“เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์” ตอกย้ำเป้าหมายมุ่งสู่ Net-Zero

เจนเนอราลี่ ประเทศไทย ขานรับโยบายของเจนเนอราลี่ กรุ๊ป ที่ได้ร่วมเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้ง Net-Zero Insurance Alliance (NZIA) โดยได้ให้คำมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิจนเป็นศูนย์จากพอร์ตการรับประกันภัย พร้อมผลักดันองค์กรก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนด้วยแนวคิด “ESG” เชื่อจะเชื่อมโยงนโยบายและแนวคิดได้ในทุกมิติ

นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า “จากการเปิดประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ในการแก้ปัญหาวิกฤติการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ หรือ G20 Climate Summit ที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี ที่ผ่านมา มร.ฟิลลิป ดอนเนท (Philippe Donnet) ประธานกรรมการบริหารของ เจนเนอราลี่ กรุ๊ป ได้ร่วมกับพันธมิตรบริษัทประกันภัยชั้นนำระดับโลก* ใช้ชื่อว่า Net-Zero Insurance Alliance (NZIA) ซึ่งเจนเนอราลี่ได้เป็นผู้นำเสนอความมุ่งมั่นของอุตสาหกรรมประกันภัยในการเร่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่การลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิในระบบจนเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions Economy) ภายในกลางปี ค.ศ. 2050 ซึ่งสมาชิกของ NZIA จะกำหนดเกณฑ์ในการพิจารณาการรับประกันภัยและกำลังแนะนำเกณฑ์การยกเว้นที่เข้มงวดมากขึ้นสำหรับภาคส่วนอุตสาหกรรมที่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อการกำจัดการลงทุนในกิจกรรมเหล่านี้โดยสมบูรณ์ นอกจากนี้จะรวมเกณฑ์ความเสี่ยงในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้เหลือศูนย์ไว้ในกรอบการบริหารความเสี่ยงด้วย โดยกลุ่มบริษัทฯ ยังตั้งใจที่จะสร้างการลงทุนใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความยั่งยืนที่มีมูลค่า 8.5 – 9.5 พันล้านยูโรในช่วงปีค.ศ. 2021-2025 ซึ่งการสร้างความยั่งยืนนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของแผน Generali 2021 เพื่อส่งเสริมการสร้างมูลค่าและนวัตกรรมขององค์กรในระยะยาว เป็นการยืนยันความมุ่งมั่นของเจนเนอราลี่ที่มีต่อสังคมและชุมชนที่เจนเนอราลี่ดำเนินการในฐานะ Lifetime Partner โดยเจนเนอราลี่ กรุ๊ปนั้นได้รับการยืนยันการจัดอันดับของดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability World Index – DJSI) ซึ่งเป็นการจัดอันดับบริษัทชั้นนำโดยใช้เกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ในปีที่ผ่านมาอีกด้วย”

สำหรับ เจนเนอราลี่ ประเทศไทย เองก็พร้อมขานรับนโยบายดังกล่าว ล่าสุดในการประชุมพนักงาน ครั้งที่ 2 ประจำปี 2564 (Town Hall Meeting) คณะผู้บริหารได้ตอกย้ำนโยบายด้านความยั่งยืนทางธุรกิจควบคู่ไปกับการผลักดันให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งการให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่เจนเนอราลี่ได้ให้ความสำคัญและยึดถือปฏิบัติมาโดยตลอด ตามแนวคิดการดำเนินงานที่จะพัฒนาสร้างแข็งแกร่งให้เท่าทันตามความต้องการของผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา ด้วยแนวคิดการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืนมาปรับใช้ในกระบวนการวางกลยุทธ์ทางธุรกิจ ซึ่งมีองค์ประกอบ 3 มิติ คือ “ESG” ได้แก่ ความ

o Environment : การให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ทั้งการปฎิบัติงานที่ส่งเสริมสิ่งแวดล้อม เช่น การลดใช้กระดาษ การไม่ลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือการการเลือกใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

o Social : การเห็นความสำคัญของสังคม การออกแบบประกันสุขภาพและประกันสำหรับผู้สูงอายุ การใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและเข้าถึงคนหมู่มาก รวมไปถึงการสนับสนุนแนวคิดที่สนับสนุนความหลากหลายและการมีส่วนร่วม (Diversity & Inclusion)

o Governance : ธรรมาภิบาลหรือบรรษัทภิบาล การกำกับดูแลการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct) และมีความโปร่งใสในองค์กร

“ขณะเดียวกันบริบทของโลกในอนาคตที่เรียกว่า เมกะเทรนด์ (Megatrends) ที่ยังมีอิทธิพลต่อชีวิตของภาคธุรกิจและผู้คนไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งเจนเนอราลี่ก็พบข้อมูลว่า ESG megatrend ที่คาดว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงโลกธุรกิจ สังคม และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติได้อย่างมีนัยสำคัญในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยจะสอดคล้องการกับก่อตั้ง Net-Zero Insurance Alliance (NZIA) ในการเร่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมเศรษฐกิจที่มีก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดแนวทางให้เจนเนอราลี่ ประเทศไทยในการปรับกลยุทธ์ตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น เพื่อทำให้แนวคิดการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืนนั้นเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรและสังคม พร้อมกับการตั้งเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับเมกะเทรนด์เพื่อสร้างการเติบโตและมูลค่าที่ยั่งยืนให้กับองค์กรได้ในอนาคต” นายบัณฑิต กล่าวทิ้งท้าย

โฮมโปร ปรับสินค้าตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนอยู่บ้าน อยู่ไหนก็ช้อปได้

บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร ในฐานะผู้นำเรื่องบ้านครบวงจร TOTAL HOME SOLUTION รับมือกับภาวะวิกฤติ COVID-19 ปรับสินค้าตอบโจทย์ ในช่วงมาตรการล็อกดาวน์ รองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าเรื่องบ้านที่ตอบสนองเรื่องความสะอาดภายในบ้านครบวงจร ตลอด 24 ชม. เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส เหมือนยกโฮมโปรมาไว้ที่บ้านคุณ

