ยกระดับมาตรการทางน้ำ Phuket sandbox ต่อเนื่อง

กรมเจ้าท่า ยกระดับมาตรการทางน้ำ Phuket sandbox ต่อเนื่อง เพิ่มมาตรการคุมเข้มเข้า-ออกท่าเรือ ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19

จากการที่รัฐบาลประกาศเดินหน้า โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ภายใต้การยกระดับมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ควบคุมการเดินทาง และเคลื่อนย้ายแรงงานในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต รวมทั้งการแก้ไขเพิ่มเติมการปิดสถานที่หรืองดกิจกรรมที่มีความเสี่ยง เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 3-16 สิงหาคม 2564 เพื่อให้การควบคุมโรคมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ สร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว อีกทั้ง รัฐบาลยังเตรียมเปิดการเที่ยวข้ามเกาะ หรือ Island Hopping โดยอยู่ภูเก็ต 7 วัน และข้ามไปเกาะไหง ไร่เลย์ เกาะพีพีของ จ.กระบี่ และเขาหลัก เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ จ.พังงา

นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า ได้รับทราบและสั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต เตรียมความพร้อมและเพิ่มมาตรการป้องกันการเข้าออกเดินทางทางน้ำเข้มข้นขึ้น สอดคล้องกับคำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 4202/2564 เรื่อง ยกระดับมาตรการตรวจคัดกรองการเดินทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ตามมาตรการป้องกัน และควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีผลเริ่มตั้งแต่วันที่ 3 – 16 สิงหาคม 2564 ระบุ ห้ามบุคคลและผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกประเภทเข้าจังหวัดภูเก็ต ทั้งทางบก (ด่านตรวจท่าฉัตรไชย) ทางน้ำ (ท่าเรือ) ทุกท่า ในจังหวัดภูเก็ต และช่องทางภายในประเทศ (ท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ต) เว้นแต่ เป็นบุคคลหรือผู้ขับขี่ยานพาหนะ ตามที่ประกาศไว้ ซึ่งส่งผลต่อนักท่องเที่ยวกลุ่ม SANDBOX ที่เดินทางออกจากจังหวัดภูเก็ตไปท่องเที่ยวยังต่างจังหวัด จะไม่สามารถกลับเข้ามายังจังหวัดภูเก็ตได้ เนื่องจากไม่อยู่ในประเภทของบุคคลที่รับยกเว้นให้สามารถเข้าจังหวัดภูเก็ตและนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปกับเรือบรรทุกคนโดยสารที่ไปทำกิจกรรมดำน้ำในพื้นที่ต่างจังหวัดหวัด(อยู่กลางทะเลและไม่ได้ขึ้นแผ่นดินตลอดระยะเวลาการท่องเที่ยว) จะไม่สามารถเดินทางกลับเข้าจังหวัดภูเก็ตได้ เนื่องจาก เรือบรรทุกคนโดยสารนั้นไม่อยู่ในประเภทที่ได้รับยกเว้นให้สามารถเข้าจังหวัดภูเก็ต อีกทั้งผู้โดยสารไม่มีผลตรวจ COVID-19 และไม่สามารถหาสถานที่ตรวจได้เนื่องจากอยู่กลางทะเล ประกอบกับ ไม่มีหน่วยงานใดให้บริการตรวจ ณ ท่าเทียบเรือ ทั้งนี้ กรมเจ้าท่าได้นำประเด็นผลกระทบข้างต้น เสนอต่อคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตแล้ว เพื่อให้สอดรับกับนักท่องเที่ยวที่เดินทางทางน้ำ

จากสถิตินักท่องเที่ยว กลุ่ม Phuket Sandbox ที่ผ่านด่านทางน้ำ ณ ด่านตรวจทางน้ำทั้ง 4 ด่าน ประจำวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 รวมทั้งสิ้น 156 คน เดินทางทางเรือ 35 เที่ยว มีรายละเอียด ดังนี้
1) ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง นักท่องเที่ยวกลุ่ม Sandbox 104 คน /เดินทางทางเรือ 20 เที่ยว (เส้นทางเดินเรือ : ภูเก็ต – เกาะราชา – เกาะเฮ)
2) ท่าเทียบเรืออ่าวปอ นักท่องเที่ยวกลุ่ม Sandbox 16 คน /เดินทางทางเรือ 4 เที่ยว (เส้นทางเดินเรือ : ภูเก็ต – เกาะนาคา)
3) ท่าเทียบเรือรัษฎา นักท่องเที่ยวกลุ่ม Sandbox 16 คน /เดินทางทางเรือ 4 เที่ยว (เส้นทางเดินเรือ : ภูเก็ต – เกาะเฮ)
4) ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง มารีน่า นักท่องเที่ยวกลุ่ม Sandbox 24 คน / เดินทางทางเรือ 7 เที่ยว (เส้นทางเดินเรือ : ภูเก็ต – เกาะราชา – เกาะเฮ)

