้ดีพร้อม เพื่อพัฒนาเตรียมความพร้อมและยกระดับผู้ประกอบการ SMEs และวิสาหกิจชุมชนไทย เข้าสู่การรับรอง Made in Thailand ควบคู่กับการเพิ่มผลิตภาพให้ธุรกิจมีศักยภาพยิ่งขึ้น โดยกิจกรรมทั้งหมดจะอยู่ในรูปแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทุกประเภท ทุกระดับ ให้ได้รับทราบและมีโอกาสเป็นคู่ค้ากับภาครัฐ ผ่าน 3 ช่องทางที่สำคัญ ได้แก่ การรับรอง Made in Thailand (MiT) โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย การขึ้นทะเบียนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม Thai SME-GP ของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และการขึ้นบัญชีสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม Thai GPP ของกรมควบคุมมลพิษ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดภายใต้ภาวะวิกฤตโควิด-19 และนำทางผู้ประกอบการไทยให้สามารถเข้าถึงช่องทางการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐที่มีมูลค่ามหาศาล

โครงการยกระดับผู้ประกอบการสินค้าไทยให้ดีพร้อม เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ –25 กรกฎาคม 2564 ผ่าน https://forms.gle/x7DoGfkka21GSLcq6 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม โทรศัพท์ 08 1807 1127 และ 08 9815 6597 หรือติดตามความเคลื่อนไหวอื่น ๆได้ที่ https://www.facebook.com/dbcd.diprom และ www.dip.go.th