นางสาวเสาวณีย์ สิราริยกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ โฮมโปร เผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการช่วยกันหยุดการแพร่เชื้อไวรัสโควิด – 19 และสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้โดยเร็วที่สุด จึงทำให้ต้องงดการเดินทางที่ไม่จำเป็น และอาจไม่สะดวกในการใช้ชีวิต โฮมโปรเข้าใจถึงปัญหาของลูกค้าทุกคน เห็นความต้องการสินค้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเราได้วางแผนตั้งรับสถานการณ์ดังกล่าวเอาไว้แล้ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่าเตรียมสินค้า เพื่อให้มีเพียงพอ เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้ประกอบการSME และลูกค้าทั่วไป จากการที่ เกิดความกังวลเรื่องการแพร่ระบาด ส่งผลให้ คนส่วนใหญ่ไม่ออกนอกบ้าน คนทำงานก็ทำงานที่บ้านมากขึ้น เราจึงคัดสรรสินค้าที่สนองตอบไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป สามารถช้อปเรื่องบ้าน ผ่านทุกช่องทางออนไลน์ของโฮมโปร เพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าตลอด 24 ชม.

“โฮมโปร” ในฐานะผู้นำเรื่องบ้านครบวงจร TOTAL HOME SOLUTION ได้เตรียมรับมือกับปัญหาวิกฤติไวรัสโควิด 19 ( COVID-19 ) จึงได้เตรียมสต็อกสินค้าไว้รองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น โดยแบ่งกลุ่มสินค้าเป็น Stay Safe Stay Home อยู่บ้านให้ปลอดภัย

กลุ่มสินค้าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID -19 ของใช้ส่วนตัวที่ทุกคนต้องมี กระดาษอเนกประสงค์ , หน้ากากอนามัยการแพทย์ , เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ , ถุงมือยาง , สบู่เหลวล้างมือ, สเปรย์ทำความสะอาดฆ่าเชื้ออเนกประสงค์ , ตะกร้าผ้า , ผ้าขนหนู อุปกรณ์จำเป็น ตู้ลิ้นชัก 4 ชั้น ,โต๊ะอเนกประสงค์เหลี่ยม , เก้าอี้พลาสติก , มุ้งชุดผ้าปูที่นอนหมอนข้าง, หมอนหนุน , ราวพาดผ้าสแตนเลส และเครื่องใช้ไฟฟ้า รางปลั๊กไฟ , พัดลมตั้งโต๊ะ , ตู้เย็น 1 ประตู , กาต้มน้ำไฟฟ้า , ไมโครเวฟ หม้อหุงข้าว , เครื่องซักผ้าฝาบน , เครื่องปิ้งขนมปัง

โฮมโปร พร้อมมอบประสบการณ์การซื้อของที่สะดวกสบาย และไร้รอยต่อให้แก่ลูกค้า ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และทุกไลฟ์สไตล์จากที่บ้านตลอด 24 ชม. เพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส เหมือนยกโฮมโปรมาไว้ที่บ้านคุณ บริการ CHAT SHOP4YOU เพียงทักมาเราช่วยช้อปแทนลูกค้า เหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัว ทั้งยังช่วยเอื้ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เพียง สั่ง > จ่าย > ส่ง แค่ 3 ขั้นตอนง่ายๆ สั่งได้ที่ช่องทาง Line @HomePro,Facebook HomePro Thailand, จ่ายง่ายสะดวกหลากหลายช่องทางการชำระเงิน ผ่านเงินโอน / โอนเงิน / พร้อมเพย์ / อินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง / คิวอาร์เครดิต / บัตรเครดิต / เดบิตกับธนาคารชั้นนำ ช้อปออนไลน์สะดวก24 ชั่วโมงที่ www.homepro.co.th หรือดาวน์โหลด Mobile Application HomePro APP แอปเดียวครบ จบทุกเรื่องบ้าน

โดยลูกค้าสามารถเลือกดูสินค้าเรื่องบ้านมากมาย ครบทุกหมวดหมู่ พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้ม จะเลือกรับด้วยตนเองที่สาขากับบริการ Click &Collect หรือบริการส่งถึงหน้าบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า เนื่องจากสถานการณ์ในปัจจุบัน เราพร้อมให้บริการด้วยมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเต็มกำลัง

KNOCKOUT E-LEAGUE PES 2021 TOURNAMEN นัดแรก เสาร์ที่ 31 ก.ค. นี้

เตรียมระเบิดศึกความมัน วัดกันนัดต่อนัด เดิมพันศักดิ์ศรียอดทีมไทยลีกอีสปอร์ต บนเวทีการแข่งขัน eFootball รอบน็อคเอาท์หนึ่งเดียวในประเทศไทย KNOCKOUT E-LEAGUE PES 2021 TOURNAMENT นัดเปิดสนาม เสาร์ที่  31 กรกฎาคม 2564 และอาทิตย์ที่ สิงหาคม 2564 นี้ เวลา 15.00 น. เป็นต้นไป พร้อมเพิ่มดีกรีความเดือด ไม่พลาดทุกสกอร์ ใส่เต็มทุกรายละเอียด ไปกับ 2  เซเลปนักพากย์คนพิเศษ ต้า มิสเตอร์ทีม และอดีตกัปตันทีมชาติไทย ลีซอ ธีรเทพ วิโนทัย

เสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2564: ประเดิมนัดเปิดสนามด้วยยอดขุนพลแชมป์ E-LEAGUE ฤดูกาลล่าสุด จากสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปะทะม้ามืดจากแดนตะวันตกอย่างสโมสรราชบุรี มิตรผล ตามมาด้วยบิ๊กแมทช์ของสองทีมดัง โปลิศ เทโร เจอกับสโมสร เชียงราย ยูไนเต็ด นำทีมโดยผู้เล่นอีสปอร์ตชั้นนำจากญี่ปุ่น Tokyo Verdy

อาทิตย์ที่ สิงหาคม 2564: BG Pathum United vs PT Prachuap F.C. และ Nakhonratchasima Mazda F.C. vs Port F.C. รองแชมป์ E-LEAGUE 2021 อย่างสโมสรบีจี ปทุม โดยทีมอีสปอร์ตชั้นนำ Zeus Gaming จะโคจรมาพบกับสโมสรพีที ประจวบ และอีกคู่กับการปะทะกันของสองสโมสรไทยลีกโดยอีสปอร์ตระดับเอเชีย สโมสรนครราชสีมา มาสด้า โดย Box Gaming พบสโมสร การท่าเรือ โดย Purple Mood E-sport

ไม่พลาดทุกความมัน ค้นหาเจ้าของแชมป์ KNOCKOUT E-LEAGUE พร้อมกัน ชมสดทุกแมตช์ ผ่าน YouTube : E-League Thailand ใครจะอยู่ ใครจะน็อค สัปดาห์นี้ รู้กัน !!

