NCL ดึง “พงษ์เทพ วิชัยกุล” นั่งรองซีอีโอ

บมจ.เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ หรือ NCL เดินเกมรุกประกาศแต่งตั้ง “พงษ์เทพ วิชัยกุล” มือขวา “วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์” แห่ง บมจ.สามารถคอร์ปอเรชั่น หรือ SAMART นั่งแท่นรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยกระดับธุรกิจให้เติบโตแข็งแกร่ง เดินหน้าขยายธุรกิจ Non-Logistic ซึ่งจะเติบโตอย่างมากในอนาคตอันใกล้  พร้อมประกาศขายหุ้น PP 45 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 3.30 บาท ให้ “ละออ ตั้งคารวคุณ” และกลุ่มนักลงทุน รวมถึงพันธมิตรจากไต้หวัน  ด้าน “กิตติ พัวถาวรสกุล” ระบุเพิ่มทุนครั้งนี้ ช่วยหนุนฐานธุรกิจในอนาคต เพิ่มสภาพคล่อง สร้างมูลค่าหลักทรัพย์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น  พร้อมเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

นายกิตติ พัวถาวรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ NCL เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งที่ 3/2564   ได้พิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทอีกจำนวน 11,250,000 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 45,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 113,538,062 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่เป็นจำนวน 124,788,062 บาท แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญ 499,152,248 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท

โดยแบ่งเป็นจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน  45,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท เพื่อเสนอขายในคราวเดียวกันหรือต่างคราวกันให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement)  ในราคาเสนอขายหุ้นละ 3.30 บาท คิดเป็นมูลค่าเสนอขายรวม 148,500,000 บาท ซึ่งแบ่งเป็นจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจำนวน 15,000,000 หุ้น เพื่อเสนอขายให้ บริษัท ไท่เว่ ไบโอเทค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ,จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจำนวน 18,000,000 หุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ นางละออ ตั้งคารวคุณ ,จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจำนวน 6,000,000 หุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่   นายวิชัย ด่านรัตน  และจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจำนวน 6,000,000 หุ้น เพื่อเสนอขายให้แก่ นางนธีรา บริรักษ์คูเจริญ

นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการองค์กรให้บรรลุตามเป้าหมาย  คณะกรรมการบริษัทฯ ได้ประกาศแต่งตั้ง นาย “พงษ์เทพ วิชัยกุล” ดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อร่วมขับเคลื่อนให้ธุรกิจขององค์กรเติบโตอย่างมีศักยภาพและสามารถหาธุรกิจที่มีคุณภาพ มาช่วยเสริมธุรกิจของบริษัทฯ ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งอย่างยั่งยืน    ซึ่งมั่นใจว่าด้วยประสบการณ์ ความสามารถที่มีจะขับเคลื่อนให้ธุรกิจของบริษัทฯ เติบโตอย่างต่อเนื่องและสามารถหาธุรกิจที่มีคุณภาพ มาช่วยเสริมธุรกิจของ NCL ให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตรวมถึงสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต

และเพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางในการเพิ่มผลประกอบการให้กับบริษัท จากเดิมบริษัทดำเนินธุรกิจหลักในการให้บริการจัดการระบบโลจิสติกส์แบบครบวงจร และ ผลิตและจำหน่ายน้ำยาฟอกเลือดผู้ป่วยโรคไตฯ คณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติในการขยายโครงสร้างธุรกิจ โดยจะขยายธุรกิจด้าน Non-Logistic ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงของการศึกษาความเป็นไปได้ โดยบริษัทจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

บริษัทฯ มีแผนที่จะใช้เงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้  เพื่อขยายธุรกิจหลักของบริษัทฯ และธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นตามแผนการลงทุนของบริษัทฯ และเพื่อเสริมสภาพคล่องและเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัท และบริษัทย่อย ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ มีความสามารถในการทำกำไรและมีแนวโน้มการดำเนินงานที่ดีขึ้น รวมถึงลดภาระการกู้ยืมเงินจากถาบันการเงิน เพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจหรือขยายกิจการ    คณะกรรมการบริษัทฯ มีความเห็นว่าการเพิ่มทุนและขาย PP  ในครั้งนี้เป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งของฐานะการเงินและมีสภาพคล่องทางการเงินเพิ่มขึ้น ตลอดจนมีเงินทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจและการลงทุนของบริษัทฯ   ซึ่งกลุ่มที่ขาย PP ให้นั้นเป็นนักลงทุนที่มีศักยภาพด้านการเงิน มีความเหมาะสม และจะมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมีศักยภาพ  อันจะนำมาเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นต่อไป  โดยคาดว่าจะใช้เงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนในไตรมาส 4/2564 เป็นต้นไป

อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้กำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2564  ในวันที่ 13 กันยายน 2564 เวลา 10.00-12.00 น. ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์  โดยถ่ายทอดสด ณ ห้องประชุม สำนักงานใหญ่ บริษัทเอ็นซีแอล อินเตอร์เนชั่นแนล โลจิสติกส์ จำกัด(มหาชน) และกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการเข้าร่วมประชุมวิสามัญผู้ถือ (Record Date) ในวันที่ 16 สิงหาคม 2564

สยามราชธานี แนะทางรอดธุรกิจยุคโควิด-19

สยามราชธานี หรือ SO เผยปัจจัยสร้างผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และทำกำไรได้ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากแนวคิดการลดต้นทุน (Cost Reduction) การจัดการเพื่อลดการสูญเปล่า (Lean Management) และการใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงรูปแบบการดำเนินธุรกิจ (Digitization) ที่มุ่งเน้นการนำระบบและแพลตฟอร์มต่างๆ มาใช้ลดขั้นตอนการทำงาน พร้อมผนึกกำลังเป็นพันธมิตรกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนฝ่าวิกฤตด้วยกลยุทธ์การ Outsource

นายณัฐพล วิมลเฉลา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO ผู้นำด้านธุรกิจการจ้างเหมาบริการครบวงจร (Outsourcing Services) ในประเทศไทย เปิดเผยว่า การปรับตัว คือสิ่งสำคัญที่ทุกองค์กรต้องทำ เพื่ออยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยสยามราชธานีผ่านการลีนมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้คล่องตัว เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว และพร้อมที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการองค์กร ทั้งสายงานหลักและสายงานรอง โดยมุ่งเน้นประสิทธิภาพในการจัดหาบุคลากรภายนอก ที่มีคุณภาพและความเหมาะสมกับงาน อาทิ พนักงานสำนักงาน พนักงานขับรถยนต์ส่วนบุคคล และพนักงานฝ่ายเทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการทำงานขององค์กรทั้งจากภาครัฐและเอกชน ที่พร้อมรองรับการบริการทางธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงานในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปัจจุบัน

ปัจจัยหลักในการเติบโตของสยามราชธานีมาจากการปรับปรุงกระบวนการลดต้นทุนในการบริหารงานอย่างสม่ำเสมอ โดยเปลี่ยนวิธีการบริหารและการจัดการงานต่างๆ เพื่อให้ได้ราคาต้นทุนที่คุ้มค่าที่สุด เช่น หากเป็นสัญญาระยะสั้น การเช่าทรัพย์สินจะมีความเหมาะสมกว่าการซื้อทรัพย์สิน ด้วยเหตุผลในเรื่องการลดค่าใช้จ่ายและป้องกันความเสี่ยง หากเป็นสัญญาระยะยาว การซื้อทรัพย์สินจะมีต้นทุนที่น้อยกว่า เมื่อเทียบกับการเช่าทรัพย์สิน เป็นต้น

ทั้งนี้ กระบวนการลีนที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องสามารถลดต้นทุนในส่วนของการบริหารจัดการได้ เช่น การลีนค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร  กรณีพนักงานลาออก สามารถใช้บุคลากรที่มีอยู่ได้โดยไม่ต้องรับพนักงานใหม่ ทั้งยังรักษามาตรฐานการบริหารจัดการและการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากปัจจัยหลัก คือ

1. การให้ความสำคัญกับแนวคิด Digitization อย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากกระบวนการในการเปลี่ยนสิ่งที่เป็นอนาล็อกให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล และดำเนินการจัดทำอินเด็กซ์เพื่อให้ง่ายต่อการเรียกดูหรือใช้ข้อมูล ช่วยลดระยะเวลา ลดความผิดพลาดในการทำงาน ทั้งนี้นอกจากแปลงข้อมูลเอกสารให้อยู่ในรูปแบบของ Text จัดเก็บลงในฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบแล้ว ยังสามารถขยายผลโดยนำแฟลตฟอร์มต่างๆ ที่ทางสยามราชธานีได้พัฒนาขึ้น มาช่วยวิเคราะห์และประมวลผล เพื่อให้ฝ่ายต่างๆ สามารถนำข้อมูลไปใช้ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2.การใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มมาช่วยลดขั้นตอน ลดความผิดพลาดในการทำงาน เช่น การนำเอาระบบการจัดการคัดเลือกพนักงาน (iRecruit) เข้ามาช่วยในการสรรหา ทดสอบ และคัดเลือกพนักงาน ทำให้กระบวนการการทำงานสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น การใช้ระบบลงเวลา (Tiktrack) เก็บข้อมูลการลงเวลา การลางาน การทำงานล่วงเวลา หรือเบี้ยเลี้ยงต่างๆ ผ่านสมาร์ทโฟน สามารถนำข้อมูลมาประมวลผลเพื่อจ่ายเงินเดือนและค่าตอบแทนต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว ทั้งลูกค้ายังเห็นข้อมูลได้ทันท่วงที (Real-time) และสามารถอนุมัติขั้นตอนต่างๆ ได้ในรูปแบบออนไลน์ ไม่ต้องเสียเวลาในการตรวจสอบข้อมูล ลดขั้นตอนการทำงานของลูกค้าได้อีกด้วย

รวมไปถึงการนำเอาระบบจัดการเอกสาร ที่สามารถสร้างความต่อเนื่องในการอนุมัติงานและการเซ็นเอกสารแบบดิจิทัล (Digidocs & Flow) เพื่อความรวดเร็วและคล่องตัวในการทำงาน สามารถติดตามกระบวนการต่างๆ ได้ ทำให้การทำงานมีความต่อเนื่องอยู่เสมอ

“ที่สำคัญ สยามราชธานีได้มีการนำปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาการดำเนินธุรกิจมาวิเคราะห์ เพื่อปรับปรุงแก้ไขไปพร้อมกับความร่วมมือและความคาดหวังจากลูกค้า ทำให้ลูกค้าสามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้จริง ช่วยลดปริมาณงานและกระบวนการที่ซับซ้อนต่างๆ ได้ ทั้งยังแนะนำเทคโนโลยีและแพลตฟอร์มหลักต่างๆ ที่ใช้ในองค์กรให้กับลูกค้าอีกด้วย โดยสยามราชธานีจะอยู่เคียงข้างและเป็นกำลังใจให้กับทุกองค์กร ร่วมแรงร่วมใจ ผนึกกำลังฝ่าวิกฤตโควิด-19 นี้อย่างมีประสิทธิภาพไปด้วยกัน” นายณัฐพล กล่าวสรุป

โหลดฟรี! คู่มือ Brighten Your Life แสงสว่างที่คุณสร้างได้เอง

บีซีพีจี ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย ชวนทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงโลกด้วยวิถีพลังงานสะอาด ผ่านคู่มือ “Brighten Your Life แสงสว่างที่คุณสร้างได้เอง” คู่มือที่ทำให้ทุกคนมีความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์  ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานความรู้ด้านวิศวกรรมไฟฟ้า รายละเอียดครบถ้วนพร้อมภาพประกอบ สามารถโหลดฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายได้แล้ววันนี้

นายบัณฑิต สะเพียรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บีซีพีจี ได้จัดทำคู่มือ “Brighten Your Life แสงสว่างที่คุณสร้างได้เอง” เพื่อส่งมอบความรู้ทุกแง่มุมเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อให้ทุกคนมีความเข้าใจเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์มากขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทุกคนได้เป็นผู้ผลิตและผู้ใช้แสงสว่างที่เป็นมิตรกับโลก

“ด้วยวิถีชีวิตในยุคดิจิทัล ทำให้เรามีความต้องการใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันเพิ่มมากขึ้น การที่ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของและเป็นผู้ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ที่มีราคาประหยัด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ด้วยตนเอง นอกจากจะสามารถลดค่าใช้จ่ายของค่าไฟฟ้าแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เกิดการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความยั่งยืนในการใช้พลังงานทดแทนในประเทศไทยได้อีกทางหนึ่ง

ท้ายนี้บีซีพีจีหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คู่มือฯ จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่าน และต้องขอขอบคุณ รศ. ดร.สมชัย รัตนธรรมพันธ์ ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า และ รศ. ดร. พิชญ รัชฎาวงศ์ ภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เป็นทั้งที่ปรึกษาและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการจัดทำคู่มือในครั้งนี้” นายบัณฑิตกล่าว

สำหรับ “Brighten Your Life แสงสว่างที่คุณสร้างได้เอง” จัดทำในรูป  E-book และ PDF ความยาว 100 หน้าพร้อมรูปภาพ ประกอบไปด้วย 4 ตอน ได้แก่ ตอนที่ 1 ทำความรู้จักกับพลังงานแสงอาทิตย์ ตอนที่ 2 เปลี่ยนแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า ตอนที่ 3 เป็นเจ้าของพลังงานไฟฟ้าด้วยตัวคุณเอง- รูปแบบการติดตั้งแผงโซลาร์ และข้อควรรู้ก่อนติดตั้งแผงโซลาร์ และตอนที่ 4 การจัดการแผงโซลาร์หลังหมดอายุการใช้งาน

อ่านคู่มือและดาวน์โหลด Brighten Your Life แสงสว่างที่คุณสร้างได้เอง โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ได้แล้ววันนี้ ที่

E-book: https://www.bcpggroup.com/storage/knowledge-hub/bcpg-new-solarcell-ebook/mobile/index.html  

PDF: https://www.bcpggroup.com/storage/knowledge-hub/bcpg-solarcell.pdf

คนคอนรวมใจ สู้ภัยโควิด เร่งสร้างพื้นที่สีฟ้า

นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช แถลงข่าวถึงการเดินหน้าโครงการ “คนคอนรวมใจ สู้ภัยโควิด” ว่า จะเร่งสร้างพื้นที่สีฟ้า เพิ่มทางเลือกในการดูแลรักษาและรับมือกับโรคระบาดโควิด-19 แก่ประชาชน และกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ รวมทั้งรักษาพื้นที่ปลอดภัยให้ได้มากที่สุด ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างแพทย์แผนไทย แพทย์แผนปัจจุบัน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยนำแนวทางสู้ภัยโควิดของหมู่บ้านที่มีการแพร่ระบาดของโรคมาดูแลเสริมสร้าง ให้กำลังใจ และสร้างทางเลือกต่อสู้เพื่อเอาชนะให้ได้ ภายใต้ชื่อ “คนคอนรวมใจ สู้ภัยโควิด”

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะมีการแบ่งพื้นที่ 23 อำเภอของจังหวัด แบ่งออกเป็นพื้นที่สีแดงคือพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของโรค พื้นที่สีเหลืองคือพื้นที่ที่มีกลุ่มเสี่ยงและยังพบว่ามีการแพร่ระบาดของโรค และพื้นที่สีฟ้าคือพื้นที่ที่ไม่พบการติดเชื้อหรือไม่มีการแพร่ระบาดต่อเนื่องอย่างน้อย 14 วัน มีจำนวนทั้งสิ้น รวม 1,203 หมู่บ้าน 80 ชุมชน มีเป้าหมาย เพื่อลดพื้นที่สีแดงให้เป็นศูนย์ เพิ่มพื้นที่สีฟ้าให้ได้ร้อยละ 95 ภายใน 30 วัน เพื่อกำหนดแนวทางในการดูแลรักษาผู้ป่วย โดยการป้องกันหมู่บ้าน ชุมชน ให้มีความปลอดภัย เป็นการสร้างวัคซีนทางทางใจแก่ประชาชน ลดความวิตกกังวล เพื่อเตรียมตั้งรับและเฝ้าระวังด้วยตนเอง

นอกจากนี้ ยังมีชมรมแพทย์แผนไทยคอยให้คำแนะนำ การใช้สมุนไพร ตามวิถีประเพณีนิยมของแต่ละท้องที่ท้องถิ่น ซึ่งทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช จะสนับสนุนขับเคลื่อนการใช้พืชสมุนไพร อย่างเช่น ฟ้าทะลายโจรอัดเม็ดแจกจ่ายแก่กลุ่มเสี่ยง เพื่อป้องกันและบรรเทาอาการป่วยต่อไป

เสี่ยงอันตราย! อย.ไม่แนะนำใช้ปืนฉีดแอลกอฮอล์

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุข และรักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะนี้ ทำให้ปืนฉีดแอลกอฮอล์กำลังได้รับความนิยม

อย. มีความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง ไม่แนะนำให้ซื้อปืนฉีดแอลกอฮอล์มาใช้เนื่องจากละอองฝอยที่ออกมาจากเครื่องมีขนาดเล็กมาก ทำให้ตัวน้ำยาสัมผัสพื้นผิวไม่เพียงพอจะลดประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อโรค และยังทำให้เชื้อโรคฟุ้งกระจาย หากเข้าตาหรือสูดดมอาจทำให้เคืองตา เวียนหัว คลื่นไส้ ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ เป็นอันตรายโดยเฉพาะในเด็กเล็ก

ที่สำคัญหากใช้ปืนที่มีแสงยูวีฆ่าเชื้อโรคบนร่างกายโดยตรงอาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังและเป็นอันตรายต่อดวงตา ดังนั้น ปืนฉีดแอลกอฮอล์นอกจากจะไม่มีประโยชน์ในการฆ่าเชื้อโรคแล้วยังเป็นอันตรายต่อสุภาพอีกด้วย

ตรัง เดินหน้าจัดตั้งหมู่บ้านสีฟ้าปลอดโควิด-19

นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า จังหวัดตรัง เดินหน้าจัดตั้งหมู่บ้านสีฟ้าปลอดโควิด-19  ใน 446 หมู่บ้านของจังหวัดตรังที่ไม่มีผู้ติดเชื้อโควิด 19 ในพื้นที่  ประกอบด้วย  อำเภอเมืองตรัง 58 หมู่บ้าน 8 ชุมชน , อำเภอกันตัง 26 หมู่บ้าน 4 ชุมชน ,อำเภอห้วยยอด 3 ตำบล 100 หมู่บ้าน 6 ชุมชน , อำเภอปะเหลียน 1 ตำบล 64 หมู่บ้าน , อำเภอย่านตาขาว 24 หมู่บ้าน 2 ชุมชน , อำเภอสิเกา 1 ตำบล 29 หมู่บ้าน , อำเภอนาโยง 1 ตำบล 25 หมู่บ้าน , อำเภอวังวิเศษ 51 หมู่บ้าน , อำเภอรัษฎา 31 หมู่บ้าน และอำเภอหาดสำราญ 18 หมู่บ้าน

ทั้งนี้ ในวันที่ 5 สิงหาคม 2564  กำหนดมอบธงหมู่บ้านสีฟ้าปลอดโควิด 19 ให้กับ 50 หมู่บ้านของอำเภอรัษฎา  จังหวัดตรัง เป็นพื้นที่แรก  สำหรับหมู่บ้านสีฟ้าปลอดโควิด-19 จะต้องมีการบริหารจัดการโดยการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชน  ภายใต้กฎเกณฑ์ หรือระเบียบที่ได้ร่วมคิด ร่วมทำและร่วมตัดสินใจโดยชุมชน ที่จะช่วยให้สามารถคลี่คลายสถานการณ์วิกฤติของโควิด 19 ไปได้ และจะเป็นแนวทางในการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพชุมชนในการบริหารจัดการตนเอง การมีส่วนร่วมในการป้องกันและเฝ้าระวังโรคติดต่อและโรคอุบัติใหม่ในพื้นที่ เรียนรู้การรับมือและเสริมสร้างให้ชุมชนเป็นชุมชนปลอดโรคได้อย่างยั่งยืนต่อไป

8 ผู้ประกอบการไทย ร่วมงานตลาดภาพยนตร์นานาชาติ

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในนาม Content Thailand เข้าร่วมงานตลาดภาพยนตร์นานาชาตินครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ทั้งในรูปแบบปกติ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 มิ.ย.2564 และรูปแบบออนไลน์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-14 มิ.ย. 2564 โดยได้นำผู้ประกอบการ 8 บริษัทเข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ สมาคมการค้าผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย, บริษัท ไร้ท์ บิยอนด์ จำกัด, บริษัท โมโน สตรีมมิ่ง จำกัด, บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส จำกัด, บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด, บริษัท สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท เดอะมั้งค์ สตูดิโอ จำกัด และบริษัท ควอนตั้ม พิคเจอร์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมกันนี้ได้นำภาพยนตร์ไทยไปจัดฉาย 7 เรื่อง ซึ่งถือว่า ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดีสามารถเปิดการเจรจาธุรกิจ 46 การเจรจาคิดเป็นมูลค่ารวม 59 ล้านบาท

สำหรับปีนี้ประเทศไทยได้เข้าร่วมงานตลาดภาพยนตร์นานาชาตินครเซี่ยงไฮ้เป็นปีที่ 4 และนับเป็นการกลับมาเปิดคูหาประเทศไทยในต่างประเทศเป็นครั้งแรกหลังจากเกิดสถานการณ์โควิด-19 เพื่อรองรับบริษัทไทยที่มีสำนักงานสาขา หรือผู้แทนในจีนที่สามารถเข้าร่วมงานพบปะกับผู้ซื้อภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์และนักลงทุนจีนที่ต้องการร่วมลงทุนกับบริษัทไทย แสดงถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไทยในเวทีนานาชาติและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการเป็นการสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ของไทยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

นายจ้าง ลูกจ้าง ม.33 เฮ!! สปส. โอนเงินเข้าพร้อมเพย์ 4 ส.ค.นี้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการตามมาตรการบรรเทาผลกระทบโควิด-19 ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ใน 9 ประเภทกิจการ ได้แก่ กิจการก่อสร้าง กิจการที่พักแรมบริการด้านอาหาร กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ กิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า สาขาขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์ สาขากิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน สาขากิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ สาขาข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร นั้นว่าท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงได้สั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเร่งรัดขยับเวลาการจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตนไม่ให้เกินวันที่ 6 สิงหาคม โดยจะเริ่มทยอยจ่ายตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคมนี้ ที่ต้องทำเช่นนี้เพราะระบบการโอนผ่านพร้อมเพย์สามารถดำเนินการได้วันละ 1 ล้านบัญชีเท่านั้น โดยผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยามีจำนวน 2.87 ล้านคน จะต้องใช้เวลาถึง 3 วันจึงได้สามารถโอนได้ครบภายในกำหนดเวลาวันที่ 6 สิงหาคม ตามเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี และจะทยอยโอนครั้งต่อไปให้กับนายจ้างและผู้ประกันตนมาตรา 33 ทุก ๆ วันศุกร์ จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2564

ด้าน นางสาวลัดดา แซ่ลี้ รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า วิธีการจ่ายเงินเยียวยาสำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับเยียวยาจากรัฐบาลคนละ 2,500 บาท จะโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น ส่วนนายจ้างจะได้รับการเยียวยา จากรัฐบาล ตามจำนวนลูกจ้าง หัวละ 3,000 บาท สูงสุดลูกจ้างไม่เกิน 200 คน โดยนายจ้างบุคคลธรรมดา จะโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเช่นกัน และนายจ้างสถานะนิติบุคคล จะโอนเข้าบัญชีธนาคารตามชื่อนิติบุคคลนายจ้าง

รองโฆษกสำนักงานประกันสังคมคม กล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 39 และ มาตรา 40 ในขณะนี้ ยังไม่มีกำหนดการจ่ายเงินแต่อย่างใด อยู่ระหว่างขั้นตอนการจัดทำรายละเอียดกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบในภายหลัง สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง

ยอดโควิด-19 วันนี้ ผู้ติดเชื้อเพิ่ม 18,912 ราย

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2564 รวม 18,912 ราย จำแนกเป็น ผู้ติดเชื้อใหม่ 18,102 ราย ผู้ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 810 ราย
ผู้ป่วยสะสม 568,424 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) ผู้หายป่วยกลับบ้าน 10,750 ราย
หายป่วยสะสม 364,494 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) ผู้ป่วยกำลังรักษา 200,510 ราย ผู้เสียชีวิต 178 ราย

ขสมก. เพิ่ม 4 เส้นทาง เชื่อมต่อระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. เปิดเผยว่า เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน โดยกระทรวงคมนาคม กำหนดเปิดให้ประชาชนเริ่มทดลองเสมือนจริงโดยไม่เสียค่าโดยสารเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไปจนถึงเดือนตุลาคมนี้

ขสมก. จึงได้มีการปรับปรุงและเพิ่มเติมเส้นทางเดินรถโดยสาร จำนวน 4 เส้นทาง  ประกอบด้วยสาย 49 เส้นทาง สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (จตุจักร) – หัวลำโพง (เดิม) ปรับปรุงเป็น – เส้นทาง วงกลมสถานีกลางบางซื่อ – หัวลำโพง – ช่วงสถานีกลางบางซื่อ – ยมราช – หัวลำโพง ให้บริการทั้งรถโดยสารปรับอากาศ และรถธรรมดา  สาย 67 เส้นทาง วัดเสมียนนารี – เซ็นทรัลพระราม 3 (เดิม) เพิ่มเติมเส้นทาง – ช่วงสถานีกลางบางซื่อ – เซ็นทรัลพระราม 3 ให้บริการเฉพาะรถโดยสารปรับอากาศ    สาย 79   เส้นทาง อู่บางแค (วัดม่วง) – ราชประสงค์ (เดิม) เพิ่มเติมเส้นทาง –   ช่วงอู่บรมราชชนนี – สถานีบางบำหรุ – สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (ปิ่นเกล้า) ให้บริการเฉพาะรถโดยสารปรับอากาศ และ สาย 522  เส้นทาง รังสิต – งามวงศ์วาน – อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (เดิม) เพิ่มเติมเส้นทาง         – ช่วงสถานีรถไฟฟ้ารังสิต – สถานีรถไฟฟ้าแยก คปอ. ให้บริการเฉพาะรถโดยสารปรับอากาศ

ขสมก. จะเริ่มให้บริการในวันที่ 2 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป ตั้งแต่ เวลา 05.00 น.- 19.30 น. และในอนาคตจะเพิ่มเติมเส้นทางเดินรถโดยสาร อีก 4 เส้นทาง เพื่อเชื่อมต่อระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง