อลิอันซ์ อยุธยา ยืนยันจ่ายเคลม ผู้ติดโควิดและรักษาแบบ Home Isolation

อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ร่วมเดินหน้าจับมือคนไทยสู้โควิด ขานรับประกาศคปภ. ยืนยันจ่ายเคลมลูกค้าผู้ติดเชื้อโควิด 19 และรับการรักษาแบบ (Home Isolation) สำหรับลูกค้าที่มีกรมธรรม์ประกันสุขภาพแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก

นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารงานลูกค้า บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การติดเชื่อโควิด 19 ที่เข้าขั้นวิกฤต มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากแต่ไม่มีสถานพยาบาลเพียงพอ ประชาชนที่ติดเชื้อจำนวนมาก ต้องรับการรักษาแบบ Home Isolation หรือ Community Isolation บริษัทฯ จึงขานรับประกาศของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เรื่องการจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้เอาประกันภัยที่ติดเชื้อไวรัส โควิด 19 ซึ่งมีการดูแลรักษาแบบ Home Isolation หรือการดูแลรักษาแบบ Community Isolation โดยยืนยันที่จะให้ความคุ้มครองผู้ถือกรมธรรม์คุ้มครองชีวิตและสุขภาพของอลิอันซ์ อยุธยา เมื่อติดเชื้อโควิด 19 และรับการรักษาแบบ Home Isolation หรือ Community Isolation โดยความคุ้มครองจะเป็นไปตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง และไม่เกินจำนวนผลประโยชน์สำหรับ ค่าใช้จ่าย ซึ่งเกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ ประกันภัยของลูกค้า

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังคงให้ความคุ้มครองลูกค้าตามปกติ กรณีลูกค้าติดเชื้อและเข้ารับการรักษาเป็นผู้ป่วยใน ซึ่งครอบคลุมการรักษาทั้งในโรงพยาบาล โรงพยาบาลสนาม และหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (hospitel) ทั้งนี้ จนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้จ่ายเคลมตามกรมธรรม์จากสถานกาณณ์โควิด 19 ไปแล้ว กว่า 2,500 เคส ยอดเคลมกว่า 157 ล้านบาท

“อลิอันซ์ อยุธยา ยืนยันที่จะอยู่เคียงข้างลูกค้าคนไทย พร้อมที่จะให้ความคุ้มครองตามคำมั่นสัญญา และเป็นอีกแรงขับเคลื่อนของสังคมไทย ที่จะจับมือทุกฝ่ายก้าวผ่านสถานการณ์ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน” นางสาวพัชรา กล่าวทิ้งท้าย

LINE อาสาส่งพลังใจให้คนไทยทุกคน

LINE ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการใช้เทคโนโลยีเสริมสร้างชีวิตในยุคดิจิทัล ด้วยเป้าหมายสำคัญเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้ใช้และเป็นแพลตฟอร์มเพื่อธุรกิจ อาสาส่งพลังใจ สนับสนุนคนไทยให้สามารถสร้างโอกาสและอนาคตท่ามกลางวิกฤตครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ/แคมเปญ ‘WE LOVE YOU’ กับการรวบรวมหลากหลายบริการ ฟังก์ชั่นใน LINE Ecosystem ช่วยเหลือคนไทยในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจและผู้ประกอบการไทย กลุ่มผู้ใช้งานไลน์ทั่วไป รวมไปถึงภาคส่วนที่กำลังประสบความยากลำบากในสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น กลุ่มโรงพยาบาลและหน่วยงานด้านสาธารณสุข และกลุ่มสถาบันการศึกษา รวมไปถึงกลุ่มอาสาสมัครต่างๆ ให้สามารถปรับตัวสู่โลกดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อดำเนินชีวิต ดำเนินธุรกิจ เดินหน้าช่วยเหลือสังคมไทยต่อไปได้ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาด

 ดร. พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE ประเทศไทย กล่าวว่า “ในช่วงนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบในหลากหลายภาคส่วน ทำให้การดำเนินธุรกิจเกิดการชะงักหรือชะลอตัว รวมถึงการใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยที่ต้องเร่งปรับตัวเพื่อความอยู่รอด ท่ามกลางสถานการณ์ในปัจจุบัน สิ่งสำคัญและจำเป็น นอกจากข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่มีประโยชน์ ถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว หลายธุรกิจ หลายกลุ่มองค์กร ยังมองหาทางรอดเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจหรือกิจกรรมที่ทำเพื่อสังคมต่างๆ ให้ไปต่อได้อย่างไม่สะดุด LINE ในฐานะดิจิทัลแพลตฟอร์มชั้นนำ                           ในประเทศไทย เล็งเห็นถึงโอกาสในการส่งต่อความช่วยเหลือที่ให้มากกว่าแค่กำลังใจ คือ พลังของแพลตฟอร์ม LINE ผ่านโครงการ/แคมเปญ “WE LOVE YOU”  ในครั้งนี้ เพื่อเป็นตัวกลางการสื่อสารและสร้างความเป็นไปได้ในทุกภาคส่วนด้วยการมอบความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน LINE ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด โดยวางแผนสนับสนุน 4 กลุ่มเป้าหมายหลักอย่างเร่งด่วนในเบื้องต้น ผ่านเซอร์วิสและฟีเจอร์ต่างๆ บน LINE Ecosystem ที่พร้อมจะสนับสนุนคนไทยทุกคนให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปพร้อมกัน”

โครงการ/แคมเปญ WE LOVE YOU นี้ LINE ได้จัดกลุ่มอาสาสนับสนุนเบื้องต้นไว้ ดังนี้

  1.  กลุ่มธุรกิจและผู้ประกอบการไทย – เร่งสร้างทักษะ การเรียนรู้ในการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ให้กับกลุ่มธุรกิจผู้ประกอบการไทย เพื่อเป็นโอกาสสู่ทางรอดท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก ด้วยหลากหลายกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งในรูปแบบสื่อต่างๆ ที่พร้อมให้ศึกษาเพื่อเริ่มต้นด้วยตนเอง เปิดช่องทางการค้าขายบนโลกออนไลน์ผ่านแหล่งรวมร้านค้าโซเชียลยอดฮิตอย่าง LINE SHOPPING ให้ร้านค้าสามารถสมัครเข้าร่วมเพื่อทำการขายและได้รับการโปรโมตฟรีเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ผ่านแคมเปญ Hug SMEs รักนะเจ้าร้านเล็ก” (ดูรายละเอียดแคมเปญ: https://lin.ee/eKivgBs ) อีกทั้งยังมอบเครดิตการลงโฆษณาบน LINE ฟรี! สำหรับ SME ที่เปิดบัญชี LINE Ads Platform (ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: https://bit.ly/3rGha8q ) พร้อมเปิดออนไลน์คลินิกให้คำปรึกษา SME ไทยในการทำโฆษณาบนโลกออนไลน์ผ่าน LINE Ads Platform จากผู้เชี่ยวชาญ และกิจกรรมสนับสนุนอื่นๆ อีกมากมาย เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงกำลังใจให้ SME ไทยเริ่มต้นสร้างธุรกิจออนไลน์ได้อย่างมั่นใจ เรียนรู้การใช้แพลตฟอร์ม LINE เพื่อโอกาสบนโลกดิจิทัลได้อย่างมั่นคง
  2.  กลุ่มผู้ใช้งานไลน์  สร้างการรับรู้ให้คนไทยทั่วประเทศเข้าถึงและเข้าใจการใช้งานบริการ ฟีเจอร์ต่างๆ ใน LINE ที่สามารถช่วยเหลือ ตอบสนองกิจกรรมในชีวิตประจำวันของคนไทยให้สะดวก สบาย รวดเร็ว ตอบโจทย์ได้ท่ามกลางสถานการณ์ ล็อกดาวน์  ไม่ว่าจะเป็น LINE Chat ในการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน LINE Meeting ในการประชุมออนไลน์หรือการทำงาน และ LINE OpenChat คอมมิวนิตี้ใหญ่ที่สามารถรองรับคนจำนวนมากๆ เพื่อร่วมพูดคุยในเรื่องเดียวกัน หรือพูดคุยกับคนในองค์กรจำนวนมากๆ ได้ เป็นต้น
  3.  กลุ่มโรงพยาบาลและกลุ่มองค์กรด้านการแพทย์ – วางแผนให้ความรู้ ความเข้าใจในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีบนแพลตฟอร์ม LINE มาช่วยให้ผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์สามารถพูดคุยกันได้แบบเรียลไทม์ ไร้ข้อจำกัดพร้อมเป็นทางเลือกใหม่ในการหาหมอด้วยระบบเทเลเมดีซีน (Telemedicine) ผ่าน LINE เพื่อลดอัตราเสี่ยงรับเชื้อเพิ่มจากการเดินทาง ลดความหนาแน่นของผู้ป่วยในรพ. และลดปัญหาผู้ป่วยอื่นติดเชื้อซ้ำจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในปัจจุบัน
  4.  กลุ่มบุคลากรและองค์กรด้านการศึกษา – วางแผนสร้างการรับรู้ถึงฟังก์ชั่น ฟีเจอร์ต่างๆ บน LINE ที่บุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนต่างๆ สามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นช่องทางทำการเรียนการสอนออนไลน์ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เน้นแนะนำวิธีการใช้อย่างเป็นขั้นตอนให้เข้าใจง่าย เพื่อบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศไทยสามารถเลือกใช้ฟีเจอร์ ฟังก์ชั่นที่เหมาะสม นำไปสู่การเรียนการสอนออนไลน์ที่ครอบคลุมและราบรื่น เปรียบเสมือนห้องเรียนจริงๆ ผ่าน LINE Meeting และ LINE OpenChat เป็นต้น