Shopee 8.8 Crazy Flash Sale แจกโค้ดลดสูงสุด 888 บาท

ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เจาะลึกพฤติกรรมการช้อปออนไลน์ของผู้บริโภคชาวไทย ผ่านกลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้าถึงนักช้อปทุกเพศ ทุกวัย อย่าง โปรโมชั่นแฟลชเซลล์ (Flash Sale) หรือที่รู้จักกันดีว่า สินค้านาทีทอง ถือเป็นกิจกรรมที่ดึงดูดใจผู้บริโภคให้มาช้อปสินค้าราคาสุดคุ้มในระยะเวลาที่กำหนดบนแพลตฟอร์ม เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในโปรโมชั่นที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับกลุ่มนักช้อปสายความคุ้มค่าจะต้องตั้งตารอ เพราะสินค้าที่นำมาจัดโปรโมชั่นแฟลชเซลล์ (Flash Sale) เป็นสินค้าที่มีความหลากหลายครอบคลุมทุกหมวดหมู่จากร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำ ตอบโจทย์นักช้อปทุกไลฟ์สไตล์ และเพื่อเป็นการส่งประสบการณ์ความคุ้มค่าคุ้มราคาผ่านการจับจ่ายสินค้าราคาดีที่สุดซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ช้อปปี้จึงเดินส่งแคมเปญ ลดเดือด ที่มาพร้อมไฮไลท์ ลดเยอะสุด ไม่ต้องคิดนาน ด้วยส่วนลดสูงสุด 5,000 บาท ด้วยโปรโมชั่นสุดแรง 3 ต่อ อย่าง Flash Deals ลดสูงสุด 88% โค้ดลดสูงสุด 888 บาท และ ส่งฟรี ขั้นต่ำ 0 บาท ด้วยสินค้าราคาสุดว้าวหลายแสนรายการ จากนับพันร้านค้าและแบรนด์ดังบน อาทิ Lotus’s, Samsung, LG, MamyPoko, Huawei, Unilever และอีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้ – 8 สิงหาคม 2564 พร้อมกองทัพความสนุกสนานส่งตรงถึงบ้านนักช้อปชาวไทยให้ได้ผ่อนคลายความเครียดในสถานการณ์เช่นนี้อีกด้วย

สำหรับโปรโมชั่นแฟลชเซลล์ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของช้อปปี้ที่สามารถกระตุ้นกิจกรรมทางการตลาดและกระตุ้นยอดขายให้กับร้านค้าและแบรนด์ชั้นนำ พร้อมทั้งยังเป็นอีกหนึ่งโปรโมชั่นที่ทำให้แพลตฟอร์มของช้อปปี้มีความคึกคักจากเหล่านักช้อปมากยิ่งขึ้น ช้อปปี้ จึงเชื่อมั่นว่า จะสามารถมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ให้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย และ ทำให้ทุกการจับจ่ายของนักช้อปมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยสามารถการันตีความสำเร็จแบบครบสูตรด้วยสถิติที่น่าสนใจจาก “โปรโมชั่นแฟลชเซลล์” ดังนี้

● ในเดือนมิถุนายน 2564 พบกว่าสินค้าแฟลชเซลล์จำหน่ายออกไปได้มากถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา

● ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2564 พบว่าสินค้าแฟลชเซลล์ที่ขายออกเร็วที่สุดทำสถิติได้ภายใน 4 วินาที

● เปิดโผสินค้าแฟลชเซลล์เด็ด โดนใจช่วงครึ่งปีแรก 2564: ในครึ่งปีแรกของปี 2564 สินค้าแฟลซเซลล์ฮอตฮิตโดนใจคุณผู้ชาย ได้แก่ สายชาร์จมือถือ, ผ้าเช็ดรถ, ถุงเท้า และพบว่า ผ้าปูโต๊ะ, กระเป๋าผ้า, กรรไกรทำอาหาร เป็นสินค้าแฟลชเซลล์สุดว้าวตรงใจคุณผู้หญิง

ตั้งแต่วันนี้ – 8 สิงหาคม 2564 นักช้อปแฟลชเซลล์ตัวยงเตรียมพบกับแคมเปญตื่นเต้น เร้าใจในแคมเปญ Shopee 8.8 Crazy Flash Sale ลดเดือด ที่มาพร้อมโปรโมชั่นสุดเข้มข้นผ่านกองทัพสินค้าจากร้านค้าและแบรนด์ดังชั้นนำบน Shopee Mall อาทิ BabyLove, TCL, Hisense, Oppo และอีกคับคั่ง ด้วยไฮไลท์พิเศษดังนี้

● Midnight Crazy Flash Sale ดีลเดือดทุกเที่ยงคืน ลดสูงสุด 88%: พบกับสินค้าแฟลชเซลล์ดีลเดือด ที่มาพร้อมส่วนลดสุดเครซี่สูงสุด 88% ครอบคลุมทุกหมวดหมู่สินค้าทุกเที่ยงคืน ถึง ตีสอง เช่น VIVO Y20 2021, XBOX SERIES S, Harman/Kardon SoundSticks 4 ลำโพงตั้งโต๊ะ, Roborock หุ่นยนต์ดูดฝุ่นถูพื้นอัจฉริยะ S5 Max, Lancome Advanced Genifique Youth Activating Concentrate, GoPro 9 Black และอีกมากมาย

