สศท. ดีเดย์ เรียลลิตี้ SACICT WAR CRAFT สงครามทำมือ ตอนแรก 7 ส.ค. นี้

สศทหรือ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือชื่อเดิมคือ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) (ศ.ศ.ป) ประเดิมจัดเรียลลิตี้โชว์ประชันฝีมืองานคราฟต์ SACICT WAR CRAFT สงครามทำมือ” ดึงดารา – เซเลบ วงการบันเทิงอย่าง แพนเค้ก – ตูมตาม – บุ๊กโกะ – จิ๊บ – นิว ร่วมปะทะกับ เมนเทอร์ฝีปากกล้า นำทัพโดย หมู พลพัฒน์นุ้ย สุจิรา และกรกต อารมย์ดี เตรียมรับชมสงครามแห่งไอเดียงานคราฟต์ เริ่มตอนแรก สิงหาคมนี้ ทางช่องอมรินทร์ทีวี 34

สศทจัดเวทีประลองไอเดียของคนรุ่นใหม่ในการออกแบบผลิตภัณฑ์จักสานร่วมสมัย ในรูปแบบเรียลิตี้โชว์ที่เฟ้นหาสุดยอดทีมออกแบบผลิตภัณฑ์จักสานรุ่นใหม่ เพื่อชิงรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และยังมีโอกาสได้ร่วมต่อยอดทางธุรกิจกับสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชนในกิจกรรมต่างๆ ที่ทางหน่วยงานจัดขึ้น

ในการแข่งขันครั้งนี้ จะมีดาราและเซเลบริตี้แนวหน้าของวงการบันเทิงทั้ง ท่าน จะคอยมาเป็นพี่เลี้ยงดูแลและให้คำแนะนำแก่ผู้เข้าแข่งขันทุกทีม นำโดย แพนเค้ก เขมนิจ นางเอกที่ผ่านมาแล้วทุกบทบาท พ่วงด้วยดีกรีสุดยอดนางแบบโลกปี 2004, ตูมตาม ยุทธนา พระเอกเสียงดีมาดเข้มบุ๊กโกะ ธนัชพันธ์ เจ้าหญิงแห่งวงการวิทยุจิ๊บ ปกฉัตร นางเอกสายแซ่บ และนิว ชัยพล พระเอกหนุ่มเจ้าบทบาท พร้อมที่จะมาถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้เข้าแข่งขันอย่างสุดความสามารถ พร้อมประชันฝีปากกับเมนเทอร์ทั้ง ท่าน อย่าง หมู Asava – พลพัฒน์ อัศวะประภา ดีไซเนอร์แนวหน้าของเมืองไทยนุ้ย – สุจิรา อรุณพิพัฒน์ ที่เรียนด้านการออกแบบเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมาแล้วทุกประเภท รวมถึงมีประสบการณ์ในวงการบันเทิงมากกว่า 20 ปี และกรกต อารมย์ดี เจ้าของแบรนด์ KORAKOT ที่สร้างสรรค์งานหัตถกรรมไม้ไผ่จนโด่งดังไปทั่วโลก

SACICT WAR CRAFT สงครามทำมือ จะเป็นอีกหนึ่งรายการที่จะมาเปิดโลกทางความคิดสร้างสรรค์ให้กับผู้ที่สนใจด้านงานศิลปหัตถกรรมไทย ซึ่งเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่ารายการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา นักออกแบบ และผู้ที่กำลังมองหาธุรกิจใหม่ในการสร้างอาชีพ ตลอดจนสามารถสร้างความนิยมให้กับงานศิลปหัตถกรรมไทยเพิ่มมากขึ้

พลาดไม่ได้…“SACICT WAR CRAFT สงครามทำมือ” เริ่มตอนแรก สิงหาคมนี้ ทุกวันเสาร์ เวลา 16.30 – 17.00 ทางช่องอมรินทร์ทีวี 34 หรือติดตามและรับชมย้อนหลังได้ทาง www.sacict.or.th หรือ Facebook: www.facebook.com/sacict และ YouTube: JSLGlobalMedia

Lazada 8.8 Super Saving Day

เตรียมเงินในกระเป๋าไว้ให้พร้อม เพราะ สิงหาคมนี้ ลาซาด้าพร้อมเสิร์ฟสินค้าแบบจุใจกับแคมเปญ Lazada 8.8 Super Saving Day คุ้มหลายต่อ ลดแล้ว ลดได้อีก รวมสินค้าหลากหลายทุกประเภทลดสูงสุดกว่า 80% นำทัพโดยแบรนด์ดัง อาทิ Index Living Mall, Lancôme, MamyPoko,OPPO และ Sabina พิเศษแจกลาซาด้าโบนัสมากมาย พร้อมคูปองส่งฟรีทั่วไทย และความคุ้มสุดพิเศษมากถึง ต่อ มาให้กดช้อปกันตลอด 24 ชั่วโมงเต็ม เรียกได้ว่ายิ่งช้อปยิ่งคุ้ม