ซึ่งที่ผ่านมากรมเจ้าท่า ได้เข้าร่วมประชุมศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง เพื่อรายงานข้อมูลและผลการปฏิบัติในแต่ละวัน พร้อมทั้งรายงานปัญหาอุปสรรค เสนอแนะแนวทางการปฏิบัติ เพื่อนำแก้ไข และป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น พร้อมทั้งบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น ตรวจตราความปลอดภัยทางน้ำ สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและประชาชนในจังหวัดภูเก็ต สอดรับนโยบายกรมเจ้าท่า “เที่ยว Phuket Sandbox ทางน้ำ ปลอดภัยด้วยความใส่ใจของเจ้าท่า : Phuket sandbox safe travel with Marine Department “ ทั้งนี้ หากประชาชนท่านใดพบเห็นความไม่ปลอดภัยทางน้ำสามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน 1199 ตลอด 24 ชั่วโมง

ยอดโควิด-19 วันนี้ ผู้ติดเชื้อเพิ่ม 17,970 ราย

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม 2564 รวม 17,970 ราย จำแนกเป็น ผู้ติดเชื้อใหม่ 17,795 ราย ผู้ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 175 ราย ผู้ป่วยสะสม 604,421 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) ผู้หายป่วยกลับบ้าน 13,919 ราย ผู้หายป่วยสะสม 391,815 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) ผู้ป่วยกำลังรักษา 208,875 ราย ผู้เสียชีวิต 178 ราย

บางกอกแอร์เวย์ส กลับมาบินตรงจากสมุย สู่ สิงคโปร์ เริ่มวันนี้ (1 ส.ค.)

รายงานข่าว แจ้งว่า สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เริ่มกลับมาให้บริการบินตรงจากสมุย สู่ สิงคโปร์ (ไป-กลับ) เริ่มแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 64

รายละเอียดตารางเที่ยวบินระหว่าง สมุย – สิงคโปร์ มีดังนี้:

-เที่ยวบิน PG961 เดินทางออกจากสนามบินสมุยเวลา 15.05 น. และเดินทางถึงสนามบินนานาชาติสิงคโปร์ เวลา 18.00 น. (ให้บริการเฉพาะวันจันทร์ / พฤหัสบดี / อาทิตย์)

– เที่ยวบิน PG962 เดินทางออกจากสนามบินนานาชาติสิงคโปร์ เวลา 19.30 น. และเดินทางถึงสนามบินสมุย เวลา 20.35 น. (ให้บริการเฉพาะวันจันทร์ / พฤหัสบดี / อาทิตย์)

กรุณาศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับการเดินทางไปยังสิงคโปร์ได้ที่ https://safetravel.ica.gov.sg/arriving/overview

จองตั๋วเครื่องบินเส้นทาง สมุย – สิงคโปร์ (ไป-กลับ) ได้ที่ https://bit.ly/3rHFFCa

พิเศษ! เปลี่ยนเที่ยวบินและวันเดินทางได้โดยไม่มีค่าธรรมเนียมและไม่จำกัดครั้ง* เมื่อสำรองที่นั่งตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2564 และเดินทางตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

รพ. สนามแห่งที่ 2 มหาลัยราชภัฎภูเก็ต รับผู้ป่วยได้ภายใน 3 ส.ค.นี้

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ห้องประชุมขุนเลิศโภคารักษ์ ศูนย์ประชุมอันดามันพรรณราย มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับใช้เป็นโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 ของจังหวัดภูเก็ต สำหรับกลุ่มผู้ป่วยสีเขียวอ่อนรองรับได้ 300 เตียง นายพิเชษฐ์ ปาณะพงศ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้มาดูการตกแต่งสถานที่ซึ่งทางเทศบาลตำบลรัษฏานำโดยนาย นครินทร์ ยอแสงรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎาพร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆได้มีการเร่งดำเนินการปรับปรุงและจัดเตียงให้เป็นระเบียบหลังจากที่ทางจิตอาสาได้มาร่วมประกอบเตียงก่อนหน้านี้ สำหรับเตียงที่ใช้จะเป็นเตียงกระดาษและ เครื่องนอน พัดลมที่ได้จากการบริจาคขององค์กรเอกชนต่าง ๆ เพื่อเตรียมรองรับผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ ที่อาจเพิ่มขึ้น และเกินการรองรับของโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 ซึ่งตั้งอยู่ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต

นายพิเชษฐ์ กล่าวว่า ทางจังหวัดได้มีการเตรียมความพร้อมในการจัดเตรียมโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 แห่งนี้เนื่องจากโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 1 เต็มความจุแล้ว โดยโรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 ทางเทศบาลตำบลรัษฏาได้เป็นผู้ดูแลและปรับปรุงสถานที่ให้เป็นไปตามที่คณะแพทย์ได้กำหนดเบื้องต้น จะมีเตียงจำนวนประมาณ 300 เตียงในการรองรับผู้ป่วย โดยในวันนี้ได้มีการเร่งปูพื้นผ้ายางและกั้นห้องแบ่งแยกระหว่างผู้ชายและผู้หญิงรวมถึงการติดตั้งมุ้งลวดที่ทิ้งขยะและอื่น ๆ ที่มีความจำเป็นซึ่งทางเทศบาลตำบลรัษฎา กำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้เสร็จและสามารถรับผู้ป่วยได้ภายในวันที่ 3 สิงหาคมนี้ซึ่งทางจังหวัดขอขอบคุณประชาชนจิตอาสาทุกท่านที่ได้มาช่วยเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบเตียงตลอดจนถึงส่วนราชการทุกหน่วยที่ได้มาร่วมกันทำงานและขอขอบคุณประชาชนที่นำสิ่งของมาบริจาคให้โรงพยาบาลสนามแห่งนี้ด้วยถือเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันดูแลและรับผิดชอบสังคมร่วมกัน

ไทยเวียตเจ็ทขยายเวลาเก็บวงเงินค่าบัตรโดยสาร

รายงานข่าวจากสายการบินไทยเวียตเจ็ท แจ้งว่า ผู้โดยสารที่กรอกข้อมูลผ่านแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเลือกเก็บมูลค่าบัตรโดยสารเป็นวงเงิน ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 จะได้รับการขยายอายุวงเงินไปถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 (จากอายุการใช้งานเดิม 90 วันนับจากกำหนดวันเดินทางเดิม) โดยอัตโนมัติโดยไม่ต้องกรอกข้อมูลเพิ่มเติม

ผู้โดยสารที่มีกำหนดเดินทางระหว่าง 1 ก.ค. – 31 ส.ค. 64 ตามมาตรการช่วยเหลือของสายการบินเนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด 19 สามารถเลือกรับทางเลือก ดังนี้

  • เปลี่ยนวันเดินทางได้ 1 ครั้ง โดยไม่มีค่าธรรมเนียมและค่าส่วนต่างราคาบัตรโดยสาร กำหนดวันเดินทางใหม่ภายใน 31 ธ.ค. 64 (ยกเว้นวันที่มีการเดินทางสูง)
  • เก็บวงเงินค่าโดยสารไว้สำหรับใช้ในครั้งต่อไป ได้จนถึง 31 ธ.ค. 64
  • ผู้โดยสารสามารถกรอกแบบฟอร์มเลือกรับมาตรการดังกล่าวได้ที่ https://1th.me/zRE1K โดยต้องดำเนินการอย่างน้อย 72 ชั่วโมงก่อนกำหนดการเดินทาง

ผู้ว่าฯ ลำพูน ย้ำ นำแรงงานต่างด้าวเข้าจังหวัด ต้องแจ้งล่วงหน้า 7 วัน

จังหวัดลำพูน พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่เพิ่ม 16 ราย รับมาจากต่างจังหวัด 6 ราย ส่วนใหญ่พบว่าติดเชื้อจากคนใกล้ชิด ซึ่งจังหวัดลำพูน ขอความร่วมมือประชาชน ปฏิบัติตามคำสั่งของจังหวัดอย่างเคร่งครัด งดการรวมกลุ่มสังสรรค์ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด เน้นย้ำการนำแรงงานต่างด้าว เข้ามายังพื้นที่ นายจ้างต้องแจ้ง สำนักงานจัดหางานจังหวัดล่วงหน้า 7 วัน และต้องมีใบรับรองผลการตรวจเชื้อโควิดที่ยืนยันผลตรวจ ไม่เกิน 72 ชั่วโมง หากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามคำสั่งคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ ซึ่งจะมีโทษตามกฎมาย ที่ศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดลำพูน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( โควิด-19 ) จังหวัดลำพูน นำโดย นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นายแพทย์สันติ วงฝั้น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำพูน พร้อมด้วย นายแพทย์สาริกข์ พรหมารัตน์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลลำพูน ร่วมแถลงสถานการณ์ การแพร่ระบาดเชื้อ COVID – 19 ในพื้นที่ จ.ลำพูน โดยในวันนี้ ( 1 สิงหาคม 2564 ) พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ เพิ่ม 16 ราย และรับผู้ป่วยกลับมารักษาจากต่างจังหวัดอีก 6 ราย ( ตามนโยบายรับคนลำพูนกลับบ้าน ) เป็นผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 3 ราย โดยสถิติตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน – 1 สิงหาคม 2564 มีผู้ป่วยยืนยันสะสมทั้งสิ้น 611 ราย ยอดเสียชีวิตสะสมยังคงอยู่ที่ 6 ราย อยู่ระหว่างการรักษาตัวทั้งหมด 200 รักษาหายแล้ว 405 ราย

ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า เน้นย้ำมาตรการ การนำแรงงานต่างด้าว เข้ามายังพื้นที่จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยง ที่ต้องระมัดระวังในการแพร่เชื้อเข้ามาในพื้นที่ โดยแรงงานต่างด้าว ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม นายจ้างต้องแจ้ง สำนักงานจัดหางานจังหวัดลำพูน ล่วงหน้า 7 วัน ก่อนนำแรงงานต่างด้าวเข้ามายังพื้นที่ และแรงงานทุกคนต้องมีใบรับรองผลการตรวจหาเชื้อโควิดโดยการเก็บตัวอย่างในลำคอ และโพรงจมูก ( RT PCR ) ไม่เกิน 72 ชั่วโมง เมื่อเข้าสู่พื้นที่แล้วจะต้องกักตัว ( Home quarantine ) ทันที เป็นเวลา 14 วัน ทุกกรณี หากพบว่ามีการฝ่าฝืน จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลแม่ทา กล่าวว่า จากการสอบสวนโรคและห้วงเวลาการเดินทางของผู้ป่วยแต่ละราย พบว่า เป็นการติดเชื้อในครอบครัว ผ่านการรับประทานอาหาร ทำกิจกรรมอื่น ๆ ร่วมกันในที่พัก และสถานที่ทำงาน หรือใช้ภาชนะใส่อาหาร แก้วน้ำแก้วเดียวกัน ซึ่งไม่ถูกสุขลักษณะ จึงขอความร่วมมือประชาชนให้เว้นระยะห่างในการรับประทานอาหาร ส่วนครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ถือเป็นกลุ่มเสี่ยง คนในครอบครัวจะต้องให้ความสำคัญ และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ด้าน นายแพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลลำพูน กล่าวว่า จังหวัดลำพูน ได้เตรียมการรองรับผู้ป่วยที่อาจมีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยได้เตรียมจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม แห่งที่ 2 ที่โรงพยาบาลป่าซาง สามารถรองรับผู้ป่วยได้ 100 เตียง ซึ่งหากโรงพยาบาลสนาม ตำบลเวียงยอง อำเภอเมืองลำพูน มีผู้ป่วยเต็มจำนวน โรงพยาบาลสนามแห่งที่ 2 สามารถเปิดใช้งานได้ทันที ในส่วนของ นโยบายรับคนลำพูนกลับบ้าน ชาวลำพูนที่ประสงค์จะกลับเข้ามาในพื้นที่ สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 062-0437444 หรือ 062-0197187 เวลา 08.30-16.30 น. ในวันและเวลาราชการ หากเป็นเวลานอกเหนือจากเวลาทำการ สามารถลงทะเบียนข้อมูลได้ที่ เว็บไซด์ http://safelamphun.mth.go.th/ และผู้ที่ต้องการลงทะเบียนฉีดวัคซีนสามารถกรอกข้อมูลได้ทางเว็บไซด์ http://click-poom-lamphun.mth.go.th:5100/