● โค้ดลดสูงสุด 888: ช้อปสุดเข้นข้น พร้อมรับโค้ดลดส่วนสูงสุด 888 บาท

● ช้อปสุดมันส์ไปกับสินค้าราคาสุดเครซี่เพียง 8 บาท และ 88 บาท: นักช้อปรักความไวสายแฟลชเซลล์ตัวยงห้ามพลาด เตรียมช้อปสินค้าราคาดีที่สุด เริ่มต้นเพียง 8 บาท และ 88 บาท ด้วย 5 ช่วงเวลาความคุ้ม อย่าง 0.00 น, 2.00 น, 12.00 น, 18.00น , 21.00 น ทุกวัน

● ชำระเงินผ่าน ShopeePay มีแต่ได้: เพราะ ShopeePay ใจดี แจกโค้ดส่วนลดจ่ายบิลสูงสุดถึง 100 บาท! ไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับการจ่ายบิลค่าน้ำและค่าไฟ สำหรับค่าโทรศัพท์ก็ประหยัดกันถ้วนหน้าด้วยโปรเติมเงินมือถือและซื้อแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต เริ่มต้นเพียง 1 บาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังมี โค้ดส่งฟรีขั้นต่ำ 0 บาท, โค้ดส่วนลดสูงสุด 20% และ Flash Sale ป๊อปคอร์นไซส์สุดคุ้มจากเมเจอร์กรุ๊ป และเอสเอฟ ซีเนม่า เริ่มต้นเพียง 8 บาท

● โปรโมชั่นส่งฟรีขั้นต่ำ 0 บาท: ยกระดับความคุ้มค่าจากโค้ดส่งฟรีขั้นต่ำ 0 บาท[9] ตลอดทั้งวัน ทั้งแพลตฟอร์ม

เสริมทัพความบันเทิงเต็มสูบพร้อมพิชิตรางวัลใหญ่ กว่า 20 ล้านบาท ! บนแอปช้อปปี้

ช้อปปี้ ยังคงเดินหน้ามุ่งมั่นสร้างปฏิสัมพันธ์และเติมเต็มประสบการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์ให้นักช้อปชาวไทยทุกคนที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและความบันเทิง ผ่านกิจกรรมยอดฮิตของช้อปปี้ อย่าง Shopee Live, Shopee Prizes และ Shopee 8.8 Mega Game Show ที่มามอบความสุขส่งตรงถึงบ้านคุณพร้อมกองทัพรางวัลมูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาท

● เสริมทัพความบันเทิงผ่านคอนเทนต์สุดปังกับ Shopee Live: ตั้งแต่วันนี้ – 8 สิงหาคม 2564 แฟนๆ ช้อปปี้ไลฟ์จะได้พบการกลับมาของรายการยอดฮิตตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์จากกองทัพ เซเลบริตี้ คู่จิ้น ศิลปินดาราอย่างคับคั่ง อาทิ วอร์ วนรัตน์, BNK48, CGM48, 3 สาววง PiXXiE ควบคู่ไปกับการช้อปปิ้งสินค้าแฟลชเซลล์ราคาสุดเครซี่ ลดเดือดด้วยดีลเด็ดจากแบรนด์ดัง อย่าง L’oreal, Rayban, Aurora Design, KFC, Mister Donut พร้อมของรางวัลอีกมากมาย อาทิ ทองคำ[10], Flash Sale Voucher 15% , Shopee Coins รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท

● ร่วมพิชิตรางวัลรวมกว่า 11 ล้านบาทผ่าน Shopee Prizes: นักช้อปสายเกม พบกับพาเหรดเกมฮิตบนช้อปปี้ อาทิ Shopee Farm, Shopee Daily Prizes, Shopee Candy, Shopee Bubble , Shopee Pets, Shopee Shake Shake และพิเศษสำหรับแคมเปญ 8.8 เตรียมพบกับ Shopee โชคหล่นทับ[11] ยิ่งกด ยิ่งซื้อ ยิ่งมีสิทธิ์มาก มีสิทธิ์รับเงินโบนัสผ่าน ShopeePay มูลค่า 5,000 จำนวน 50 รางวัล โดย Shopee Prizes ขนกองทัพรางวัลรวมมูลค่า 11 ล้านบาท

● เสิร์ฟความบันเทิงจัดเต็มกว่าเดิมกับรายการ“Shopee 8.8 Mega Game Show”: ปังไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ เตรียมพบกับรายการเฉพาะกิจ “Shopee 8.8 Mega Game Show” ฟังร้องได้ล้าน โดยช้อปปี้ยกทัพเหล่าซุปตาร์แห่งวงการบันเทิง เสิร์ฟความสุข สนุก จัดเต็มเอาใจผู้ใช้งานชาวไทยด้วยกิจกรรมทางความบันเทิงแบบนอนสตอปตลอด 2 ชั่วโมงเต็ม อย่าง การแสดงโชว์พลังเสียงสุดปังระดับ Divas แห่งวงการ ต่อด้วยกิจกรรม Celeb Battle แข่งขันร้องเพลงจากซุปตาร์ทั้ง 2 ทีม ที่แฟนๆ ทางบ้านสามารถเป็นส่วนหนึ่งแห่งความสนุกครั้งนี้ด้วยการร่วมโหวตว่าทีมไหนจะเป็นทีมที่ชนะ พร้อมมีสิทธิ์รับรางวัลอีกด้วย ไม่เพียงเท่านี้ แฟนๆ ยังจะได้พบกับเกมยอดฮิต สุดมันส์ บนช้อปปี้ อย่าง Shopee Catch และ Shopee Shake Shake ช้อปปี้แอบกระซิบ.. รางวัลรวมมูลค่ากว่า 8 ล้านบาท อาทิ เงินสด ทองคำและ ช้อปปี้ คอยน์ ห้ามพลาด 8 เดือน 8 เวลา 18.00 น. – 20.00 น. รับชมพร้อมกันทางช่อง CH7 และ Shopee Live

พบกับแคมเปญ ลดเดือด ที่ส่งดีลลดสุดโหดมาให้นักช้อปชาวไทยได้เพลิดเพลินสินค้าครอบคลุมทุกหมวดหมู่ ด้วย โปรโมชั่น Flash Deals ลดสูงสุด 88% โค้ดลดสูงสุด 888 บาท และโปรโมชั่นส่งฟรี ขั้นต่ำ 0 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 8 สิงหาคม 2564 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

SELIC มอบแอลกอฮอล์เจล-อุปกรณ์ทางการแพทย์

นางสาวยุวดี เอี่ยมสนธิทรัพย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีลิค คอร์พ จำกัด (มหาชน) หรือ SELIC เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบันนั้น ทางซีลิคได้ส่งมอบแอลกอฮอล์เจล และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ประกอบด้วย หน้ากาก N95 ถุงมือแพทย์ หน้ากากอนามัย และ face shield เพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ศูนย์เอราวัณที่ปฏิบัติงานประจำศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ

นอกเหนือจากการมอบให้แก่ศูนย์เอราวัณในครั้งนี้แล้ว ทางซีลิคยังคงมอบแอลกอฮอล์เจล รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง อาทิ ทีมงานเราต้องรอด วันพระยาสุเรนทร์, สวัสดิการคุ้มครองแรงงาน สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพ พื้นที่ 6 ศูนย์กลางบำเพ็ญสาธารณประโยชน์, หอการค้าไทย หน่วยงานทางราชการ หน่วยงานภาคประชาชน โรงพยาบาล สำนักงานต่าง ๆ และชุมชนรอบบ้าน เช่น ชุมชนวัดหลักสาม, ซอยลุงชิน เขตหนองแขม และโรงพยาบาลเทิง ชุมชนเชียงราย โดยสิ่งที่มอบไม่ใช่แค่แอลกอฮอล์เจล แต่มีอุปกรณ์การแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น ถุงมือ หน้ากาก N95 ชุด PPE รวมถึงของใช้จำเป็นเพื่อเป็นกำลังใจในช่วงภาวะวิกฤติ และการระบาดระลอกใหม่

ทั้งนี้ ซีลิคขอร่วมเป็นกำลังใจให้ผ่านวิกฤต และหวังให้ทุกภาคส่วนผ่านพ้นสถานการณ์อันยากลําบากนี้ไปด้วยกัน

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ เน้นรุกตลาดแบบ Data-Driven

แม้ COVID-19 ระลอกใหม่จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น แต่ภาคธุรกิจก็ต้องเดินหน้าต่อ พร้อมปรับแผนรับมือด้วยการปูพรมการตลาดดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งเสริมความสะดวกแก่กำลังซื้อรองรับความต้องการ เชื่อ Work from home Function ยังเป็นคำตอบที่ใช่ของลูกค้าในปัจจุบันและคาบเกี่ยวสู่อนาคต  พัฒนาบริการพิเศษ VIP Video Call & Private Tour ให้ผู้บริโภคสามารถคลิกเข้าชมโครงการได้แบบ 360 องศาผ่านออนไลน์แพลตฟอร์ม

นายชูรัชฏ์ ชาครกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ (LALIN) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์คุณภาพภายใต้คอนเซ็ปต์ “บ้านที่ปลูกบนความตั้งใจที่ดี” เปิดเผยว่า กว่า 1 ปีที่ทั่วโลกต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งรุนแรงที่สุดจากวิกฤติ COVID-19 ส่งผลให้ภาพรวมเศรษฐกิจเกิดการชะลอตัวเช่นเดียวกับภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศไทย ภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เช่นกันต้องมีการปรับแผนรับมืออย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2564 ถือเป็นโจทย์ที่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้เพราะเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดนับจากเกิดการแพร่ระบาด บริษัทฯ เองได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์การตลาด การพัฒนาโครงการพร้อมอยู่ที่มีความหลากหลาย ปรับโฉมการออกแบบให้ตอบโจทย์ Work from home Function รวมทั้งรับเทรนด์การประหยัดพลังงานภายในบ้านด้วย Ecosystem เดินหน้าการตลาดเพิ่มการขายผ่านช่องทางออนไลน์ ตลอดจนพัฒนาการบริการหลังการขายให้มีประสิทธิภาพ

ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้เอื้อต่อความต้องการและความสะดวกสบายของผู้บริโภคตามสถานการณ์อยู่เสมอ โดยได้นำกลยุทธ์ Data-Driven Marketing มาเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนการทำธุรกิจ เพื่อมอบบ้านที่ตรงตามความต้องการของตลาดในแต่ละช่วงอย่างเหมาะสม การตลาดแบบ Data-Driven จะช่วยให้องค์กรสามารถบริหารงบประมาณได้ดีและตรงจุดยิ่งขึ้น ทั้งยังนำข้อมูลที่ได้มาศึกษาถึงความต้องการของตลาด สร้างข้อได้เปรียบทางการตลาดและการขายแบบตรงใจ รวมถึงการเลือกใช้สื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้นำข้อมูลที่ได้มาปรับกลยุทธ์สร้างความแข็งแกร่งให้แก่ออนไลน์ แพลตฟอร์ม และพัฒนารูปแบบบริการที่พร้อมมอบความสะดวกและปลอดภัยผ่านโลกออนไลน์อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อให้ลูกค้ายังสามารถเลือกซื้อบ้านได้ผ่าน Private tour แบบ VDO call เพื่อต่อยอดการสร้างโอกาสในการขายอย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์นี้

“COVID-19 สร้างจุดเปลี่ยนที่สำคัญให้แก่วงการอสังหาริมทรัพย์ของไทยในทุกกลุ่มตลาด เป็นตัวเร่งให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคก้าวสู่การตลาดแบบดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งเร็วยิ่งขึ้น จนสร้างประสบการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นกลายเป็น new normal ที่ผู้บริโภคยอมรับและคุ้นเคย ที่สำคัญคือแบรนด์ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าและเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด” นายชูรัชฏ์ กล่าวเสริม

ทำอย่างไรให้ลูกค้าเลือกซื้อบ้านได้แม้นั่งอยู่ที่บ้านถือเป็นความท้าทายของธุรกิจอสังหาฯ สิ่งนี้คือโจทย์ที่สำคัญที่ผู้ประกอบการต้องเตรียมรับมืออย่างเข้มข้นในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ที่หลายฝ่ายเชื่อว่าจะเป็นช่วงที่ส่งผลกระทบในภาพรวมที่หนักที่สุดช่วงนึงจากปัญหา COVID-19

การพัฒนาบริการพิเศษ VIP Video Call & Private Tour ให้ผู้บริโภคสามารถคลิกเข้าชมโครงการได้แบบ 360 องศาผ่านออนไลน์แพลตฟอร์มของ ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ได้รับการตอบรับอย่างมากในช่วง COVID-19 “บริษัทฯ เปิดให้ลูกค้าสามารถลงทะเบียนล่วงหน้า (Pre-registration) เพื่อเยี่ยมชมโครงการผ่านระบบ VDO Call เพื่อนำชมโครงการตามที่ลูกค้าต้องการ เปิดโอกาสให้ลูกค้าสอบถามข้อสงสัยได้แบบ real time เพียงคลิก https://www.lalinproperty.com/visit-vip/  เพื่อลงทะเบียน และกดเลือกโครงการที่ต้องการเยี่ยมชม พร้อมระบุวันและเวลาที่สะดวกในการ VDO Call เจ้าหน้าที่โครงการก็จะติดต่อไปตามวันและเวลาที่นัดหมาย เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้นในช่วง COVID-19”

เคอรี่ รุกหนักธุรกิจบริหารคลังสินค้า-ปูพรมลูกค้าทุกอุตสาหกรรม

เคอรี่ โลจิสติคส์ วางยุทธศาสต์ในไทย รุกหนักธุรกิจการบริหารคลังสินค้า เจาะกลุ่มลูกค้าทุกอุตสาหกรรม ชูจุดแข็งให้บริการครบวงจร ทั้งคลังสินค้า ขนส่ง บริการเพิ่มมูลค่าสินค้า และวางแผนการตลาดon-line เพิ่มประสิทธิภาพ-ลดต้นทุน ด้านโลจิสติกส์ให้ลูกค้า “พงศ์ศิริ ศิริธร” แม่ทัพคนใหม่ ตั้งเป้า 3 ปี ขึ้นแท่นผู้นำให้บริการกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต S-Curve มั่นใจเครือข่ายครอบคลุมทั่วโลก

นายพงศ์ศิริ ศิริธร ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เคอรี่ โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า  บริษัทเป็นหนึ่งในกลุ่ม Kerry Logistics Network Limited หรือ KLN ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ ปัจจุบันจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ที่ฮ่องกง  โดย KLN เป็นบริษัทแม่และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัทเคอรี่ โลจิสติคส์ ฯ ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทยเป็นกลุ่มแรกและเป็นหัวหอกสำคัญ ที่ให้บริการด้านบริหารคลังสินค้าแบบครบวงจร ก่อนจะขยายไปสู่กลุ่มธุรกิจด้านโลจิสติกส์อื่นๆ ทั่วประเทศ

ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ให้บริการคลังสินค้ารวมกันมากกว่า 1 แสนตารางเมตร ครอบคลุม 3 พื้นที่สำคัญใน กรุงเทพฯ ชลบุรี และระยอง โดยมีสัดส่วนรายได้จากการบริการ 3 ส่วนสำคัญอันได้แก่ การบริหารคลังสินค้า, การขนส่งทุกรูปแบบ, และบริการอื่นๆเช่น การบริหารการบรรจุหีบห่อ, การจัดการด้านการตลาดออนไลน์ เป็นต้น จากประสบการณ์ ความชำนาญ ของทีมงานคนไทย 100% ที่เข้าใจถึงความต้องการลูกค้า สามารถยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการได้ตามความต้องการของตลาดในเมืองไทย ภายใต้ระบบการทำงานที่เป็นมาตรฐานสากลทั้ง ISO9001, ISO45001, ISO14001, GMP, Halal etc. ส่งผลให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า offline และ online ครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจ

โดยกลุ่มลูกค้าของบริษัทประกอบด้วย 1.สินค้าภาคอุตสาหกรรม 2.สินค้าสุขภาพและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่กำลังมาแรงในยุคนี้ 3.สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม 4.สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ เช่น เครื่องสำอางค์ และสินค้าแบนด์เนม เป็นต้น 5.สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ 6.สินค้าอุปโภคบริโภค และ 7. สินค้าอุตสาหกรรมยานยนต์

บริษัทฯ ตั้งเป้า 3 ปี ขึ้นแท่นผู้นำให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรในการบริหารคลังสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต S-Curve ขยายสัดส่วนรายได้จากการบริหารคลังสินค้าให้มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดและด้านการขนส่งทุกรูปแบบเท่าตัวภายในปี 2022”

นายพงศ์ศิริ กล่าวต่อว่า  บริษัทได้วางจุดยืนอย่างชัดเจนในเรื่อง “Global Network and Local Specialist” คือ เรามีความชำนาญในการให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรในประเทศไทย และด้วยเครือข่ายที่มีครอบคลุมทั่วโลก จะช่วยสนับสนุนและสร้างความแข็งแกร่งให้กับผู้ประกอบการของไทยในการเชื่อมโยงธุรกิจสู่เวทีระดับภูมิภาคเอเชีย หรือแม้แต่ระดับโลกได้

ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัทเคอรี่ โลจิสติคส์ (ประเทศไทย) กล่าวต่อว่า การเปลี่ยนไปของตลาดกับการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่จาก Disruption ในทุกทิศทุกทาง โดยเฉพาะจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิด New Normal ของการดำเนินธุรกิจของลูกค้าที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป บริษัทจึงได้พัฒนานวัตกรรมและสรรหาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาบริหารจัดการด้านคลังสินค้า, สต๊อกสินค้า และการขนส่ง ที่จะทำให้การบริการด้านโลจิสติกส์เป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเปลี่ยนไปในอนาคต

การที่ลูกค้ามีพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ ที่ช่วยบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ในยุค  Disruption เคอรี่ โลจิสติคส์ น่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุดที่อยู่เคียงข้างลูกค้า ในการทำธุรกิจแบบยั่งยืน

ทั้งนี้ การได้รับมอบหมายให้เป็นแม่ทัพเพื่อบริหาร  เคอรี่ โลจิสติคส์ ประจำประเทศไทย ถือเป็นความท้าทาย และจากประสบการณ์ที่ทำงานด้านโลจิสติกส์กับบริษัทต่างชาติมาอย่างยาวนาน ผนวกกับความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจโลจิสติกส์ และความแข็งแกร่งของเครือข่ายกลุ่ม Kerry network รวมทั้งทีมงานมืออาชีพที่มีความรู้ ความสามารถ ทำให้มั่นใจว่า เคอรี่ โลจิสติคส์ฯมีความพร้อมที่จะให้บริการและสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม

IHL บริจาคอุปกรณ์การแพทย์ช่วยผู้ป่วยโควิด-19

บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL ร่วมบริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ ประกอบด้วย เครื่องติดตามสัญญาณชีพ จำนวน เครื่อง และเครื่องช่วยหายใจ จำนวน เครื่อง มูลค่ารวม 600,000 บาท โดยมอบผ่านทางมูลนิธิอินเตอร์ไฮด์ ให้กับโรงพยาบาลสมุทรปราการ เพื่อช่วยสนับสนุนและส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ทั้งนี้ บริษัทฯได้ตระหนักถึงการช่วยเหลือ และเป็นกำลังใจให้แก่แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล เพื่อฝ่าวิกฤติโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง  โดยกิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้น ณ โรงพยาบาลสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

โอเลย์ ชวนสาวๆ ปลุกผิวอิ่มฟูเด้งสวยตลอดวัน

หลายคนคงคุ้นเคยกันดีกับ “คอลลาเจน” ตัวช่วยสำคัญในโลกแห่งความงามที่ใช้เพื่อบำรุงผิวพรรรณให้ดูเต่งตึงเด้งใส จนใครต่อใครกล่าวขานกันว่าคอลลาเจนเปรียบเสมือน “น้ำพุแห่งความเยาว์วัย” ที่จะพาคุณย้อนเวลาให้ผิวสดใสเด้งกระชับอย่างที่หลายคนปรารถนา แต่สาวๆ ทราบหรือไม่ว่า “คอลลาเจน” นั้นสำคัญกับผิวแค่ไหน และเราจะมีวิธีบำรุงผิวอย่างไรเพื่อคงความเด้งฟูสวยใสสุขภาพดีได้ตลอดวัน ?

“คอลลาเจน” คือเส้นใยโปรตีนสำคัญของผิวหนัง ที่ช่วยให้ผิวของเรามีความเด้ง ยืดหยุ่น เปล่งประกายผิวใสดุจวัยเยาว์ โดยช่วงเช้าผิวจะดูอิ่มฟูมากที่สุดหลังจากได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ พร้อมออกไปลุยกับภารกิจต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ทว่า ไลฟ์สไตล์ที่ยุ่งเหยิงอาจทำให้ร่างกายสะสมความเครียดโดยไม่รู้ตัว รวมถึงการเผชิญกับมลภาวะภายนอก อาทิ ฝุ่นควันและแสงยูวี (UV) เป็นผลให้ร่างกายสูญเสียคอลลาเจน และข้อเท็จจริงที่น่าตกใจก็คือผิวเราอาจดูแก่ลงได้ถึง 8 ปีในหนึ่งวันเลยทีเดียว รู้แบบนี้แล้วก็ถึงเวลาที่เราจะต้องตามหาตัวช่วยที่จะมารักษาสภาพผิวให้เปล่งปลั่งมีออร่าเฉิดฉายได้ตลอดวัน แต่ยังสุดเหวี่ยงกับชีวิตได้ 24 ชั่วโมงไม่มีสะดุด

หลังจากที่นักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ด้านความงามของโอเลย์ได้ศึกษาวิธีที่จะให้ผิวคงความอิ่มฟูเด้งใสมาเป็นระยะเวลาหลายปี ในที่สุดวันนี้โอเลย์ก็พร้อมเผยเคล็ดลับบำรุงผิวแบบอิ่มฟูตั้งแต่เช้าจรดเย็น ด้วยสูตรเทคโนโลยีล้ำหน้าของโอเลย์ที่จะช่วยให้ส่วนผสมต่างๆ ในสกินแคร์ ซึมลึกลงสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวของสาวๆ อิ่มฟูยาวนานตลอดทั้งวัน ขอแนะนำคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด โอเลย์ รีเจนเนอรีส คอลลาเจน-เปปไทด์24

เดวิด คู นักวิทยาศาสตร์ด้านความงามของโอเลย์ เผยถึงสุดยอดนวัตกรรมล้ำหน้าของโอเลย์ว่า “โดยปกติโมเลกุลของคอลลาเจนจะมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะซึมผ่านผิวหนังชั้นนอกของเราได้ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของคอลลาเจนจะดูดซึมเข้าสู่ผิวได้ยาก แต่ด้วยสูตรของโอเลย์ที่ใช้คอลลาเจน เปปไทด์ ซึ่งเป็นคอลลาเจนโมเลกุลจิ๋วชนิดเดียวกับที่พบในชั้นผิวของมนุษย์ จึงทำให้สามารถซึมลึกผ่านชั้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อคงความอิ่มฟูให้ผิวได้ยาวนานตลอดวัน”

นอกจากนี้ คอลเลคชั่น โอเลย์ รีเจนเนอรีส คอลลาเจน-เปปไทด์24 ยังมีระดับเปปไทด์สูงสุดในทุกสูตรของโอเลย์ อีกทั้งยังมีไนอะซินาไมด์ (Niacinamide) หรือวิตามิน B3 ส่วนผสมอันเป็นเอกลักษณ์ของโอเลย์ที่ช่วยให้ผิวดูกระชับเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้ทันที และคงความชุ่มชื้นยาวนาน 24 ชั่วโมง สมกับชื่อคอลลาเจน-เปปไทด์24 อย่างแท้จริง

สาวๆ สามารถอวดผิวฉ่ำเด้งกับคอลลาเจนสูตรใหม่ของโอเลย์ด้วยขั้นตอนบำรุงง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน เริ่มต้นด้วย โอเลย์ รีเจนเนอรีส คอลลาเจน-เปปไทด์24 เซรั่ม เซรั่มคอลลาเจนสูตรเข้มข้นเนื้อบางเบาที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยให้ผิวเรียบเนียนได้อย่างล้ำลึก ต่อด้วย โอเลย์ รีเจนเนอรีส คอลลาเจน-เปปไทด์24 มอยเจอร์ไรเซอร์ ครีมคอลลาเจนเนื้อละเอียด ช่วยให้ผิวกระชับพร้อมคงความชุ่มชื้น 24 ชั่วโมง ปิดจ็อบด้วย โอเลย์ รีเจนเนอรีส คอลลาเจน-เปปไทด์24 อายครีม บำรุงฟื้นฟูผิวบอบบางรอบดวงตาให้เต่งตึงเสมือนผิวได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม ยิ่งไปกว่านั้นผลิตภัณฑ์ข้างต้นยังปราศจากส่วนผสมที่อาจทำให้ผิวระคายเคือง อาทิ น้ำหอม พาราเบน พาทาเลต และสีสังเคราะห์ จึงเหมาะกับทุกสภาพผิว ให้สาวๆ เตรียมโบกมือลาผิวหมองคล้ำ พร้อมอวดผิวฉ่ำเด้งตลอดวันท้าทายชีวิตที่ยุ่งเหยิงอย่างไร้กังวล

คอลเลคชั่นใหม่ โอเลย์ รีเจนเนอรีส คอลลาเจน-เปปไทด์24 ประกอบด้วย โอเลย์ รีเจนเนอรีส คอลลาเจน-เปปไทด์24 เซรั่ม ขนาด 30 มิลลิลิตร โอเลย์ รีเจนเนอรีส คอลลาเจน-เปปไทด์24 มอยเจอร์ไรเซอร์ ขนาด 30 มิลลิลิตร และ โอเลย์ รีเจนเนอรีส คอลลาเจน-เปปไทด์24 อายครีม ขนาด 50 กรัม เปิดให้สาวๆ ช้อปในราคา 1,199 บาท ได้แล้ววันนี้ ณ ห้างสรรพสินค้า และซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ อาทิ วัตสัน, โลตัส, บิ๊กซี, ท็อปส์, กูร์เมต์ มาร์เก็ต, โฮม เฟรช มาร์ท และร้านค้าชั้นนำทั่วไป รวมถึงช่องทางออนไลน์ที่ Lazada: http://olay.life/LazadaColPR Shopee: http://olay.life/ShopeeColPR และวัตสันออนไลน์: http://olay.life/WSCP24 ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

“ท็อปส์ ออนไลน์” จัดรถส่งความสุข Tops Fresh Truck

ปัจจุบันประชาชนที่อาศัยในกรุงเทพมหานครกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 จากจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะในประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ต้อง “กักตัว” อยู่ในบ้าน ไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพได้ รวมทั้งการปิดกิจการชั่วคราวในบางธุรกิจ ทำให้จำนวนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น  

 ท็อปส์ ออนไลน์ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมร่วมเป็นพลังสำคัญ ในการช่วยเหลือประชาชนบรรเทาความเดือดร้อนให้มากที่สุด เดินหน้าเปิดตัวโครงการ Tops Fresh Truck เติมพลังใจในรูปแบบรถส่งความสุข นำรถโมบายเคลื่อนที่จำหน่ายสินค้ารับหน้าที่ใหม่เป็นด่านหน้าในการลงพื้นที่ชุมชนแออัด และแคมป์คนงาน ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสถิติผู้ติดเชื้อสูงที่สุดในปัจจุบัน และถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก มีการติดเชื้อในพื้นที่ ขาดรายได้ในการดำรงชีพ 

Tops Fresh Truck รถส่งความสุข จะนำถุงยังชีพซึ่งบรรจุ ข้าวสารนมยูเอชทีซีเรียลบะหมี่สำเร็จรูป, ผลไม้ยาสีฟันผงซักฟอกสบู่ผ้าอนามัย, ทิชชูเปียกทำความสะอาด เป็นต้น ไปมอบให้กับประชาชนตามชุมชนต่างๆ โดยประเดิมส่งความสุขเส้นทางแรกที่ “ชุมชนคลองเตยแคมป์คนงานพระราม3” และเตรียมลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องในทุกวันพฤหัสบดี 

ท็อปส์ ถือเป็นภาคธุรกิจค้าปลีกรายแรกที่ริเริ่มโปรเจกต์ดังกล่าว โดยมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือ ตอบแทนสังคม และร่วมเป็นพลังใจเล็ก ๆ ที่เติมความสุข ความหวัง ให้กับคนไทยในสภาวะที่ยากลำบากในขณะนี้ได้มี แรงกาย” ลุกขึ้นมาต่อสู้กับปัญหาที่เผชิญอยู่ ในขณะเดียวกัน ก็เป็นการส่งต่อ “แรงใจ” เพื่อให้พวกเขารับรู้ว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้งไว้เพียงลำพัง แต่ยังมีคนที่พร้อมยื่นมือเข้าไปช่วยประคองอยู่เสมอ และ “ท็อปส์” จะทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่ร่วมขับเคลื่อนความช่วยเหลือ และตอบแทนสังคม เพราะเราเชื่อมั่นว่าพลังเล็ก ๆ จากทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกัน จะกลายเป็นพลังยิ่งใหญ่ที่จะนำพาประเทศไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปโดยโดยเร็ว