โอกาสทองนี้มีเพียงวันที่ เดือน เท่านั้น เพราะนอกจากดีลแจกส่วนลดแบบจุกๆ แล้ว ลาซาด้ายังร่วมกับแบรนด์สินค้าชั้นนำจาก LazMall ที่การันตีแบรนด์แท้ราคาดี ส่งฟรีถึงบ้านคุณ พร้อมรับประกันคืนสินค้าภายใน 15 วัน มามอบดีลและโปรโมชั่นสุดพิเศษ ลดแร๊งแรง! พร้อมของสมนาคุณมากมาย กับ Crazy Brand Mega Offer เฉพาะ ชั่วโมงแรก ตั้งแต่เที่ยงคืน – ตี เท่านั้น ยังไม่พอ นักช้อปยังสามารถรับความคุ้มได้ถึง 6 ต่อ นั่นก็คือ

  • ดีลลดสูงสุด 80%
  • Lazada Bonus ลด 30.- เมื่อซื้อครบทุกๆ 400 บาท และลด 100.- เมื่อซื้อครบทุกๆ 1,500 บาท
  • คูปองส่วนลดจากลาซาด้าสูงสุด 500 บาท
  • คูปองส่งฟรีทั่วไทย พร้อมส่วนลดสูงสุด 40 บาท
  • คูปองส่วนลดจากร้านค้าสูงสุด 20%
  • โค้ดส่วนลดจากพาร์ทเนอร์สูงสุด 250 บาท

อย่ารอช้าลาซาด้า ขนดีลสุดพิเศษมาให้ขนาดนี้แล้ว รีบไปเก็บ Lazada Bonus แล้วกดเลือกสินค้าที่ต้องการใส่ในรถเข็นได้ตั้งแต่วันนี้ แล้วตั้งเตือนไว้ให้พร้อม กับ Lazada 8.8 Super Saving Day คุ้มหลายต่อ ลดแล้ว ลดได้อีก ในวันที่ สิงหาคมนี้ ที่ ลาซาด้า เท่านั้น ห้ามพลาดรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเลย!

LINE ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ ไอคอน REACTION บนห้องแชท

LINE ปล่อยฟีเจอร์ใหม่ “ไอคอน REACTION” บนห้องแชทให้ผู้ใช้โต้ตอบข้อความและรูปภาพในห้องแชท ได้โดยไม่รบกวนบรรยากาศการสนทนา โดยเฉพาะในกรุ๊ปแชทใหญ่ สำหรับผู้ใช้งาน LINE เวอร์ชั่น 11.11.0 ขึ้นไป

ฟีเจอร์ใหม่นี้ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถโต้ตอบข้อความหรือรูปภาพได้ด้วยไอคอน Emoji แสดงอารมณ์ที่มีให้เลือกถึง 6 แบบย้อนหลังได้ถึง 7 วัน เพียงกดค้างที่ข้อความหรือรูปภาพนั้นๆ และเลือกกดได้ตามต้องการ

ผู้ใช้ยังสามารถกดยกเลิกหรือเปลี่ยน Emoji นั้นๆ ได้เช่นกัน โดยการส่ง Emoji โต้ตอบแต่ละครั้งจะไม่มีการแจ้งเตือนเจ้าของข้อความเพื่อไม่เป็นการรบกวน ทำให้สามารถส่ง Emoji เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องการ ขณะเดียวกันก็สามารถกดดูที่ข้อความว่าใครเป็นผู้ส่ง Emoji นั้นๆ ได้ด้วยเช่นกัน ซึ่งการส่ง Emoji นี้ ยังมีประโยชน์สำหรับการสื่อสารในหลากหลายแง่มุม ทั้งการแสดงการรับรู้โต้ตอบข้อความที่อาจจะลืมตอบไปก่อนหน้า หรือ ใช้เป็นลูกเล่นในการโหวตเรื่องต่างๆ เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของลูกเล่นฟีเจอร์ที่ LINE จะปล่อยออกมาเพื่อช่วยให้การสื่อสารของคนไทยง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ

วัตสัน ลดมันส์สนั่นจอ กับ 8.8 SHOPATHON

วัตสัน ผู้นำร้านค้าเพื่อสุขภาพและความงามอันดับหนึ่งของประเทศไทย เปิดเส้นทางการช้อปแบบไม่มีสะดุด หยุดไม่อยู่กับเซอร์ไพรส์ให้ฟินกันไปตลอดทางด้วยโปรโมชั่น 8.8 SHOPATHON โปรฯ สุดปังเอาใจขาช้อปออนไลน์โดยเฉพาะ จัดหนักความคุ้ม ลดสูงสุด 77% กับสินค้าที่ร่วมรายการ พร้อมลดเพิ่มทุกชิ้นไปอีก 12% ผ่านทางเว็บไซต์และแอปพลิเคชั่น และห้ามพลาดเด็ดขาดกับ ‘2 Hours Flash Sale’ ดีลเด็ดสุดเซอไพรส์ ที่จะให้ลูกค้าช้อปได้มันส์สะใจยิ่งกว่า เพราะวัตสันยกขบวนแบรนด์ดัง อาทิ ยูเซอริน, ลา โรช-โพเซย์ ,คิวเรล, เซตาฟิล และอีกหลากหลายแบรนด์มาส่งไม้ต่อความคุ้มค่าให้ลูกค้าช้อปกันแบบรัว ๆ พิเศษยิ่งขึ้นไปอีกสำหรับสมาชิกวัตสัน ได้รับสิทธิ์ช้อปก่อนใครในวันที่ 7 ส.ค.64 นี้  และช้อปต่อได้ยาวจนถึงวันที่ 8 ส.ค. 64  โปรฯ เด็ดสุดปังแบบนี้ลูกค้าวัตสันไม่ควรพลาด เตรียมสแตนบายด์รอรับความคุ้มทะลุหน้าจอกันได้เลย!

พบกับโปรโมชั่น 8.8 SHOPATHON ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึง 8 สิงหาคม 2564 นี้ เฉพาะช่องทางออนไลน์เท่านั้น ผ่านทางเว็บไซต์ www.watsons.co.th หรือแอปพลิเคชัน WatsonsTH ทั้ง Play Store และ App Store สามารถติดตามรายละเอียดรวมถึงโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ที่วัตสันทุกสาขา, Line Official @WatsonsTH, เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน WatsonsTH

True Health แพลตฟอร์มดูแลสุขภาพอัจฉริยะ บริการส่งสุขภาพดีให้ลูกบ้านศุภาลัย

บมจ.ศุภาลัย ผู้เชี่ยวชาญทางด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์ จับมือร่วมกับ ทรู เฮลท์ แพลตฟอร์มสุขภาพดีอัจฉริยะ จากบริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ค่ายใหญ่ด้านการทำ Digital Transformation ร่วมสร้างนวัตกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยให้แก่ลูกบ้านของศุภาลัยได้อุ่นใจ

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้สร้างนวัตกรรมสำหรับที่อยู่อาศัยเพื่อมอบบริการให้ลูกบ้าน ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจยักษ์ใหญ่ บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด กับแพลตฟอร์มดูแลสุขภาพอัจฉริยะ ทรู เฮลท์ บริการให้คำปรึกษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สร้างความสะดวกสบาย และตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์คนเมืองในปัจจุบัน ซึ่งทางศุภาลัยนอกจากให้ความใส่ใจเรื่องที่อยู่อาศัยแล้ว ยังเล็งเห็นความสำคัญเรื่องสุขภาพกาย และสุขภาพใจของลูกบ้านเป็นอย่างมาก ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ระบบสาธารณสุขของบ้านเราอาจไม่เอื้ออำนวยความสะดวกให้ใช้บริการที่โรงพยาบาลได้ จึงจัดแคมเปญ “ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่านแอปฯ True Health สบายกาย สบายใจ เหมือนมีหมอมาเป็นเพื่อนบ้าน” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยตอบโจทย์ในสถานการณ์อันยากลำบากช่วงโควิด -19 ซึ่งเน้นสะดวกสบายใช้งานได้ง่ายๆ ผ่านสมาร์ทโฟนทั่วไป สำหรับคนที่อยากจะพูดคุยตรวจสุขภาพกับคุณหมอโดยไม่ต้องเดินทาง เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อในช่วงนี้ ทางบริษัทฯ ประเดิมโครงการแรกที่ ศุภาลัย ริวา แกรนด์  คอนโดมิเนียมสร้างเสร็จพร้อมโอนฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งบริษัทฯ มุ่งหวังให้การบริการที่เป็นเลิศในทุก Customer Touchpoints และสามารถต่อยอดไปสู่โครงการต่างๆ ของศุภาลัยต่อไป

สำหรับรายละเอียดการร่วมมือระหว่างศุภาลัย กับ ทรู เฮลท์ เพื่อจัดแคมเปญ “ปรึกษาแพทย์ออนไลน์ผ่านแอปฯ True Health สบายกาย สบายใจ เหมือนมีหมอมาเป็นเพื่อนบ้าน” พิเศษสุดสำหรับลูกบ้าน โครงการศุภาลัย ริวา แกรนด์ ปรึกษาแพทย์ผ่านแอปฯ ทรู เฮลท์ ฟรี! (2 สิทธิ์/ห้องชุด) พร้อมบริการส่งยาฟรี! อีกทั้งสามารถใช้งานเครื่อง Body Analyzer ที่สามารถวิเคราะห์ร่างกายได้อย่างแม่นยํา เพื่อการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่องที่ฟิตเนสโครงการดังกล่าว

นอกจากนี้ยังมอบโค้ดส่วนลดพิเศษ 10 % สำหรับลูกบ้านศุภาลัยทั่วประเทศ จากแอปฯ Supalai Sabai เมื่อปรึกษาแพทย์ผ่านแอปฯ ทรู เฮลท์  เพื่อส่งต่อบริการสุขภาพดีให้ครอบครัวศุภาลัย โดยเริ่มแคมเปญพิเศษนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2564 – 31 ก.ค.2565 สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Line ID :  @truehealthofficial (https://lin.ee/l0EXnfq) หรือ โทร.1720

คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ ชวนช้อปคุ้มเป็นคู่ ดีลพิเศษ 8 เดือน 8

คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ เปิดตัวแคมเปญ HER BEAUTY BUDDY เอาใจนักช้อปกับสินค้าในกลุ่มบิวตี้ ช้อปสินค้าเป็นคู่ ลดทันทีสูงสุด 30% วันที่ 1-7 สิงหาคมนี้ และพลาดไม่ได้กับดีลสุดคุ้มราคาพิเศษ เฉพาะวันที่ สิงหาคม วันเดียวเท่านั้นลดสูงสุด 65% ผ่าน www.kingpower.comและคิง เพาเวอร์ แอปพลิเคชั่น พร้อมบริการ Home Delivery จัดส่งฟรีทั่วประเทศ  

ต้อนรับเดือนสิงหาคม คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ เอาใจสายบิวตี้ให้ช้อปกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดีลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยการรวบรวมไอเท็มเด็ดสุดฮิต ยิ่งช้อปเป็นคู่ ยิ่งคุ้ม เมื่อช้อปสินค้าในกลุ่มบิวตี้ที่ร่วมรายการครบ 2 ชิ้นขึ้นไป ลดทันทีสูงสุด 30% ไม่มีขั้นต่ำ เพียงใส่รหัส HBBD และลดเพิ่มอีก 5% เมื่อ ช้อปครบ 1,200 บาท เพียงใส่รหัส SV CODE รหัสส่วนลดจากพนักงาน คิง เพาเวอร์ รวมถึงสิทธิพิเศษอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดพิเศษ 200 บาท สำหรับลูกค้าใหม่ที่สมัครสมาชิกออนไลน์แบ่งชําระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน*รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 1,500 บาท* และรับของสมนาคุณสุดพิเศษจากแบรนด์ดัง (Gift With Purchase)

พิเศษเฉพาะวันที่ สิงหาคมนี้พบกับแคมเปญ 8.8 POWER DEAL ดีลสุดคุ้มราคาพิเศษ มอบส่วนลดสินค้าที่ร่วมรายการลดสูงสุ 65% ไม่มีขั้นต่ำ ไม่ต้องใส่รหัสส่วนลด 

พลาดไม่ได้กับแคมเปญ SUPER DEALS SUPER BRANDS สินค้าส่งบ้านราคาดิวตี้ฟรี ที่ขนสินค้าแบรนด์เนมสายแฟชั่นมาลดราคาสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 2,000 บาท เพียงใส่รหัส SDSBAUG สามารถช้อปสินค้าที่ร่วมรายการในแคมเปญได้ตลอดทั้งเดือน ตั้งแต่วันที่ 1-31 สิงหาคมนี้              

เปิดประสบการณ์ช้อปอย่างปลอดภัย สะดวกง่าย ได้ทุกวันกับสินค้าราคาดิวตี้ฟรี อยู่ที่ไหนก็ช้อปได้ แบบไม่ต้องมีไฟล์ทบินที่ คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ https://www.kingpower.com/content/home-delivery-category พร้อมบริการ Home Delivery จัดส่งฟรีทั่วประเทศ เมื่อช้อปขั้นต่ำ 699 บาท ผ่าน www.kingpower.com และคิง เพาเวอร์ แอปพลิเคชั่น

8.8 คุ้มเกินคาด! ยูนิลีเวอร์ ขนทัพสินค้าจัดโปรช่วยชาวไทย

มาตามนัด กับกระแสช้อปจัดหนักในดับเบิ้ลเดทแคมเปญ ที่หลายคนรอคอย งานนี้ ยูนิลีเวอร์ (Unilever) บริษัทระดับโลกผู้จำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่มุ่งมั่นพัฒนาอย่างยั่งยืน ร่วมกับ ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ไม่ทำให้บรรดาขาช้อปต้องผิดหวัง กลับมาพร้อมกับเจตนารมณ์ที่ต้องการช่วยเหลือชาวไทยประหยัดค่าครองชีพกับสินค้าอุปโภคบริโภค ในสถานการณ์โควิด 19 ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องชาวไทยทุกครัวเรือนแบบนี้ เตรียมขนทัพสินค้าแบรนด์ดัง ราคาสุดปังมาลดปุ๊ป คุ้มปั๊ป กับส่วนลดสูงสุด 50% และโค้ดส่วนลดเพิ่ม 888 บาท ในแคมเปญ Shopee 8.8 Crazy Flash Sale

ในช่วงที่สถานการณ์ของเชื้อโควิด-19 ยังคงดำเนินมากอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายคนต้องหันมาให้ความใส่ใจกับการดูแลสุขอนามัยของที่อยู่อาศัย และอุปกรณ์ภายในบ้านกันอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น การช้อปปิ้งสินค้าทำความสะอาดภายในบ้านผ่านอีคอมเมิร์ซจึงถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดในเวลานี้ ยูนิลีเวอร์จึงไม่พลาด เตรียมเสิร์ฟโปรฯ เด็ดของสินค้าดัง มาร่วมฟาดดีลพิเศษ ในแคมเปญ Shopee 8.8 Crazy Flash Sale ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2564 อาทิ

  • ช้อปถี่ๆ กับ Flash Sale สุดเครซี่ 4 ครั้งต่อวัน: เหล่านักช้อปมือโปร เตรียมตั้งเวลาเตือนไว้ให้พร้อม เพราะงานนี้ยูนิลีเวอร์จัดหนัก เตรียมนำไอเท็มเด็ดขายดี อาทิ คนอร์คัพโจ๊ก , คอมฟอร์ท อัลตร้า ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มสูตรเข้มข้น, และ บรีสแคปซูล มาลดราคาสุดเครซี่กว่า 39% ใน Flash Sale ทั้ง 4 เวลา 02.00, 12.00, 18.00, และ 21.00 น.
  • คุ้มเกินคาด! พลาดไม่ได้กับโปรแรงจ่ายแค่ครึ่งเดียวเตรียมพบกับไอเท็มขจัดคราบสกปรกและคราบแบคทีเรียได้อย่างอยู่หมัดด้วย บรีส เอกเซล ผลิตภัณฑ์ซักผ้า ชนิดน้ำ สูตรเข้มข้น , ซันไลต์ พลัส ผลิตภัณฑ์ล้างจาน สูตรแอนตี้แบค, โปรแม็กซ์ แอคทีฟบูล ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ กับส่วนลดสุดพิเศษสูงสุด 50% และโค้ดส่วนลดเพิ่ม 888 บาท พร้อมคุ้มอีกกับความพิเศษเมื่อชำระเงินผ่าน ShopeePay[1]

ร่วมช้อปดันอย่างจุใจในแคมเปญ Shopee 8.8 Crazy Flash Sale พร้อม ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นดีๆ ที่ออกมาเอาใจนักช้อปอย่างต่อเนื่องที่ร้าน Unilever Household Care บน Shopee Mall ที่ https://shopee.co.th/unilever_householdcare

“ไมค์–ภัทรเดช” นั่งพรีเซนเตอร์คนใหม่ Dragon X

เรื่องคว้าดาราคนดังแถวหน้าของประเทศมารับหน้าที่พรีเซนเตอร์ของผลิตภัณฑ์ภายใต้ JKN นั้น จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) ขึ้นชื่อว่ายืน1 คว้ามาแทบจะหมดทั้งวงการแล้ว ครั้งนี้เปิดตัวอีกหนึ่งพระเอกแถวหน้าของไทย ไมค์ ภัทรเดช สงวนความดี เป็นพรีเซนเตอร์ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรสกัดผสมวิตามินรวม สินค้าใหม่ที่มีชื่อว่า “Dragon X (ดราก้อน เอ็กซ์)” พร้อมได้รับรายงานข่าวมาว่าแค่เปิดตัวไมค์กับการร่วมงานครั้งสำคัญกับทาง JKN ยอดขายก็ถล่มทลาย เพียงชั่วข้ามคืน เรียกได้ว่าได้กระแสตอบรับไมค์ฟีเวอร์แรงดีไม่มีตก

จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ เผยว่า ขอบคุณไมค์ที่มาร่วมด้วยช่วยกัน ตัวไมค์เองเหมาะสมกับการเป็นพรีเซนเตอร์ของ ดราก้อน เอ็กซ์ มากๆ ทั้งไลฟ์สไตล์ ที่เป็นคนชอบออกกำลังกาย ทำกิจกรรม Adventure เดินป่า ชอบเล่นกีฬาที่มันเอ็กซ์ตรีม รวมไปถึงการทำงานเองที่ต้องใช้พลังกายพลังใจ เอเนอร์จี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งไมค์ก็ได้ดื่มเองด้วยในชีวิตจริง ครั้งนี้ทำงานด้วยกันก็สนุกมากค่ะ เขามืออาชีพอยู่แล้ว หายห่วง

ด้านไมค์เอง ก็ได้เสริมต่อว่า ขอบคุณโอกาสดีๆ จากพี่แอน และ JKN ครับ ก่อนที่ผมจะรับงานพรีเซนเตอร์นั้น ผมเป็นคนที่ชัดเจนว่าจะต้องได้ทดลองผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ก่อน ว่ามันส่งผลต่อตัวผมเองอย่างไรบ้าง ดีหรือไม่ ดราก้อน เอ็กซ์ ตอบโจทย์จริงๆครับ ไม่ได้อวย เพราะอยากขายของเลย เอาจริงๆนะ ผมตื่นเช้าไปกองถ่าย เข้าฉากจนดึกดื่น ก็ได้ ดราก้อน เอ็กซ์ นี่แหละ ช่วย รีเฟรช ให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่าพร้อมลุยเต็มที่กับการทำงาน

ไมค์เล่าต่อถึงบรรยากาศเบื้องหลัง การถ่ายทำหนังโฆษณาชุดใหม่ของ ผู้ชายพันธุ์แกร่งอย่างไมค์ เพื่อตอกย้ำแนวคิด “สู้กับทุกอุปสรรคของชีวิต ดื่ม Dragon X” ภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ ประกอบด้วย 2 ฉากหลักด้วยกันคือ หนึ่งฉากย้อนยุค ผมรับบทเป็น “หมอยา” ออกแนวหมอยาจีน การแต่งตัวก็ย้อนยุคแบบราชสำนักของจีนเลยครับ ชอบทุกการถ่ายทำ ตั้งแต่ฉากแรกเลยที่เราเป็นคนปรุงยาในสมัยก่อน มันแสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันว่ากว่าจะเป็น ดราก้อน เอ็กซ์ ได้เนี่ย เราคัดสรรวัตถุดิบชั้นดีอย่างไร และสองคือฉากที่ตัดมาในชีวิตปัจจุบัน ได้เล่นเป็นวิศวกรที่ทำงานจนเหนื่อยและหลับไป โดยในฝันผมบู๊อย่างสุดเด็ดเผ็ดมันเลย อยากให้ทุกคน รอติดตามชมผลงานของผมกันนะครับ ฉากบู๊นี้ผมเล่นกับใคร บู๊ขนาดไหน ห้ามพลาดครับ

สำหรับเครื่องดื่ม Dragon X (ดราก้อน เอ็กซ์) นั้น มีส่วนผสมหลักที่สำคัญได้แก่ ถั่งเช่า โสม กระชายดำ พร้อมวิตามินรวม 13 ชนิด มาด้วยคุณประโยชน์เต็มขวด ในราคาเพียงขวดละ 15 บาทเท่านั้น หาซื้อได้ที่ร้านสะดวกซื้อ เช่น Lotus , Jiffy, Foodland ทุกสาขาทั่วประเทศ

นักลงทุนญี่ปุ่นสนใจพาร์ทเนอร์ไทยผลิตชิ้นส่วนในนิคมฯ ป้อนโรงงานเพิ่ม

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เผยหลังหารือเจโทร นักลงทุนญี่ปุ่นยังสนใจลงทุนในไทย เล็งพาร์ทเนอร์ไทยผลิตชิ้นส่วนในนิคมฯ ป้อนโรงงานเพิ่ม พร้อมเป็นตัวกลางช่วยผู้ประกอบการในนิคมฯ และผู้ผลิตได้สร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้ประชุมร่วมกับนายอัทซึชิ ทาเคทาชิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) โดยเจโทรได้ทำการสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี สำหรับผลการสำรวจในครึ่งปีแรกของปี 2564 มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ นักลงทุนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ระบุว่า ยังมีความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในประเทศไทยมากกว่า 60% นอกจากนี้ จากปัญหาเรื่องการระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการขนส่งระหว่างประเทศที่ทำได้ยากขึ้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าจะใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตไทยมากขึ้น โดยอาจจะลดการนำเข้า เพราะมีความเสี่ยงเรื่องขนส่ง ดังนั้นจึงมองว่าเป็นโอกาสของผู้ผลิตในนิคมฯ เพราะมีความสามารถในการผลิตในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งหากประเด็นดังกล่าวมีความชัดเจนขึ้น ทาง กนอ.จะได้ช่วยให้ผู้ประกอบการได้มีโอกาสหารือกันเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจต่อไป

“จากการที่ กนอ.ได้หารือกับเจโทร พบว่านักลงทุนญี่ปุ่นยังคงมีความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในไทย และถึงแม้ว่าจะมีผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 แต่ยังคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกได้ในช่วงครึ่งปีหลัง  แต่ช่วงที่โควิด-19 กลับมาระบาดอีกรอบก็ต้องยอมรับว่า การขนส่งสินค้าจากซัพพลายเออร์ของเขาทำได้ยาก ดังนั้นเขาก็มองว่า ถ้าได้พาร์ทเนอร์ชาวไทยที่ผลิตพวกวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนโดยเฉพาะในนิคมฯ ก็จะลดปัญหาเรื่องการขนส่งระหว่างประเทศได้มาก เพราะในนิคมฯ ก็มีผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรมที่โดดเด่นต่างกัน เราก็พร้อมให้ความสนับสนุนเต็มที่ อาจจะเป็นในรูปแบบการเจรจาระหว่างผู้ผลิตต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำในแต่ละธุรกิจให้ได้มาหารือกัน ซึ่งถ้ามีโอกาสตรงนั้น กนอ.พร้อมช่วยเป็นผู้ประสาน เพื่อให้เกิดการลงทุนและจ้างงานในนิคมฯ เพิ่มขึ้น”นายวีริศ กล่าว

นอกจากนี้เจโทรยังได้เปิดเผยอีกว่า นักลงทุนญี่ปุ่นให้ความสนใจในนโยบายเศรษฐกิจบีซีจี โดยผู้ตอบแบบสำรวจกว่าครึ่งระบุว่า ยังสนใจสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมการลงทุนในเศรษฐกิจชีวภาพ หรือบีซีจี โดยเฉพาะในประเด็นพลังงานสีเขียว เช่น ไฟฟ้าหรือไอน้ำจากพลังงานทดแทน ประเด็นผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงาน เช่น ชิ้นส่วนประหยัดพลังงานในรถยนต์ เซลล์แสงอาทิตย์และวัสดุที่เกี่ยวข้อง  เซลล์เชื้อเพลิง เครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน เป็นต้น รวมทั้งประเด็น เและการบำบัดหรือกำจัดกากอุตสาหกรรมด้วย

สำหรับภาพรวมการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม นักลงทุนญี่ปุ่นเป็นกลุ่มที่มีการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมมากเป็นอันดับหนึ่ง คิดเป็น 37.36% รองลงมาคือนักลงทุนจากประเทศจีน 8.16% อเมริกา 6.79% สิงคโปร์ 6.78% และไต้หวัน 4.11% ตามลำดับ ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกที่ลงทุนในนิคมอุตสาหกรรม ประกอบด้วย อุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง 10.91% รองลงมาคืออุตสาหกรรมเหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ 9.97% อุตสาหกรรมยาง พลาสติก และหนังเทียม 8.3% อุตสาหกรรมเครื่องยนต์ เครื่องจักรและอะไหล่ 7.65% อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ 6.6%  ตามลำดับ

ส.อ.ท. เปิดผลสำรวจการจัดการปัญหาแรงงานในสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19

วันจันทร์ที่ 2 สิงหาคม 2564 นายวิรัตน์ เอื้อนฤมิต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยผลการสำรวจ FTI Poll ครั้งที่ 8 ในเดือนกรกฎาคม 2564 ภายใต้หัวข้อ “การจัดการปัญหาแรงงานในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19” พบว่า ผู้บริหาร ส.อ.ท. ส่วนใหญ่ มองว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อแรงงานในภาคอุตสาหกรรมทั้งปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในโรงงานอุตสาหกรรม รวมทั้ง ปัญหาขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมที่มีการใช้แรงงานเข้มข้น จนส่งผลทำให้กำลังการผลิตลดลงและกระทบต่อการส่งออกของไทย ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์หลักที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 นี้ จึงเสนอให้ภาครัฐเร่งฉีดวัคซีนให้แก่แรงงาน ม.33 เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดโควิด-19 ในสถานประกอบการ รวมทั้ง รักษาศักยภาพในการผลิตและการส่งออกของประเทศ

จากการสำรวจผู้บริหาร ส.อ.ท. (CEO Survey) จำนวน 166 ท่าน ครอบคลุมผู้บริหารจาก 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 75 สภาอุตสาหกรรมจังหวัด พบว่า อัตราการจ้างงานในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดนั้น ส่วนใหญ่ภาคอุตสาหกรรมยังสามารถคงอัตราการจ้างงานเท่าเดิม คิดเป็นร้อยละ 53.6 มีการจ้างงานลดลง 10 – 20% คิดเป็นร้อยละ 31.3 มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 10 – 20% คิดเป็นร้อยละ 10.3 และมีการจ้างงานลดลงมากว่า 50% คิดเป็นร้อยละ 4.8

ในส่วนของผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนแรงงานที่เกิดขึ้นในขณะนี้ พบว่า โรงงานอุตสาหกรรมบางส่วนได้รับผลกระทบทำให้ต้องลดกำลังการผลิตลง น้อยกว่า 30% คิดเป็นร้อยละ 45.2 โรงงานที่ไม่ได้รับผลกระทบ คิดเป็นร้อยละ 26.5 โรงงานที่กำลังการผลิตลดลง 30 – 50% คิดเป็นร้อยละ 20.5 และโรงงานที่กำลังการผลิตลดลงมากกว่า 50% คิดเป็นร้อยละ 7.8 เมื่อถามถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม พบว่า 3 อันดับแรก ได้แก่ แรงงานบางส่วนต้องเข้าสู่กระบวนการรักษาโรค หรือกักตัว รวมทั้ง การปิดโรงงานชั่วคราวตามข้อกำหนด คิดเป็นร้อยละ 51.8 รองลงมา สถานประกอบการไม่สามารถหาแรงงานสัญชาติไทยได้เพียงพอต่อความต้องการ คิดเป็นร้อยละ 49.4 และมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าออกพื้นที่ของแรงงานข้ามจังหวัด คิดเป็นร้อยละ 41.6

สำหรับมาตรการที่ภาครัฐควรนำมาดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรม พบว่า 3 อันดับแรก ได้แก่ การสนับสนุนเงินอุดหนุนในการจ้างแรงงานไทย และขยายโครงการจ้างงานเด็กจบใหม่ คิดเป็นร้อยละ 50.0 รองลงมา เป็นการส่งเสริมการใช้เครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรมทดแทนการใช้แรงงาน คิดเป็นร้อยละ 48.8 และการอนุญาตให้นำเข้าแรงงานต่างด้าวภายใต้ MOU เฉพาะแรงงานที่ได้รับการฉีดวัคซีน 2 เข็มแล้ว มีการทำประกันสุขภาพ และต้องผ่านการกักตัว 14 วัน เข้ามาทำงาน คิดเป็นร้อยละ 45.8

กรณีที่ภาครัฐจะมีการเปิดให้มีการนำเข้าแรงงานต่างด้าวตาม MOU ควรมีการเตรียมความพร้อมในเรื่องใด พบว่า 3 อันดับแรก ได้แก่ การเตรียมความพร้อมระบบคัดกรอง ติดตาม และประเมินสถานประกอบการที่ใช้แรงงานต่างด้าว คิดเป็นร้อยละ 69.9 รองลงมา การจัดตั้งศูนย์ One Stop Service สำหรับนายจ้างที่ต้องการจ้างแรงงานต่างด้าว คิดเป็นร้อยละ 66.9 และการปรับลดขั้นตอน เอกสารที่ไม่จำเป็น และปรับมาดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็นร้อยละ 65.1

ทั้งนี้ FTI Poll ยังได้เจาะลึกถึงมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดสถานประกอบการอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดโควิด-19 พบว่า 3 อันดับแรก ได้แก่ การเร่งจัดหาวัคซีนและเร่งฉีดให้กับแรงงาน ม.33 คิดเป็นร้อยละ 92.8 รองลงมา การสนับสนุนด้านการรักษาพยาบาลแรงงานที่ติดเชื้อ และสนับสนุนยา อาหาร และเวชภัณฑ์ให้แก่แรงงานที่ติดเชื้อในการรักษาตัวที่บ้าน (Home isolation) คิดเป็นร้อยละ 69.9 และการลดเงินสมทบประกันสังคม เหลือร้อยละ 1 ถึงสิ้นปี 2564 คิดเป็นร้อยละ 66.9

นอกจากนี้ ผู้บริหาร ส.อ.ท. ยังมองว่ามาตรการที่ภาคเอกชนมีความพร้อมและสามารถที่จะดำเนินการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในสถานประกอบการได้ พบว่า 3 อันดับแรก ได้แก่ การมีระบบคัดกรองแรงงานก่อนเข้าโรงงาน และการเฝ้าระวังผู้ปฏิบัติงานที่เป็นกลุ่มเสี่ยงตามมาตรการ Bubble & Seal คิดเป็นร้อยละ 83.1 รองลงมา การจัดหาวัคซีนทางเลือกให้แก่แรงงานในสถานประกอบการ คิดเป็นร้อยละ 68.1 และการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาด (D-M-H-T-T-A) คิดเป็นร้อยละ 65.7