ลำปาง เปิด รพ.สนาม เพิ่ม 2 แห่ง รวมกว่า 300 เตียง

วันนี้ (1 สิงหาคม 2564) เวลา 13.00 น. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยนายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำปาง และนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ โสภณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลำปาง ได้แจ้งสถานการณ์โรคโควิด – 19 จังหวัดลำปางว่า วันนี้จังหวัดลำปางพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ จำนวน 53 ราย จำแนกเป็น ผู้ติดเชื้อที่ติดต่อเข้ารับการรักษาจากโครงการรับคนลำปางกลับบ้าน จำนวน 36 ราย ผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์ Big C ลำปาง จำนวน 1 ราย ผู้ติดเชื้อที่ตรวจพบในจังหวัด จำนวน 16 ราย รักษาหายเพิ่มอีก 50 ราย เสียชีวิต 1 ราย ตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2564 ถึงปัจจุบัน จังหวัดลำปางมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมรวม 1006 ราย รักษาหายแล้ว 568 ราย กำลังรักษา 436 ราย เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งทุกรายเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐทุกสังกัด โรงพยาบาลสนาม องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง และโรงพยาบาลสนาม ภายในโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์จิตต์อารีฯ

​จากสถานการณ์ดังกล่าว จังหวัดลำปางมีจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่ครองเตียงโควิดที่ได้จัดเตรียมไว้แล้วถึง 93 % คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดจึงได้เตรียมสถานที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ซึ่งโรงพยาบาลสนามมีความสำคัญ ดังนี้
1. หากพื้นที่ใดมีผู้ป่วยโควิด-19 เป็นจำนวนมาก มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีโรงพยาบาลสนาม เพื่อให้มีจำนวนเตียงเพียงพอที่จะรองรับผู้ป่วยและสามารถดูแลผู้ป่วยได้อย่างใกล้ชิด รวมทั้ง เพื่อให้โรงพยาบาลมีเตียงรองรับผู้ป่วยประเภทอื่น และหลีกเลี่ยงการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ร่วมกับผู้ป่วยประเภทอื่น นอกจากนี้ยังเป็นการลดอัตราเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อเพิ่มขึ้น หรือควบคุมไม่ให้เชื้อแพร่กระจายออกนอกพื้นที่

2. การจัดพื้นที่ที่มีระบบและมาตรการในการควบคุม เพื่อดูแลผู้ป่วยโควิด-19 จะทำให้ดูแลผู้ป่วยได้ง่ายขึ้น เกิดความปลอดภัย และลดการแพร่กระจายเชื้อสู่ชุมชน

3. การมีโรงพยาบาลสนาม จะเป็นประโยชน์ต่อตัวผู้ป่วยโควิด-19 โดยตรง เพราะโรงพยาบาลสนามไม่ได้รับดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการหนัก แต่จะดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการไม่มาก และคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน จะมีกระบวนการส่งต่อที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นกระบวนการที่ปลอดภัยไม่แพร่กระจายเชื้อ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษา ดูแลจากโรงพยาบาลที่มีศักยภาพโดยเร็วที่สุด
​จึงมีความจำเป็นที่ต้องเปิดใช้งานโรงพยาบาลสนาม 2 แห่ง คือ อาคารหอประชุมโรงอาหาร มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลําปาง จำนวน 200 เตียง และ อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง จำนวน 150-200 เตียง

ซึ่งโรงพยาบาลสนาม อาคารหอประชุมโรงอาหารมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลําปาง จะรับผู้ป่วยเพศชาย และ โรงพยาบาลสนาม อาคารหอประชุมจังหวัดลำปาง จะรับผู้ป่วยเพศหญิง โดยจะเริ่มย้ายผู้ป่วยโควิด-19 ตามเกณฑ์ คือ รักษาในโรงพยาบาลมาแล้วอย่างน้อย 3 วันขึ้นไป และอายุระหว่าง 10-60 ปี ไม่มีอาการหอบ ไม่ต้องใช้ออกซิเจน ไม่มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ มีน้ำหนักน้อยกว่า 90 กิโลกรัม ปริมาณออกซิเจนในเลือดมากกว่า 96% ช่วยเหลือตัวเองได้ ทำกิจวัตรได้ และหากผู้ป่วยขณะที่รักษาในโรงพยาบาลสนาม มีปริมาณออกซิเจนในเลือดน้อยกว่า 96% หรือ มีไข้สูงมากกว่า 39 องศาเซลเซียส หรือความดันโลหิตต่ำ (น้อยกว่า 90/60 mmHg) จะถูกส่งต่อไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลลำปางทันที

ในวันนี้ ได้เตรียมส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลสนาม มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตลําปาง จำนวน 50 ราย ส่วนโรงพยาบาลสนาม หอประชุมศาลากลางจังหวัดลำปาง จะเริ่มรับผู้ป่วยในวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ขณะนี้ โรงพยาบาลสนามทั้ง 2 แห่ง มีอุปกรณ์ และเครื่องใช้ เพียงพอ และขอขอบคุณ ผู้บริจาคพัดลม และเครื่องใช้ต่างๆ หากมีความจำเป็น จังหวัดลำปาง จะแจ้งให้ทราบ

​โรคโควิด-19 ไม่ได้ติดต่อกันง่ายๆ เราป้องกันได้ด้วยการสวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง ล้างมือบ่อยๆ ดังนั้นแม้ว่าจะมีโรงพยาบาลสนามในชุมชน ก็ไม่สามารถทำให้คนในบริเวณใกล้เคียงเกิดการติดเชื้อ เพราะโรงพยาบาลสนามตั้งห่างจากชุมชน 200-500 เมตร และการติดเชื้อโควิด-19 นั้นเป็นการติดผ่านละอองเสมหะ น้ำลาย ไม่ได้ติดต่อทางอากาศ

ขอให้มั่นใจว่า จังหวัดลำปางสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ขอความร่วมมือชาวลำปางทุกท่านปฏิบัติตามมาตรการที่จังหวัดกำหนด รวมทั้งปฏิบัติตนตามมาตรการความปลอดภัย (DMHT) อย่างเคร่งครัด หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ สายด่วนศูนย์โควิด-19 จ.ลำปาง โทร.093-1408023 ได้ทุกวันระหว่างเวลา 08.30 -16.30 น.

เริ่มแล้ว!! บขส. ส่งผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มสีเขียว รักษาตัวต่อ

ดร.สัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดเผยว่า
วันนี้ (30 ก.ค.64) เป็นวันแรกที่บขส. ได้นำรถโดยสารมาให้บริการประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มสีเขียว (ผู้ป่วยไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่มาก เช่น มีไข้ ไอ น้ำมูก ตาแดง ผื่นขึ้น ไม่มีโรคร่วม) ตามนโยบายของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มีข้อสั่งการให้หน่วยงานในสังกัด ร่วมสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ในการส่งต่อการดูแลผู้ป่วยติดเชื้อ หรือผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด ให้ได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว โดยเส้นทางแรกที่ให้บริการ คือ รับผู้ป่วยติดเชื้อ จากโรงพยาบาลศิริราช ไปรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลบุษราคัมส่วนเส้นทางอื่น ๆ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จะเป็นผู้ประสานงานและแจ้งให้ บขส.นำรถโดยสารไปรับผู้ป่วยติดเชื้อ ก่อนส่งไปรักษาตัวต่อในภูมิลำเนาต่อไป

กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวด้วยว่า บขส. ได้จัดรถโดยสารไว้สำหรับปฏิบัติภารกิจดังกล่าว และได้เตรียมความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถตามมาตรฐานของสาธารณสุข เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ อาทิ ปรับปรุงรถโดยสารโดยกั้นห้องโดยสารระหว่างพนักงานขับรถ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและห้องโดยสาร ปรับระบบปรับอากาศบนรถ นำพลาสติกมาหุ้มบริเวณเบาะ ไม่อนุญาตให้ผู้โดยสารลงจากรถระหว่างการเดินทาง รวมทั้งให้พนักงาน เข้าอบรมกับ เจ้าหน้าที่ สพฉ.ด้วย อย่างไรก็ดี บขส. พร้อมดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ซึ่งร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข ในการเป็นหน่วยงานสนับสนุน ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิดอย่างเต็มที่ เพื่อส่งผู้ป่วยโควิดจากกรุงเทพฯ กลับสู่ภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัย

จับหนุ่มนักพนัน บุกชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ

พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 พร้อมตำรวจโรงพักคลองตันร่วมกันจับกุม นายซูกิปรี อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อ สาขาพัฒนาการ 38 และบริเวณสามแยกหมู่บ้านแหลมทอง พร้อมของกลาง อาวุธมีดพับ เสื้อผ้าที่สวมใส่วันก่อเหตุ จักรยานยนต์และของกลางอื่นๆ

สืบเนื่องจากมีคนร้ายบุกเข้าไปก่อชิงทรัพย์ร้านเซเว่นทั้งสองแห่ง ได้ทรัพย์สินไปจำนวนหนึ่ง โดยกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ได้ ภายหลังตำรวจพบจักรยานยนต์ที่ใช้หลบหนีจอดอยู่กลางซอย อ่อนนุช 46 แยก 1 เจ้าหน้าที่จึงเรียกมาสอบถามและพบว่า นายซูกิปรี รับเป็นเจ้าของจึงคุมตัวไป

สอบสวน เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อจริง เนื่องจากต้องการทรัพย์สินไปใช้หนี้การพนันออกนไลน์ ปกติมีอาชีพรับจ้างแต่ตอนโควิด-19 ระบาดทำให้ขาดรายได้ จึงหันไปเล่นการพนันแต่ปรากฏว่าเสียจนหมดตัว ค้างจ่ายค่าที่พักหลายเดือน และยังโดนตามทวงหนี้สุดท้ายจึงตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว

ทางตำรวจได้แจ้งข้อหาชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีหรือใช้อาวุธมีด โดยมอมหน้าหรือทําด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้เห็นหรือจําหน้าได้ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทําความผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายจ้าง ลูกจ้าง ม.33 ฉะเชิงเทรา-ชลบุรี-อยุธยา ได้เงินเยียวยา 9 ส.ค.นี้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการตามมาตรการบรรเทาผลกระทบโควิด-19 ที่อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2564 เห็นชอบขยายพื้นที่เยียวยาผู้ประกอบการและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการโควิด-19 จาก 10 จังหวัด เป็น 13 จังหวัด เพิ่ม จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา ใน 9 ประเภทกิจการ ได้แก่ กิจการก่อสร้าง กิจการที่พักแรมบริการด้านอาหาร กิจกรรมศิลปะ ความบันเทิงและนันทนาการ กิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ สาขาการขนส่งและสถานที่เก็บสินค้า สาขาขายส่งและการขายปลีก การซ่อมยานยนต์ สาขากิจกรรมการบริหารและบริการสนับสนุน สาขากิจกรรมวิชาชีพ วิทยาศาสตร์และกิจกรรมทางวิชาการ และสาขาข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร โดยให้มีอัตราการจ่ายและวิธีการจ่ายเงินเช่นเดิมนั้นว่า ท่านนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงได้สั่งการให้ผมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเร่งรัดให้สำนักงานประกันสังคมเร่งจ่ายเงินเยียวยาให้กับผู้ประกันตนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้างและลูกจ้าง

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับการจ่ายเงินเยียวยานายจ้าง ลูกจ้าง มาตรา33 ในพื้นที่ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และพระนครศรีอยุธยา มีผู้ประกันตนได้รับสิทธิจำนวน 272,746 คน นายจ้าง 19,213 ราย ใช้วงเงินทั้งสิ้น 1,522 ล้านบาท แยกเป็น นายจ้าง 841 ล้านบาท และลูกจ้าง 681 ล้านบาท โดยจะโอนเงินในวันที่ 9 สิงหาคมนี้ ให้ลูกจ้างผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น ส่วนนายจ้างบุคคลธรรมดา จะโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเช่นกัน และนายจ้างสถานะนิติบุคคล จะโอนเข้าบัญชีธนาคารตามชื่อนิติบุคคลนายจ้าง ทั้งนี้ ผู้ประกันตนมาตรา 33 สามารถตรวจสอบสิทธิโครงการเยียวยาได้ที่ https://www.sso.go.th หรือโทรศัพท์ สายด่วนประกันสังคม 1506 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง