ยอดโควิด-19 วันนี้ ผู้ติดเชื้อเพิ่ม 13,655 ราย

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 22 กรกฎาคม 2564 รวม 13,655 ราย จำแนกเป็น ผู้ติดเชื้อใหม่ 13,110 ราย ผู้ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 545 ราย ผู้ป่วยสะสม 424,269 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) ผู้หายป่วยกลับบ้าน 7,921 ราย ผู้หายป่วยสะสม 284,951 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) ผู้เสียชีวิต 87 ราย

RBF มอบ Infusion pump ใช้ดูแลผู้ป่วยโควิด

แพทย์หญิง จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการบริษัท บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF มอบเครื่องควบคุมการให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ (Infusion pump) ด้วยระบบส่งสัญญาณแบบไร้สาย จำนวน 1 เครื่อง ให้กับโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เพื่อใช้ควบคุมการให้สารละลาย หรือการให้น้ำเกลือกับผู้ป่วยโควิดในห้องไอซียู ตามปริมาณที่แพทย์สั่งให้ผู้ป่วยแต่ละราย ช่วยลดการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ โดยมี พันเอก รชต ลำกูล รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า

ประกาศผลรางวัล Asia Pacific Property Awards 2021-22

ลิกซิล (LIXIL) ผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์เพื่อการจัดการน้ำและที่อยู่อาศัย ประกาศรายชื่อผู้ได้รับรางวัล Asia Pacific Property Awards 2021-22 ผ่านแบรนด์ผู้สนับสนุน คือ อเมริกันสแตนดาร์ด (American Standard) และ โกรเฮ่ (GROHE) โดยรางวัล Asia Pacific Property Awards จัดขึ้นเพื่อเชิดชูความสำเร็จระดับสูงสุดในด้านสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน อสังหาริมทรัพย์ และภาคธุรกิจการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภูมิภาค รางวัลอันทรงเกียรติเหล่านี้เปิดโอกาสให้มืออาชีพรวมถึงแบรนด์ชั้นนำในอุตสาหกรรมร่วมส่งผลงานเข้าแข่งขันชิงความเป็นหนึ่งทุกปี

ประกาศรางวัล Asia Pacific Property Awards ครั้งที่ 28

ในปีนี้มีผู้ได้รับรางวัล 681 รายจากทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งในประเภทสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน อสังหาริมทรัพย์ และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยประเทศจีนกวาดรางวัลได้มากที่สุด (279 รางวัล) ตามมาด้วยไทย (86 รางวัล) ตามมาติด ๆ ด้วยเวียดนาม (45 รางวัล) ประเทศอื่น ๆ ที่มี    ผู้ได้รับรางวัลในปีนี้จำนวนมากเช่นกัน ได้แก่ สิงคโปร์ (44 รางวัล) มาเลเซีย (43 รางวัล) อินเดีย (31 รางวัล) และออสเตรเลีย (29 รางวัล) (ดูรายชื่อผู้ได้รับรางวัลทั้งหมดได้ที่ https://propertyawards.net/winners/)

คณะกรรมการตัดสินรางวัลในปีนี้ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในอุตสาหกรรมมากกว่า 100 คน โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิหลายคนเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการตัดสินรางวัล Asia Pacific Property Awards เช่น Lord Best (ประธานสภาขุนนางคณะกรรมการการสื่อสาร – Chair of the House of Lords Communications Committee และประธานสภาผู้ตรวจการของรัฐสภาด้านอสังหาริมทรัพย์แห่งสหราชอาณาจักร – Chair of The Property Ombudsman’s Council in the UK), Bill McClintock (ประธานสภาวิชาชีพด้านอสังหาริมทรัพย์แห่งสหราชอาณาจักร – Chairman, Guild of Property Professionals UK) และ Annie Hampson (อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายวางแผนแห่งมหานครลอนดอน – Former Chief Planning Officer at the City of London) ผู้ตัดสินแต่ละคนได้รับการจัดสรรผลงานที่จะตัดสินตามความเชี่ยวชาญและความรู้ในสาขาของตน ผลงานทั้งหมดได้รับการพิจารณาอย่างละเอียดทั้งในแง่การออกแบบ คุณภาพ การบริการ นวัตกรรม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน

รางวัล Asia Pacific Property Awards เป็นหนึ่งในรางวัลที่ใหญ่ที่สุดและเป็นที่ยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรม โดยในแต่ละปีมีผลงานส่งเข้าแข่งขันมากกว่า 900 ผลงานจากประเทศต่าง ๆ ทั่วทั้งภูมิภาค บริษัทที่ได้รับเกียรติให้ได้รับรางวัลจะได้รับการรับรองในฐานะผู้นำด้านสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน อสังหาริมทรัพย์ และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งนี้ รางวัล Asia Pacific Property Awards ได้รับการสนับสนุนจาก LIXIL Asia ผ่านแบรนด์ชั้นนำอย่าง อเมริกันสแตนดาร์ด (American Standard) และโกรเฮ่ (GROHE) เป็นปีที่สาม และถือเป็นสาขารางวัลที่ใหญ่ที่สุดของ International Property Awards (IPA) โดยประกาศรายชื่อผู้ชนะอันดับต้น ๆ ประจำปี 2021-22 ผ่านวิดีโอนำเสนอ ‘Red Carpet’ ออนไลน์ของ IPA ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางของ IPA ในการจัดหาทางเลือกที่สร้างสรรค์และเป็นที่นิยมแทนการจัดงานมอบรางวัลประจำปีตามปกติ เนื่องจากข้อจำกัดในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด

โอกาสนี้ ลิกซิลขอแสดงความยินดีกับบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์และบริษัทรับออกแบบและตกแต่งของไทยที่ให้ความไว้วางใจเลือกใช้สุขภัณฑ์จากอเมริกันสแตนดาร์ดและโกรเฮ่ภายในโครงการจนสามารถคว้ารางวัล Asia Pacific Property Awards 2021-2022 ในประเภทต่าง ๆ ได้แก่ บจก. MQDC (บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด) คว้ารางวัล Award Winner โครงการที่พักอาศัยที่ดีที่สุดของประเทศไทย (Residential Development Thailand) จาก The Aspen Tree The Forestias บริษัท 1.6 ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด คว้ารางวัล Award Winner โครงการที่พักอาศัยแบบอาคารสูงที่ดีที่สุดของประเทศไทย (Residential High Rise Development Thailand) จาก    The Strand Thonglor นอกจากนี้ บริษัทรับออกแบบและตกแต่งของไทยยังคว้ารางวัลอันทรงเกียรติจากเวทีแห่งนี้ ได้แก่ บจก.ปาล์มเมอร์ แอนด์ เทอร์เนอร์ (ประเทศไทย) คว้ารางวัล Award Winner ทั้งหมด 4 รางวัล ด้วยกัน ได้แก่ การออกแบบอาคารสำนักงานที่ดีที่สุดของประเทศไทย (Office Architecture Thailand) จาก KRONOS SATHORN การออกแบบโครงการมิกซ์ยูสที่ดีที่สุดของประเทศไทย (Mixed Use Architecture Thailand) จาก MOCHIT COMPLEX การออกแบบโครงการเชิงพาณิชย์แบบอาคารสูงที่ดีที่สุดของประเทศไทย (Commercial High Rise Architecture Thailand) จาก TIPCO BUILDING EXTENSION และการออกแบบโครงการที่พักอาศัยแบบผสมผสานที่ดีที่สุดของประเทศไทย (Architecture Multiple Residence Thailand) จาก PITI SUKHUMVIT 101

ในฐานะผู้นำตลาดระดับโลกด้านเทคโนโลยีเพื่อการจัดการน้ำ ลิกซิลตระหนักถึงความสำคัญของการใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการและความท้าทายของผู้บริโภคที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่องซึ่งจะช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตด้วยผลิตภัณฑ์และบริการที่โดดเด่น ลิกซิลนำเสนอเทคโนโลยีอันก้าวล้ำนำหน้าที่ส่งเสริมสุขภาพ สุขอนามัย ความสะดวกสบาย และความยั่งยืน ผ่านแบรนด์อันทรงพลังหลายแบรนด์ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในส่วนของโซลูชั่นเพื่อสุขอนามัยที่เป็นระบบไร้สัมผัสและขับเคลื่อนด้วย IoT

ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรม เทคโนโลยี HygieneClean ของอเมริกันสแตนดาร์ดนับเป็นเกณฑ์มาตรฐานของอุตสาหกรรมสำหรับความปลอดภัยด้านสุขอนามัยในห้องน้ำ ด้วยการผสมผสานคุณสมบัติเด่น 4 ด้านเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ได้แก่ การชำระล้างอันทรงพลัง การออกแบบขั้นสูงเพื่อให้ได้สุขภัณฑ์แบบไร้ขอบ เทคโนโลยี Aqua Ceramic ที่ล้ำสมัย ​​และเทคโนโลยีป้องกันเชื้อแบคทีเรีย ComfortClean ที่มีประสิทธิภาพสูง โกรเฮ่ผลิตสินค้าทั้งหมดตามมาตรฐานคุณภาพสูงสุดของเยอรมัน ผสมผสานเทคโนโลยีระดับแถวหน้าและเป็นเอกสิทธิ์ในทุกโซลูชั่นที่ครบวงจรสำหรับใช้ในห้องน้ำ โกรเฮ่ภาคภูมิใจที่ได้เป็นแบรนด์สุขภัณฑ์ระดับโลกรายแรกที่มีกระบวนการผลิตที่ปราศจากก๊าซเรือนกระจกหรือมีค่าของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเท่ากับศูนย์ carbon-neutral production (ในเดือนเมษายน 2020) ซึ่งนับเป็นการดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนตามคุณค่าหลักที่แบรนด์ยึดถือ

ซาโตชิ โคนาไก Leader, LIXIL Water Technology, Asia Pacific กล่าวว่า “ลิกซิลรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมของเราในการสร้างสัมพันธ์เชื่อมโยงกับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สถาปนิก และนักออกแบบชั้นเลิศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เราขอแสดงความยินดีอย่างจริงใจต่อผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่านในความสำเร็จอย่างสมความภาคภูมิในครั้งนี้ ความสำเร็จและการได้รับรางวัลอันเป็นที่ยกย่องเชิดชูอย่างสูงเหล่านี้ตอกย้ำถึงความสามารถที่โดดเด่นและความมุมานะของผู้ได้รับรางวัล การแพร่ระบาดของไวรัสที่กำลังดำเนินอยู่ก่อให้เกิดความต้องการที่เพิ่มขึ้นในส่วนของผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นเพื่อสุขอนามัยที่ดีขึ้น และเนื่องจากผู้บริโภคใช้เวลาอยู่ที่บ้านมากขึ้น ความต้องการประสบการณ์ สปาในบ้านก็ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเช่นกัน ในฐานะบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยการกำหนดเป้าหมายเป็นที่ตั้ง เราจะก้าวเป็นผู้นำในการบุกเบิกผลิตภัณฑ์เชิงนวัตกรรมและนำเสนอความใหม่ที่ต่างออกไปเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อนำเสนอโซลูชั่นของลิกซิลเพื่อการจัดการน้ำและที่อยู่อาศัยให้กับผู้คนจำนวนมากขึ้นผ่านแบรนด์ต่าง ๆ ของเราที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค

ออดรีย์ โหย่ว Leader, Thailand, LWT APAC กล่าวเสริมว่า แม้จะมีความท้าทายและการหยุดชะงักที่เกิดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาไปทั่วโลก แต่ลิกซิลยังคงแน่วแน่ในภารกิจของเราในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทำให้บ้านน่าอยู่มากขึ้น และกลายเป็นความจริงสำหรับทุกคนและทุก ๆ ที่ ความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเราที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคในช่วงหลายปีที่ผ่านมาถือเป็นส่วนสำคัญในการจัดการกับความท้าทายที่สำคัญบางประการที่ผู้บริโภคเผชิญอยู่ทั่วโลก รางวัล Asia Pacific Property Awards เป็นโอกาสที่เราจะได้ยกย่องเชิดชูนักวิชาชีพผู้ก่อให้เกิดนวัตกรรมและงานสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเอเชียรวมทั้งได้ร่วมฉลองกับความสำเร็จดังกล่าวของพวกเขา เราจะยังคงก้าวเข้าไปมีส่วนร่วมกับอุตสาหกรรมนี้ต่อไป และจะส่งเสริมความร่วมมือและการรวมตัวเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นกับชุมชนนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ นักออกแบบ และสถาปนิก เพื่อบรรลุถึงเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ขึ้นอีกขั้นในระดับโลก

โรงงาน PPP สนับสนุนอุปกรณ์การแพทย์สู้โควิด

บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC และโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (PPP) มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความเป็นอยู่ที่ยั่งยืนให้กับชุมชน โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 พร้อมเป็นกำลังใจให้ผ่านวิกฤตไปด้วยกัน โดยได้สนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น แอลกอฮอล์ หน้ากากอนามัย และน้ำยาไฮเตอร์สำหรับฆ่าเชื้อโรค ให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านปรักรัก และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกกแรต ซึ่งเป็นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ที่อยู่ในพื้นที่โรงงาน PPP โดยมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขของแต่ละพื้นที่ เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปใช้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิดในพื้นที่

VGI จับมือ Fanslink กางปีกต่อยอด e-Commerce

บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ วีจีไอ ผู้ให้บริการ Offline-to-Online (“O2O”) โซลูชั่นส์ชั้นนำ ผ่านบริษัทในเครือ บีเอสเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด (ภายใต้ชื่อ “Rabbit”) เข้าลงทุน 51% ในบริษัท แฟนสลิ้งค์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (ภายใต้ชื่อ “Pando”) ผู้นำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอีคอมเมิร์ซชั้นนำของจีน ซึ่งจะช่วยขยายขีดความสามารถของ VGI ในการสร้างโอกาสเชิงกลยุทธ์ใหม่ๆ ให้กับแพลตฟอร์มหลักอย่าง ธุรกิจสื่อโฆษณา ธุรกิจบริการชำระเงิน และธุรกิจโลจิสติกส์ โดยการเพิ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซเข้ามาเสริมทัพในครั้งนี้

จากการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซที่ผ่านมาอย่างก้าวกระโดด ทำให้วีจีไอเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจในการขยายแพลตฟอร์มไปยังธุรกิจอีคอมเมิร์ซ เห็นได้จากมูลค่าตลาดอีคอมเมิร์ซในปี 2020 มีการเติบโตสูงขึ้นถึง 81% เมื่อเทียบกับปี 2019 นอกจากนี้ ยังพบว่ามีสินค้าที่เข้ามายังตลาดอีมาร์เก็ตเพลสเพิ่มสูงขึ้นถึง 32% ซึ่งแบ่งเป็นร้านค้าในประเทศ 37% และร้านค้าจากต่างประเทศ 63% โดยเฉพาะร้านค้าจากประเทศจีนได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมากด้วยราคาที่ถูกกว่าคู่แข่ง Pando จึงถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยตอบโจทย์ทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี

การลงทุนในครั้งนี้จะช่วยเสริมความสามารถหลักให้กับภาพรวมทางธุรกิจของวีจีไอ ด้วยศักยภาพจากแพลตฟอร์มธุรกิจที่มีความหลากหลายทั้งออนไลน์ออฟไลน์ อาทิ การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ สินเชื่อดิจิทัล แพลตฟอร์มอินชัวร์เทค รวมไปถึงระบบฐานข้อมูล Loyalty Program เป็นต้น โดยก้าวต่อไปของแผนธุรกิจคือการสร้างระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซ นอกเหนือจากนี้ Pando ยังสามารถใช้ประโยชน์จากบริการขนส่งสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่าน Kerry Express หนึ่งในแพลตฟอร์มธุรกิจโลจิสติกส์ของ VGI ได้อีกด้วย

เนลสัน เหลียง กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กันในครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญสำหรับทั้งสองธุรกิจ โดย VGI ทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุน Pando ผ่านการบริการโซลูชั่นส์ทางการตลาดที่ครบวงจรและมีศักยภาพ นอกจากนี้ การเป็นพันธมิตรกับ Pando เป็นการเปิดโอกาสในการสร้าง Synergy ร่วมกันแบบข้ามสายแพลตฟอร์มธุรกิจ อีกทั้งทำให้บริษัทฯ สามารถจัดหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพให้กับฐานลูกค้าของแรบบิทได้ในราคาที่เหมาะสม พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าให้กับการบริการต่างๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบริการสะสมคะแนน บริการซื้อก่อนจ่ายทีหลัง และประกันที่ครอบคลุมสำหรับทุกการซื้อได้อย่างไร้รอยต่อไม่ว่าจะเป็นออฟไลน์หรือออนไลน์”

Pando ก่อตั้งขึ้นในปี 2560 โดยผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท คุณแฟรงก์ กัว ซึ่งบริษัทใช้เพียงเวลาสั้นๆ ในการสร้างชื่อเสียงจนกลายเป็นผู้นำด้านการนำเข้าแบรนด์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลกจากจีนสู่ผู้บริโภคชาวไทย อย่างเช่น Xiaomi, Amazfit, Haier และแบรนด์อื่นๆอีกมากมาย นอกจากนี้บริษัทยังได้ออกแบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพระดับพรีเมียมให้กับผู้บริโภค ซึ่งผลิตภัณฑ์มีทั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงฮาร์ดแวร์ในครัวเรือน ภายใต้ชื่อแบรนด์ “Pando Selection”

Pando ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงและแมชชีนเลิร์นนิง เพื่อให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่กำลังได้รับความนิยมและมีแนวโน้มเป็นที่ต้องการของตลาด ซึ่งมีช่องทางการจัดจำหน่ายหลัก ได้แก่ Marketplaces ทั้งหมด และแพลตฟอร์มแบบ B2B2C ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถพบได้ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำที่รวมสินค้าเกี่ยวกับของใช้ในบ้านได้ทั่วประเทศ

แฟรงก์ กัว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Pando กล่าวว่า พวกเรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของวีจีไอ  และได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับ Rabbit ซึ่งเป็นบริษัทที่มีบริการที่น่าสนใจมากมาย ซึ่งรวมถึงการเปิดตัวแอปพลิเคชั่นมือถือที่ประกอบด้วยคุณสมบัติต่างๆ เช่น การสตรีมสด การประมูล การค้าทางโซเชียล ฯลฯ ทั้งนี้เราเชื่อว่าด้วยการสนับสนุนของเครือข่ายสื่อโดย VGI และระบบนิเวศทางธุรกิจของ Rabbit จะทำให้เราสามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่สู่ผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ธนาคารกรุงเทพ กำไรครึ่งแรกของปี 64 ทะลุ 13,280 ล้าน

การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่สอง ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดระลอกที่สามของโควิด-19 ส่งผลให้เครื่องชี้ทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ปรับตัวลงต่อเนื่อง อาทิ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ต่ำสุดในรอบ 19 ปี กระทบต่อไปยังการบริโภคและการลงทุนของภาคเอกชน ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวยังไม่สามารถฟื้นตัว เนื่องจากมาตรการจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ  อย่างไรก็ตาม การส่งออกของประเทศไทยปรับดีขึ้นต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ซึ่งได้เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมา ร่วมกับการใช้จ่ายของภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง มีผู้ติดเชื้อใหม่จำนวนหลายพันรายต่อวัน การกลายพันธุ์ของไวรัสทำให้การระบาดยืดเยื้อ สัดส่วนประชากรไทยที่ได้รับวัคซีนยังไม่มากพอ และแผนการเปิดประเทศ เพื่อรับนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงอยู่ในช่วงเริ่มดำเนินการ ด้วยเหตุนี้ ความต่อเนื่องของมาตรการภาครัฐ ในการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจและลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการประคับประคองและฟื้นฟูเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาธนาคารกรุงเทพได้สนับสนุนมาตรการของภาครัฐและเร่งดำเนินการช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมดูแลลูกค้าให้เหมาะสมสอดคล้องกับสถานการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับลูกค้าแต่ละราย ขณะเดียวกัน ธนาคารให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยง ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง

กำไรสุทธิของธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อยสำหรับครึ่งแรกของปี 2564 จำนวน 13,280 ล้านบาท

ธนาคารกรุงเทพและบริษัทย่อย รายงานกำไรสุทธิครึ่งแรกของปี 2564 จำนวน 13,280 ล้านบาท  โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.8  หลัก ๆ จากผลของการรวมธนาคารเพอร์มาตาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2563  และมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 2.12 ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยหลายครั้งในครึ่งแรกของปีก่อน  รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้นร้อยละ 18.8  จากค่าธรรมเนียมบริการประกันผ่านธนาคารและบริการกองทุนรวม และค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักทรัพย์  รวมถึงการรวมรายได้ค่าธรรมเนียมของธนาคารเพอร์มาตา  สำหรับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ร้อยละ 49.5   ทั้งนี้ ธนาคารมีการตั้งสำรองตามหลักความระมัดระวังโดยคาดการณ์ปัจจัยผลกระทบสำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า

ธนาคารกรุงเทพยังคงดำรงฐานะการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง ตามแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ เพื่อรองรับผลกระทบจากเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้าและมีความไม่แน่นอนมากขึ้น

ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564 ธนาคารมีเงินให้สินเชื่อจำนวน 2,420,305 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.2 จากสิ้นปี 2563 จากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจและสินเชื่อกิจการต่างประเทศ แม้ว่าอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ในระดับทรงตัวที่ร้อยละ 3.7 ธนาคารยังคงมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจไทย ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ร้อยละ 190.3

ธนาคารมีเงินรับฝาก ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564 จำนวน 3,046,985 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.4 จากสิ้นปีก่อน เป็นผลจากการที่ลูกค้าต้องการดำรงสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงในภาวะที่มีความไม่แน่นอน ทำให้อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ร้อยละ 79.4 ขณะที่อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ร้อยละ 18.4 ร้อยละ 15.9 และร้อยละ 15.0 ตามลำดับ ซึ่งอยู่ในระดับที่สูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

EA ลุยพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ครบวงจร

EA เดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจรในไทย เซ็นต์ MOU กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เตรียมความพร้อมภาคแรงงาน การผลิตและซ่อมบำรุงยานยนต์ไฟฟ้า วิจัยพัฒนาแบตเตอรี่และสถานีอัดประจุไฟฟ้า ส่งเสริม Green University ของ มทร.อีสาน

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ได้ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง มทร. อีสาน กับ บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ผ่านระบบออนไลน์ (Zoom) โดยรองศาสตราจารย์ ดร.โฆษิต ศรีภูธร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน และนายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนายอมร  ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) ร่วมลงนาม

ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน กล่าวว่า  “นับเป็นนิมิตหมายที่ดีและขอแสดงความยินดีกับ มทร.อีสานและ EA สำหรับพิธีลงนามความร่วมมือในครั้งนี้  ดังเป็นที่ทราบและยอมรับกันทั้งในประเทศและต่างประเทศว่า EA ถือเป็นบริษัทชั้นนำของคนไทย มีความโดดเด่นทางด้านเทคโนโลยีพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีในการกักเก็บพลังงานเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและยานยนต์ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด ด้าน มทร.อีสาน ดำเนินนโยบายมหาวิทยาลัยสีเขียว และมุ่งมั่นพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนที่ตอบสนองต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นสถาบันอุดมศึกษา ที่ได้มุ่งเน้นการจัดทำหลักสูตรการศึกษาและการวิจัยพัฒนาด้านระบบรางของประเทศไทยภายใต้ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำทางด้านโลจิสติกส์และระบบรางของต่างประเทศ อันเป็นเป้าหมายความสำเร็จร่วมกันของทั้งสององค์กร  รวมทั้งจะเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และระบบการขนส่งและโลจิสติกส์ที่สำคัญของประเทศไทยและของโลกในอนาคตอันใกล้นี้”

รศ.ดร.โฆษิต ศรีภูธร รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เปิดเผยว่า “ก่อนหน้านี้ราวเดือนมกราคม 2564 มทร. อีสาน ได้มีการลงนามบันทึกความร่วมมือกับ EA ในการศึกษาวิจัยนวัตกรรมการปลูกและพัฒนาสายพันธุ์พืชสมุนไพร รวมไปถึงกัญชง กัญชา เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์แผนไทยและการสาธารณสุข และในครั้งนี้เป็นการต่อยอดความร่วมมือกับ EA ในการพัฒนาพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทุกประเภท ตามนโยบายการเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวและการพัฒนามหาวิทยาลัยอย่างยั่งยืน และการนำเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อจัดการระบบการขนส่งภายใน ซึ่งจะช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของบุคลากรและนักศึกษาในการใช้พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างรู้คุณค่า และสังคมตระหนักถึงการพัฒนาควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) กล่าวปิดท้ายว่า  “บริษัทฯ มั่นใจว่าความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานในครั้งนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาบุคลากร สร้างความเข้มแข็งให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า New S-Curve ที่จำเป็นต้องใช้ทักษะแรงงานฝีมือ รองรับการเติบโตในอนาคต  เรากำลังเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยเตรียมพร้อม Up-skill / Re-skill บุคลากรไทย สร้างนวัตกรรมใหม่เพื่อให้ประเทศไทยดำรงความเป็น Detroit of Asia ที่เราภาคภูมิใจและรักษาอุตสาหกรรมหลักนี้ไว้ได้  ผมคิดว่ายานยนต์ไฟฟ้าเหมาะกับประเทศไทย เพราะประสิทธิภาพที่ดีกว่า ช่วยประหยัดต้นทุนพลังงานและแก้ปัญหา PM 2.5 เสริมจุดแข็งอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการแพทย์ของไทย  นอกจากความร่วมมือด้านวิศวกรรม การพัฒนากัญชง CBD สูงร่วมกับ มทร. อีสาน จะเป็นประโยชน์ต่อการแพทย์และเพิ่มมูลค่าภาคเกษตรกรรม ช่วยยกระดับรายได้ของคนไทยให้ก้าวข้าม Middle Income Trap หากเราเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทยและร่วมกันส่งเสริมคนไทย”

คิกออฟโครงการ DIAMOND Interior Design Contest 2021

บมจ.ผลิตภัณฑ์ตราเพชร หรือ DRT’ เดินหน้าโครงการ DIAMOND Interior Design Contest 2021 เปิดรับผลงานจากนิสิตนักศึกษาและบุคคลทั่วไป ออกแบบลวดลายบอร์ดตกแต่งผนังพิมพ์ลายภายใต้แนวคิด ‘Digital Printing Board, Create an Inspiring Space – สร้างแรงบันดาลใจผ่านการตกแต่งผนังด้วยบอร์ดตกแต่งพิมพ์ลาย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังมองหาวัสดุตกแต่งห้องประเภทต่างๆ  

นายสาธิต สุดบรรทัด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) หรือ DRT ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบหลังคา ไม้สังเคราะห์ แผ่นบอร์ด อิฐมวลเบา คานทับหลัง เคาน์เตอร์มวลเบาสำเร็จรูปและบริการหลังการขายภายใต้เครื่องหมายการค้า ตราเพชร’ เปิดเผยว่า หลังจาก บริษัทฯ ได้จัดโครงการประกวดออกแบบ อย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2559 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชันไอเดียการออกแบบตามโจทย์ที่กำหนด ซึ่งได้รับความสนใจด้วยดีมาตลอด โดยในปีนี้บริษัทฯ จึงได้จัดโครงการประกวดต่อเนื่อง ภายใต้ชื่อ ‘DIAMOND Interior Design Contest 2021’ ที่ให้นิสิตนักศึกษาและบุคคลทั่วไป นำเสนอผลงานออกแบบลวดลายบอร์ดตกแต่งผนังพิมพ์ลายประเภทเดี่ยว (ไม่จำกัดจำนวนผลงานต่อราย)  ภายใต้แนวคิด‘Digital Printing Board, Create an Inspiring Space – สร้างแรงบันดาลใจผ่านการตกแต่งผนังด้วยบอร์ดตกแต่งพิมพ์ลาย เพื่อเป็นไอเดียและทางเลือกสำหรับผู้ใช้วัสดุนักออกแบบตกแต่งภายในและประชาชนทั่วไป ที่กำลังมองหาวัสดุตกแต่งห้องต่างๆ ได้แก่ ร้านกาแฟ (Café) สำนักงานสาธารณะ (Co-Working Space) บูติคโฮเต็ล (Boutique Hotel) โรงเรียนอนุบาลหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก (Nursery) เพื่อชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 200,000 บาท

สำหรับ การแข่งขันในปีนี้ ตราเพชร’ ได้กำหนดเงื่อนไขการออกแบบและเกณฑ์การพิจารณารอบคัดเลือกที่แตกต่างจากเดิม ได้แก่ 1.ออกแบบลายลงบนบอร์ดตกแต่งผนังพิมพ์ลาย ขนาด 120×240 เซนติเมตร 2.นำลวดลายที่ออกแบบไปตกแต่งผนังห้องต่างๆ ภายใต้สถานที่ที่กำหนด ประกอบด้วย ร้านกาแฟ (Café) โดยกำหนดให้ใช้บอร์ดตกแต่งพิมพ์ลายไม่น้อยกว่า 39 ตารางเมตรสำนักงานสาธารณะ (Co-Working Space) กำหนดให้ใช้บอร์ดตกแต่งพิมพ์ลายไม่น้อยกว่า 33 ตารางเมตรบูติคโฮเต็ล (Boutique Hotel) กำหนดให้ใช้บอร์ดตกแต่งพิมพ์ลายไม่น้อยกว่า 36 ตารางเมตร และโรงเรียนอนุบาลหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก (Nursery) กำหนดให้ใช้บอร์ดตกแต่งพิมพ์ลายไม่น้อยกว่า 30 ตารางเมตร

ทั้งนี้ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะพิจารณาคัดเลือกผลงานที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ โดยมีเกณฑ์ให้คะแนนตัดสินประกอบด้วย 1.ความสวยงาม 40% 2.ความคิดสร้างสรรค์ 30% 3.แนวคิดและที่มาของการออกแบบ 20% 4.ความเหมาะสมกับสถานที่ 10% ซึ่งผู้ชนะเลิศจากการประกวดครั้งนี้จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท โล่รางวัลพร้อมเกียรติบัตร รองชนะเลิศอันดับ 1 เงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท โล่รางวัลพร้อมเกียรติบัตร รองชนะเลิศอันดับ 2 เงินรางวัลมูลค่า 20,000 บาท โล่รางวัลพร้อมเกียรติบัตร รางวัลชมเชย เงินรางวัล มูลค่า 10,0000 บาท โล่รางวัลพร้อมเกียรติบัตร รางวัล Popular Vote เงินรางวัลมูลค่า 5,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร และรางวัลสำหรับผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศ เงินรางวัลมูลค่ารางวัลละ 4,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถส่งผลเข้าประกวดได้ตั้งแต่วันนี้  – 17 กันยายน 2564 เป็นต้นไป โดยดาวน์โหลดใบสมัครที่ www.dbp.co.th/design2021 พร้อมศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ตราเพชรและติดตามการประกาศผลผู้เข้ารอบชิงชนะเลิศทาง www.dbp.co.th ในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 ส่วนการตัดสินรอบชิงชนะเลิศในวันที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 13.00 น. – 16.30 น. นั้น ผู้เข้าประกวดจะต้องพิมพ์ผลงานการออกแบบ ลงบนกระดาษ ขนาด 60×42 ซม. (A2) และติดบนพลาสติกลูกฟูก (ฟีเจอร์บอร์ด) สีดำ แนวตั้งเท่านั้น ผลงานออกแบบห้องละ 1 แผ่น รวม 4 แผ่น โดยใน 1 ห้อง ประกอบด้วย 1.ลายบอร์ดที่ออกแบบ (ออกแบบได้มากกว่า 1 ลายต่อห้อง) 2.ตารางการคำนวณพื้นที่ของบอร์ดที่ใช้ตกแต่งในแต่ละด้าน 3.ภาพจำลองการใช้งานตกแต่งผนังทั้ง 4 มุมมอง ตามตัวอย่างที่กำหนด 4.ข้อความชื่อผลงาน และแนวคิดการออกแบบลาย สำหรับแต่ละห้อง/ด้าน และ 5.ชื่อ-สกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ ที่สามารถติดต่อได้ 

ทั้งนี้ สามารถส่งผลงานทางไปรษณีย์ (ยึดวันที่ประทับตรา) มาที่ บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) ชั้น 40 อาคารพหลโยธินเพลส ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400 หรือส่งผลงานด้วยตนเองที่บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) ในวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.00 – 17.00 น. (ในเวลาทำการ) ภายในวันที่ 17 กันยายน 2564

“การจัดโครงการประกวดการออกแบบในแต่ละปี เราได้รับความสนใจจากนิสิตนักศึกษาและบุคคลทั่วไปที่ร่วมส่งผลงานประกวดประชันไอเดียเป็นจำนวนมาก ซึ่งเราจะนำผลงานของผู้ชนะเลิศไปต่อยอดสู่การนำเสนอแก่ลูกค้าที่สนใจต้องการนำบอร์ดตกแต่งผนังพิมพ์ลาย เพื่อไปใช้ตกแต่งเพิ่มความสวยงามให้แก่สถานที่หรือผู้ที่ต้องการจะลงทุนทำธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมต่อไป” นายสาธิต กล่าว  

ZEN Group ปรับกลยุทธ์เช่าพื้นที่ร้านอาหารนอกห้าง

“เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป” หรือ ZEN  ปรับโมเดลธุรกิจในช่วงมาตรการล็อกดาวน์ รุกเช่าพื้นที่ร้านอาหารนอกห้าง หรือโรงแรมที่มีครัวและอุปกรณ์ครัว ชู 18 ทำเลที่มีศักยภาพ เตรียมส่งแบรนด์ดังเซ็น เรสเตอรองค์ ออนเดอะ
เทเบิ้ล และอากะ ลุยบริการเดลิเวอรี่และซื้อกลับบ้าน เสิร์ฟอาหารที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย รองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น เท่าตัวจากช่วงปกติ พร้อมหนุนสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร หรือโรงแรมที่ต้องปิดกิจการชั่วคราว  
 

นายบุญยง ตันสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ZEN ผู้ประกอบธุรกิจบริการอาหาร (Food Servicesเปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัส Covid-19 จำนวนผู้ป่วยติดเชื้อที่เพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับมาตรการการล็อกดาวน์ยกระดับคุมเข้มการระบาด โดยห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าเปิดให้บริการเฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ต แผนกยาและเวชภัณฑ์ ที่ฉีดวัคซีน เท่านั้น มีผลตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม ที่ผ่านมา
เซ็น กรุ๊ป จึงปรับแผนดำเนินธุรกิจในช่วงนี้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยการเช่าพื้นที่ร้านอาหารนอกห้างหรือโรงแรมที่มีครัวและอุปกรณ์ครัว เพื่อให้บริการอาหารแบบเดลิเวอรี่และผูกปิ่นโต ภายใต้แบรนด์ เซ็น เรสเตอรองค์
ออนเดอะเทเบิ้ล และอากะ  

ทั้งนี้ เซ็น กรุ๊ป สนใจเช่าพื้นที่ร้านอาหาร หรือโรงแรมที่ปิดให้บริการชั่วคราว ในทำเลที่มีศักยภาพเพื่อรองรับการกับความต้องการของลูกค้าครอบคลุมทุกโซนของกรุงเทพและปริมณฑล ได้แก่ ลาดพร้าว, อนุสาวรีย์, ทองหล่อ, สาทรสีลม, เพลินจิตพระราม สาธุประดิษฐ์, รามอินทรา (แฟชั่นไอส์แลนด์), เจริญนครบางกะปิสยาม, พร้อมพงษ์รัตนาธิเบศร์, งามวงศ์วานปิ่นเกล้าบางแคบางนาพระราม เบื้องต้นมีระยะเวลาการเช่าพื้นที่ตั้งแต่ เดือนขึ้นไป  หรือจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลาย และผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ห้างสรรพสินค้าสามารถเปิดให้บริการทุกแผนก 

“เนื่องจากร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าต้องปิดให้บริการชั่วคราวตามนโยบายภาครัฐ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของ Covid-19 ครั้งนี้  เซ็น กรุ๊ป เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าจึงพร้อมเสิร์ฟอาหารที่ดีมีคุณภาพ สะอาด สดใหม่และมีความปลอดภัย จึงมุ่งเน้นให้บริการในรูปแบบเดลิเวอรี่และผูกปิ่นโต โดยการเช่าพื้นที่ครัวในทำเลต่างของพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อเปิดครัวใกล้บ้านให้ลูกค้าไม่พลาดกับเมนูอาหารจากแบรนด์ในเครือของเรา ซึ่งโมเดลธุรกิจในครั้งนี้ยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการหรือเจ้าของร้านอาหาร ที่ต้องปิดให้บริการชั่วคราวจากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 อีกด้วย”  นายบุญยง กล่าว  

ขณะที่การให้บริการรูปแบบเดลิเวอรี่ นับตั้งแต่มาตรการล็อกดาวน์ ยอดผู้ใช้บริการเดลิเวอรี่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเท่าตัวเทียบกับช่วงปกติ โดยแบรนด์ที่มียอดการสั่งซื้อเติบโตอย่างชัดเจน ได้แก่ เขียง ร้านอาหารไทยสตรีทฟู้ด  และ ZEN Restaurant  มั่นใจว่าการเช่าพื้นที่เป็นครัวสำหรับเสิร์ฟเมนูอาหาร หรือผูกปิ่นโต ที่อยู่ในทำเลใกล้บ้านลูกค้ามากขึ้น จะผลักดันให้ยอดขายเดลิเวอรี่มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากช่วงก่อนล็อกดาวน์ สำหรับผู้ที่สนใจให้เช่าพื้นที่สามารถส่งรายละเอียดให้พิจารณาดังนี้  ส่ง 1. Location (พร้อม Google map) 2. รูปหน้าร้าน ภายในร้านและห้องครัว 3.โซนของร้านอาหาร และ 4. ขนาดพื้นที่ครัว โดยสามารถติดต่อที่ [email protected] หรือโทร. 084-6757553

APURE เปิดเกมรุกธุรกิจข้าวโพดหวาน

บมจ. อกริเพียว โฮลดิ้งส์ (APURE) เดินเกมรุก เจาะตลาดวอลมาร์ท (Walmart) บริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ และตลาดในยุโรป เร่งสยายปีกเพิ่มกำลังการผลิตขนาด 15 ออนซ์ หวังรองรับความต้องการสินค้ากลุ่มวอลมาร์ททั่วโลก พร้อมประกาศตั้งเป้า 3 ปี  (2564-2566) รายได้เติบโตนิวไฮเฉลี่ย 30-40% ต่อปี ส่งซิก Q4/64 เตรียมปิลดีลลูกค้ารายใหม่   

นายสุเรศพล จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานกรรมการ บริษัท อกริเพียว โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ APURE ผู้ส่งออกข้าวโพดหวานแปรรูปคุณภาพสูง เปิดเผยว่า บริษัทฯตั้งเป้ารายได้ 3 ปี (64-66 )  ต่อจากนี้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30-40% ต่อปี หลังจากที่บริษัทฯ ได้เข้าไปทำการตลาดในประเทศสหรัฐเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค เนื่องจากรสชาติของข้าวโพดไทยมีเอกลักษณ์และมีความแตกต่าง ส่งผลให้บริษัทฯได้รับคำสั่งซื้อ(ออเดอร์)ใหม่จากวอลมาร์ท (Walmart) ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกขนาดใหญ่จากประเทศสหรัฐอเมริกา เข้ามาสูงถึง 4,400 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี โดยในเบื้องต้นบริษัทฯ ส่งสินค้าดังกล่าวได้จำนวน 1,400 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี ตามกำลังผลิตในปัจจุบัน

จากประเด็นดังกล่าว ทำให้บริษัทฯจึงมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตในการผลิตข้าวโพดหวานแปรรูป  ในรูปแบบกระป๋องขนาด 15 ออนซ์ ภายใต้งบลงลทุน 50 ล้านบาท โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4/2564 เพื่อที่จะรองรับคำสั่งซื้อที่เข้ามาเพิ่มเติม ซึ่งทำให้บริษัทฯกำลังการผลิตเพิ่มอีก 2,000 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี จากปัจจุบันบริษัทฯ กำลังการผลิตอยู่ที่2,000 ตู้คอนเทนเนอร์ ทำให้ในอนาคตจะมีศักยภาพรองรับได้สูงถึง 4,000 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี

ทั้งนี้ยอมรับว่า หลังจากที่บริษัทฯสามารถเจาะตลาดวอลมาร์ท (Walmart) ที่สหรัฐฯได้ ส่งผลให้ ในปัจจุบันบริษัทฯได้มีโอกาสรับเลือกเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ประกอบการส่งออกข้าวโพดหวานแปรรูป อาทิ ข้าวโพดหวานเมล็ดบรรจุกระป๋อง  ข้าวโพดหวานครีมบรรจุกระป๋อง ข้าวโพดหวานบรรจุถุงสุญญากาศ ข้าวโพดฝักอ่อนบรรจุกระป๋อง เพื่อจำหน่ายเพิ่มเติมในวอลมาร์ท (Walmart) ที่มีสาขากระจายอยู่หลายประเทศทั่วโลกในอนาคตอีกด้วย  ขณะเดียวกันบริษัทฯยังส่งออเดอร์ให้กลุ่มลูกค้ารายอื่นๆในสหรัฐฯอีกกว่า 400– 500 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปีเช่นเดียวกัน

นอกจากนี้บริษัทฯยังมีลูกค้ากลุ่มสหภาพยุโรป (EU) ที่ยังคงมีดีมานด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นจากยอดออเดอร์ในปีนี้ ที่มีเข้ามาแล้วกว่า 500 ตู้คอนเทนเนอร์ จากปีก่อนที่ส่งออกไปEU เพียง 40-50 ตู้คอนเทนเนอร์เท่านั้น

“หลังจากบริษัทฯชนะดีการเก็บภาษีทุ่มตลาดส่งผลให้บริษัทฯเสียภาษีนำเข้าสินค้าไปจำหน่าย  ในยุโรป ลดลงเหลือ 3 % จากเดิมที่ 13 % ซึ่งปัจจุบันบริษัทอื่นๆในประเทศไทยยังคงต้องเสียภาษีนำเข้า 13 %  นั้นหมายความว่า ประสิทธิภาพในการแข่งขันของบริษัทฯสูงขึ้นในการส่งออกตลาดยุโรป ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ มีการบริโภคข้าวโพดสูง”

นายสุเรศพล ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯได้มีการปรับกลยุทธ์โครงสร้างทางธุรกิจ โดยเฉพาะเรื่องระยะสัญญาในการซื้อขายและส่งมอบ บริษัทฯได้มีการปรับระยะเวลาการทำสัญญากับลูกค้าเป็นระยะเวลา 6-12 เดือน จากเดิมที่เป็นสัญญาระยะยาว 2-3 ปี ทั้งนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านการปรับราคาสินค้าตามต้นทุน รวมถึงจัดเป็นการช่วยบริหารต้นทุนการขนส่ง และยังเป็นการป้องกันความผันผวนจากค่าเงิน

สำหรับการบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทฯจะทำการป้องกันความเสี่ยงด้านค่าเงิน ในแต่ระยะเวลาที่แตกต่างกัน ให้มีความเหมาะสมที่กรอบ 30 % 50 % และ 80 % เพื่อที่จะไม่มีผลกระทบจากค่าเงินที่เปลี่ยนแปลงไป ด้านราคากระป๋องจะทำคำสั่งซื้อกระป๋องล่วงหน้าทันที 100 % ของคำสั่งซื้อที่เข้ามา และวัตถุดิบข้าวโพด บริษัทฯใช้การตกลงกับเกษตรกรในเครือของบริษัท (คอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง) เพื่อให้มีความแน่นอน 100 % เช่นกัน บริษัทฯจึงสามารถบริหารจัดการให้สามารถทำกำไรที่ดีต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

พร้อมทั้งยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ภายในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ บริษัทฯจะมีข่าวดี กรณีการเซ็นสัญญากับลูกค้ารายใหม่ ซึ่งคาดว่าหากดีลดังกล่าวแล้วเสร็จ บริษัทฯสามารถเริ่มทยอยส่งออเดอร์ ได้ในปี2565 เป็นต้นไป ขณะเดียวกันยังมีแผนเพิ่มเติมในการขยายกำลังการผลิตข้าวโพดกระป๋องขนาด 108 ออนซ์ อีก1,300 – 1,500 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต1,300 – 1,500 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี ทำให้ในอนาคตบริษัทฯจะมีไลน์ผลิตขนาด 108 ออนซ์อยู่ที่ 2,600 – 3,000 ตู้คอนเทนเนอร์ต่อปี เนื่องจากดีมานด์ในขนาดดังกล่าว ยังมีความต้องการสูงสำหรับกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการ (B2B)

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มองว่าในช่วงครึ่งปีหลังยอดขายโดยรวมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากดีมานด์การสั่งซื้อที่เพิ่มสูงขึ้นในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ประกอบกับการผลิตของบริษัทฯสามารถผลิตได้ทุกขนาดตามความต้องการของตลาด อาทิ ขนาด 8  ออนซ์  ขนาด12 ออนซ์ ขนาด 15 ออนซ์ ขนาด 75 ออนซ์ และ ขนาด 108 ออนซ์  จากปัจจัยดังกล่าวเป็นการตอกย้ำให้เห็นถึงศักยภาพทางธุรกิจ ซึ่งเป็นที่ยอมรับของกลุ่มลูกค้าทั่วโลก