ทั้งนี้ LINE ยังเตรียมเปิดช่องทาง “อาสาช่วยเหลือ / ศูนย์ช่วยเหลือ (Help Desk Center) ผ่าน OpenChat คอมมิวนิตี้ เพื่อเป็นศูนย์รวมการสอบถาม พูดคุย แลกเปลี่ยน และแนะนำรายละเอียดการนำ LINE ไปใช้ในกิจกรรมด้านต่างๆ ของกลุ่มเป้าหมายข้างต้น รวมไปถึงกลุ่มอาสาสมัครต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนไทยท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตการแพร่ระบาดนี้ โดย LINE หวังว่าศูนย์กลางช่วยเหลือแห่งนี้ จะเป็นช่องทางสำคัญในการแนะนำถึงวิธีการใช้เครื่องมือดิจิทัลบน LINE ให้อย่างครบครัน เป็นแรงขับเคลื่อนให้กลุ่มอาสาสมัครต่างๆ สามารถใช้ LINE ช่วยเหลือสังคมได้อย่างเต็มที่และรวดเร็วด้วยเช่นกัน

นอกเหนือจากโครงการ/แคมเปญ WE LOVE YOU ยังมีโครงการที่ได้จัดทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนไทย อาทิ

  • LINE BK ร่วมมือ KBTG และ DTAC ส่งแคมเปญ “ใจดี มีวงเงินให้ยืม” สู้ศึกเงินนอกระบบ ช่วยคนมีรายได้น้อยเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น
  • LINE MAN กับแคมเปญ #Saveร้านอาหาร ให้ใช้ Self-Delivery และ Pickup ฟรีไม่เก็บ GP รวมถึงโปรโมชั่นต่างๆ ที่ดำเนินควบคู่กัน

“LINE ประเทศไทย พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือคนไทยท่ามกลางสถานการณ์ความยากลำบากที่เกิดขึ้น ผ่านโครงการ/แคมเปญ “WE LOVE YOU” ด้วยการใช้ประโยชน์สูงสุดจากเซอร์วิสและฟีเจอร์บน LINE Ecosystem ตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจและคนไทยได้อย่างตรงจุด พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการทุกระดับและคนไทยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและดียิ่งขึ้นไป” ดร. พิเชษฐ กล่าวสรุป

ส่อง 6 แฟชั่นแบรนด์พรีเมียมระดับโลก

เพราะ สไตล์ ไม่เข้าใครออกใคร แต่ละคนมีสไตล์การแต่งตัวเป็นของตัวเอง ทั้ง เรียบ หรู หวาน ขรึม เปรี้ยว ตามไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกันออกไป และการลุกขึ้นมาแต่งตัว มิกซ์แอนด์แมทช์ ก็เป็นวิธีผ่อนคลายความเครียดได้เป็นอย่างดี แม้ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้เราไม่ได้ออกไปแฮงเอาท์กันได้ตามสะดวก แต่ถ้ามีไอเทมตัวเด็ดเก็บไว้เป็นคอลเลคชั่น อัพลงโซเชียลก็ดีต่อใจ ปั๊วะปังได้สุดเช่นกัน ฉะนั้น ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ชในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ในฐานะจุดหมายปลายทางของสินค้าแฟชั่นสำหรับนักช้อปทุกเพศทุกวัย เล็งเห็นถึงพฤติกรรมนักช้อปสายแฟทั้งหลาย ทั้งสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ดังนั้นจึงมอบประสบการณ์ช้อปออนไลน์เหนือระดับกับ ช้อปปี้ พรีเมียม ราวกับยกห้างสรรพสินค้าที่ครบครันด้วยที่สุดของแบรนด์พรีเมียมทั้งไทยและเทศมารวมไว้บนแพลตฟอร์ม โดยช้อปปี้เดินหน้าแท็กทีม 6 แฟชั่นแบรนด์ดังระดับตำนานบน ช้อปปี้ พรีเมียม นำทัพความปังโดย Polo Ralph Lauren, Calvin Klein, Rado, Moschino, COCCINELLE, VALENTIER พร้อมส่งไอเทมในคอลเลคชั่นสุดเลอค่ามาเอาใจนักช้อปสายแฟทุกสไตล์ ให้สนุกไปกับการมิกซ์แอนด์แมทช์ เสื้อผ้า แอคเซสเซอรี่ ผ่านแคมเปญ  Shopee 8.8 Crazy  Flash Sale ลดเดือด ที่ขนทัพแบรนด์แฟชั่นชั้นนำบน ช้อปปี้ พรีเมียม และร้านค้าชั้นนำที่มาพร้อมดีลสุดหรู โปรสุดปัง ตั้งแต่วันที่ 5 – 8 สิงหาคม 2564

เริ่มต้นกันด้วยแบรนด์ Polo Ralph Lauren แบรนด์ดังระดับโลกในตำนาน รังสรรค์ความพิถีพิถันโดย โปโล ราฟ ลอเรนซ์ ดีไซเนอร์แบรนด์สัญชาติอเมริกันถือกำเนิดในปี 1967 ด้วยเสื้อผ้าของคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย ซึ่งเน้นสไตล์เรียบง่าย แต่คงความคลาสสิคตลอดกาล ไม่ว่าจะออกคอลเลคชั่นไหนมา ก็เป็นที่ถูกใจเหล่าคลาสสิค เลิฟเว่อร์เป็นอย่างมาก และสำหรับไอเทมที่ Polo Ralph Lauren  แนะนำในช่วงเวลานี้ เรียกได้ว่าแฟนๆ ต้องหลงใหลกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวผ้าลินิน เอกลักษณ์ตามสไตล์ Polo Ralph Lauren พิมพ์ stripe สีเทา พร้อมด้วยโลโก้ Pony บริเวณหน้าอกเสริมลุคหล่อ สุขุมไปอีกขั้น

Calvin Klein ของดีไซเนอร์แบรนด์ชาวอเมริกันที่ โด่งดังมาจากการออกแบบเสื้อผ้า ทั้งเสื้อผ้าฃสไตล์สปอร์ต ยีนส์ ชุดสูท รวมทั้งชุดชั้นใน ก่อตั้งในปี 1968 ซึ่งเป็นที่โดดเด่นจากการออกแบบชุดชั้นในที่มีขอบ เป็น Font Logo Calvin Klein รวมทั้งยังปฏิวัติวงการยีนส์ในช่วงยุคการออกแบบยีนส์ ทรงเข้ารูป พร้อมกับสโลแกนที่ว่า “Nothing between me and my Calvin” เห็นแบบนี้แล้วหนุ่มๆ สายแฟสุดเท่ ต้องมียีนส์เดนิมดีๆ อย่าง กางเกงยีนส์ผู้ชาย Calvin Klein Slim Fit ก็เป็น ไอเทมฮิตที่หนุ่มๆ ต้องมีติดตู้ไว้

Rado (ราโด้) เป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาชั้นนำที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก มีชื่อเสียงในด้านการดีไซน์ ด้านนวัตกรรมและการใช้วัสดุเชิงปฏิวัติเพื่อสร้างนาฬิกาที่สวยและทนทานที่สุดในโลก นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1917 ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ พร้อมทั้งเป็นหนึ่งแบรนด์ดังที่ครองใจหนุ่มสาวอย่างแพร่หลาย โดยคอลเลคชั่นนาฬิกาที่หนุ่มๆ ห้ามพลาดเพราะถือเป็นคอลเลคชั่นใหม่ เน้นความหล่อสปอร์ต สุดหรู อย่าง RADO Captain Cook High-Tech Ceramic นาฬิกาข้อมือ รุ่น R32127162 ให้ความรู้สึกที่แตกต่างอย่างมีระดับ เมื่อ DNA ของ RADO อยู่บนข้อมือคุณ โดยรุ่นนี้นำนวัตกรรมไฮเทคเซรามิกมาหล่อเป็นตัวเรือนแบบชิ้นเดียว คุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วนและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ส่วนภายในมาพร้อมกลไกระดับพรีเมี่ยมของแบรนด์ อย่าง คาลิเบอร์ (Calibre) R734 และขดลวดขนาดเล็ก Nivachron™️ Hairspring ถือเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมอันยอดเยี่ยมของ Rado เพราะมีคุณสมบัติช่วยปกป้องนาฬิกาจากสนามแม่เหล็กรอบๆ ตัวในชีวิตประจำวันของเราได้อีกด้วย

สาวแฟชั่นนิสต้า ห้ามพลาดกับ “VALENTIER” แบรนด์เสื้อผ้าสำหรับผู้หญิง ผสมผสานความหวาน ความเซ็กซี่ และความสมาร์ทอย่างลงตัว ที่จะช่วยเติมเต็มคุณให้สวยในทุกๆโอกาส และสำหรับคอลเลคชั่นที่ทาง “VALENTIER” เนรมิตให้คุณสวยหวานยิ่งขึ้น ด้วย Lily Of The Valley Chiffon Blouse เสื้อแขนยาวผ้าชีฟองพิมพ์ลายดอกลิลลี่แห่งหุบเขา แต่งระบายช่วงแขน ดีเทลโบว์ผูกข้อมือ ช่วงไหล่และปลายแขนตัดต่อผ้าลูกไม้ทอบาง ผ้านิ่ม ลื่น ใส่สบาย เหมาะกับหลายโอกาส จะใส่ในวันสบายๆ หรือจะใส่ออกงานก็ได้เช่นกัน เห็นแบบนี้แล้วสาวๆ ไม่ควรพลาดที่จะมีไว้มาประดับตู้เสื้อผ้า มีโอกาสใส่เมื่อไหร่รับรองเสริมลุคสวยดุจเจ้าหญิงอย่างแน่นอน

Moschino (มอสชิโน่) อีกหนึ่งแบรนด์พรีเมียมชั้นนำสัญชาติอิตาเลียน ที่สาวๆ หลายคนหลงใหล ด้วยภาพลักษณ์แบรนด์ที่หรูหราและยังแฝงไปด้วยเอกลักษณ์ความสร้างสรรค์ สนุกสนานและขี้เล่น จึงทำให้แบรนด์โดดเด่นและเป็นที่นิยมจนถึงทุกวันนี้ โดยไอเทมที่นักช้อปสายแฟขาดไม่ได้เลย คือ แว่นกันแดด Moschino Round Frame จากคอลเลคชั่น Teddy Bear ที่ผสมผสานความมีเสน่ห์และความขี้เล่นของแบรนด์ได้อย่างลงตัว ด้วยดีไซน์ของโครงโลหะที่มีน้ำหนักเบา ทำให้สวมใส่สบายและยังทนทาน มาพร้อมกับแมสคอตตุ๊กตาหมี Teddy เสริมเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว

อีกหนึ่งแบรนด์กระเป๋าหนังสุดหรูครองใจสาวๆ อย่าง COCCINELLE (ค็อกชิเนลเล่) แบรนด์เครื่องหนังคุณภาพจากอิตาลี ที่มีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานนวัตกรรมใหม่รวมกับความประณีตดั้งเดิม ตลอดจนการค้นคว้าวัสดุและเทคนิคการผลิตใหม่ๆ อยู่เสมอ อีกทั้งบรรดาเจ้าแม่แฟชั่นแห่งวงการก็ใช้กันอย่างแพร่หลาย ด้วยดีไซน์ และคุณภาพของการใช้งานใช้ได้กับหลากหลายโอกาส เป๊ะ ปัง มากที่สุด วันนี้เราจึงแนะนำกระเป๋าที่ทุกคนต้องมี อย่าง COCCINELLE ALBA 150101  คอลเลคชั่นใหม่ที่มีรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมสายหนังที่มีการตัดเย็บอย่างดี ขนาดกระทัดรัด เหมาะกับการใช้งานในทุกวัน

นักช้อปสายแฟคนไหน อดใจไม่ไหวกับสินค้าแบรนด์ดังระดับพรีเมียมที่ช้อปปี้พามาส่องแล้ว อยู่บ้านคุณก็สามารถเข้าช้อปปี้มาช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์ดังได้ก่อนใคร กดใส่ตระกร้า เตรียมตัวให้พร้อม ออกจากบ้านเมื่อไหร่ เป็นอันว่าเรา สวย หล่อสมบูรณ์แบบราวกับหลุดออกมาจากรันเวย์กันเลยทีเดียว งานนี้นอกจากช้อปปี้พาชมแบรนด์ดังและคอลเลคชั่นสุดปังแล้ว ก็ยังมีดีลสุดคุ้มค่าจากแบรนด์ดังทั้งไทยและเทศ บน ช้อปปี้ พรีเมียม อาทิ Polo Ralph Lauren, Calvin Klein, Rado, Moschino, COCCINELLE, VALENTIER, FURLA, Ray-Ban, TOMMY HILFIGER, Patinya และอีกมากมายที่จะขนกองทัพไอเทมเด็ดมามอบให้นักช้อปสายแฟแบบจัดเต็ม ตั้งแต่วันที่ 5 – 7 สิงหาคม 2564 พบกับส่วนลดสูงสุด 80% พร้อมเก็บโค้ดลดเพิ่มสูงสุด 2,600 และ โค้ดรับเงืนคืน 20% coins เพื่อเตรียมช้อปในวันที่ 8 เดือน 8

เช็ค เอ้าท์ แคมเปญ Shopee 8.8 Crazy Flash Sale ลดเดือด ที่ส่งดีลลดสุดโหดมาให้นักช้อปชาวไทยได้เพลิดเพลินสินค้าครอบคลุมทุกหมวดหมู่ ด้วย โปรโมชั่น Flash Deals ลดสูงสุด 88% โค้ดลดสูงสุด 888 บาท และโปรโมชั่นส่งฟรี ขั้นต่ำ 0 บาท พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษเมื่อชำระเงินผ่าน ShopeePay ตั้งแต่วันนี้ – 8 สิงหาคม 2564 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/m/8-8

แนะนั่งทำงานอย่างไรให้ห่างไกลออฟฟิศซินโดรม

ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด–19 ในปัจจุบันทำให้หลายคนจำเป็นต้องทำงานที่บ้าน (Work from home) แต่ทราบหรือไม่ว่าการนั่งทำงานอยู่ในท่าเดิมนานๆ โดยไม่ขยับหรือเปลี่ยนอิริยาบถ  รวมถึงการนั่งอย่างที่ไม่เหมาะสม อาจเสี่ยงต่อการเกิดอาการปวดหลังจากการนั่งผิดท่าเป็นระยะเวลานาน และอาจลุกลามจนเป็นออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) ได้โดยไม่รู้ตัว แบรนด์ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผมจากสารสกัดธรรมชาติ ‘ธัญ’ (THANN) ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด กภ.บุญญาพร เลิศวัฒนกิตติ มาแนะ “นั่งทำงานอย่างไรให้ห่างไกลออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) พร้อมเทคนิคการนวดผ่อนคลายตัวเองระหว่างการทำงานที่บ้าน” กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ช่วยสร้างความผ่อนคลาย อาทิ ‘ไทม์ ทู รีเฟรช’ (Time to RefreshTM), ‘ก้านไม้หอม’ (Aroma diffuser), ‘บาธ แอนด์ มาสสาจ ออยล์’ (Bath & Massage Oil)  และ ‘บอดี้ บัตเตอร์’ (Body Butter) ร่วมกับเซเลบริตี้สาวสวยมาเผยเคล็ดลับการสร้างความผ่อนคลายระหว่างทำงานอยู่ที่บ้านตามแบบฉบับของตนเอง อาทิ ปณิตา ศรไทยเทวา, ศิตา ชุติภาวรกานต์ และ สิรี วงศ์รักมิตร

กภ.บุญญาพร เลิศวัฒนกิตติ ผู้เชี่ยวชาญด้านกายภาพบำบัด ได้แนะนำการจัดท่านั่งทำงานอย่างไรให้ห่างไกลออฟฟิศซินโดรม พร้อมเทคนิคการนวดผ่อนคลายตัวเองระหว่างการทำงานที่บ้าน ว่า “ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome)  คือ กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (Myofascial Pain Syndrome) รวมถึงอาการปวดจากการอักเสบของเนื้อเยื่อและเอ็น (Tendinitis) และอาการปวดชาจากปลายประสาทที่ถูกกดทับบริเวณหลัง บ่า คอ ศีรษะ แขน และข้อมือ อาการเหล่านี้มักพบได้บ่อยกับกลุ่มคนทำงานออฟฟิศที่นั่งทำงานในท่าเดิมนานเกินไป โดยไม่มีการขยับปรับเปลี่ยนท่าหรืออิริยาบถ ซึ่งอาการในระยะแรกนั้นอาจไม่รุนแรงมากเหมือนเป็นการปวดธรรมดาทั่วไป หากปล่อยไว้นานโดยไม่รักษา อาการอาจรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นโรคปวดเรื้อรังได้

การจัดท่านั่งที่ถูกต้องในการทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจ

  • ศีรษะตั้งตรง ไม่ยื่นคอ เก็บคาง ไม่หนีบโทรศัพท์คุย
  • ตา อยู่ระดับเดียวกับหนาจอ ห่างประมาณ 45-60 ซม.
  • หลัง นั่งหลังตรง พิงพนักเล็กน้อย
  • ต้นขาและสะโพก นั่งบนเบาะให้เต็มก้น และขนานกับพื้น
  • ข้อมือและแขน อยู่ระนาบเดียวกกับแป้นพิมพ์ หากใช้เม้าส์ควรมีที่รองข้อมือ
  • ข้อศอก แนบลำตัว งอศอกทำมุม 90-120 องศา
  • ไหล่ ไม่ยกและปล่อยแขนช่วงบนตามธรรมชาติ
  • หัวเข่า ควรอยู่ระดับเดียวกับสะโพก ให้ปลายเท้าวางล้ำไปข้างหน้าเล็กน้อย
  • เท้า วางแนบพื้น หากความสูงของโต๊ะไม่พอดี ควรใช้กล่องหรือที่รองมาไว้วางเท้า

คนส่วนใหญ่ที่นั่งทำงานทั้งวันมักมีอาการปวดหลังส่วนบนและส่วนล่างตามมา สาเหตุจากท่านั่งที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการนั่งท่าใดท่าหนึ่งนานจนเกินไป ดังนั้นควรแก้ด้วยการเปลี่ยนอิริยาบททุก 1 ชั่วโมงด้วยท่าที่เหมาะสม ได้แก่

  • ผสานมือทั้ง 2 ข้างเหยียดตรงขึ้นไปเหนือศีรษะ ยืดตัวค้างไว้ 10 วินาที ทำติดต่อกัน 5 ครั้ง จะช่วยฝึกยืดตัวระหว่างนั่งทำงาน
  • นำมือทั้ง 2 ข้างท้าวเอวแล้วหมุนสะโพกไปข้างหลัง สลับกันซ้าย-ขวา ทำซ้ำ 20 ครั้ง จะช่วยให้กระดูกสันหลังยืดยุ่นตัวมากขึ้น ช่วยลดอาการปวดหลังได้
  • เก็บคางเข้าหาแนวกลางลำตัวค้างไว้ 5 วินาที ทํา 10 ครั้ง จะช่วยลดภาวะคอยื่นไปข้างหน้า

นอกจากนี้ยังมีวิธีผ่อนคลายส่วนต่างๆ ของร่างกายจากอาการเมื่อยล้า โดยสามารทำได้ดังนี้

  • ยืนตัวตรงชิดกําแพง พยายามให้ศีรษะ ไหล่ และหลัง ชิดติดกําแพงให้มากที่สุด ยกแขนขึ้นทํามุมตั้งฉาก ผ่อนบ่าสบายๆ ให้รู้สึกเกร็งบริเวณสะบักด้านหลังค้างไว้ 10 วินาที  ทําซํ้า 10 ครั้ง  จะช่วยลดการเกร็งของคอ บ่าและไหล่
  • ยืนก้มตัวหันหน้าเข้าหากำแพงในระยะห่างที่พอดี โน้มตัวไปข้างหน้าโดยใช้มือยันกําแพงไว้ และปล่อยตัวลง  ค้างไว้ 10 วินาที ทําซํ้า 5-6 ครั้ง จะช่วยยืดกล้ามเนื้อด้านหน้า และลดภาวะหลังค่อม
  • นั่งไขว้ขาข้างขวาเหมือนท่านั่งไขว่ห้าง แล้วหมุนลําตัวด้านบนไปทางขวาค้างไว้ 10 วินาที  ทํา 5-6 ครั้งแล้วสลับข้าง จะช่วยลดอาการปวดเมื่อยหลังและสะโพก
  • นั่งไขว้ขาข้างขวาเป็นเลข 4 แล้วก้มตัวลงไปด้านหน้าค้างไว้ 10 วินาที  ทํา 5-6 ครั้งแล้วสลับข้าง  จะช่วยลดอาการปวดหลัง, สะโพกและก้น

ภาวะออฟฟิศซินโดรมนั้น นอกจากจะมีสาเหตุหลักมาจากการนั่งทำงานด้วยท่าที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานานแล้ว ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยร่วม คือ “ความเครียด” จากการทำงาน ดังนั้นจึงควรหาเวลาผ่อนคลายทางด้านอารมณ์ระหว่างการทำงานด้วยการใช้กลิ่นหอมบำบัด (Aromatherapy) จากน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ อาทิ ไทม์ ทู รีเฟรช และ ก้านไม้หอม นอกจากนี้การทำสปาด้วยตัวเองที่บ้านด้วยการแช่ตัวในน้ำอุ่นที่ผสมบาธ แอนด์ มาสสาจ ออยล์ หรือการนวดตัวด้วยบอดี้ บัตเตอร์ ร่วมกับท่านวดเพื่อความผ่อนคลาย นอกจากจะช่วยคลายกล้ามเนื้อและความเครียดแล้ว ยังสามารถบำรุงผิวให้เนียนุ่มชุ่มชื้นไปพร้อมกันได้”

ธัญ (THANN) ผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม ผสานคุณค่าแห่งพืชพรรณจากแหล่งธรรมชาติชั้นดีทั่วโลกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ตลอดระยะเวลากว่า 19 ปีที่ผ่านมา ‘ธัญ’ (THANN) มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ธรรมชาติผสานเทคโนโลยีชั้นนำ ผ่านการทดสอบจากสถาบันวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอย่าง Spincontrol Asia Co.,Ltd. (France), Skinnova Lab Co.,Ltd. และ Dermscan Asia อาทิ Dermatological test, Irritation test และ Efficacy test เพื่อยืนยันในคุณภาพและประสิทธิภาพเพื่อการดูแลสุขภาพผิวและเส้นผม และครั้งนี้แบรนด์ ธัญ (THANN) ได้แนะนำผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีจำหน่ายในร้านและเคาน์เตอร์ ธัญ (THANN) กว่า 100 สาขาในทวีปเอเชีย อเมริกา และยุโรป ไทม์ ทู รีเฟรช (Time to RefreshTM) ขนาด 15 มล. ราคา 410 บาท เติมความสดชื่นระหว่างวัน ด้วยส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหย (Essential oil) 8 ชนิด อาทิ เกล็ดสาระแหน่ (Menthol), ยูคาลิปตัส (Eucalyptus),  เปปเปอร์มินท์ (Peppermint), เลมอน (Lemon peel oil), โรสแมรี่ (Rosemary ), กานพลู (Clove), พริกไทยดำ (Black Pepper ) และจันทน์เทศ (Nutmeg) เนื้อเจลบางเบา สูตรเย็น มอบคุณค่าการบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นด้วย     ออแกนิค เชียร์บัตเตอร์ (Organic shea butter), ออแกนิค โกโก้บัตเตอร์ (Organic cocoa butter), ออแกนิค โจโจ้บา ออยล์ (Organic jojoba oil) และออแกนิค อาร์แกน ออยล์ (Organic argan oil)

ก้านไม้หอม (Aroma diffuser) ขนาด 150 มล. ราคา 1,450 บาท มอบกลิ่นหอมนุ่มนวลจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานได้มากขึ้น เหมาะสำหรับใช้ตกแต่ง และสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับห้องรับแขก ห้องนั่งเล่น โต๊ะทำงาน หรือห้องนอน มีให้เลือก 5 กลิ่น อาทิ อะโรมาติก วูด ( Aromatic wood), โอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ (Oriental Essence), อีสเทิร์น ออร์ชาร์ด (Eastern Orchard), อีเดน บรีซ (Eden Breeze) และ เอิร์ลเกรย์ อินฟิวชั่น (Earl Gray Infusion)

บาธ แอนด์ มาสสาจ ออยล์ (Bath & Massage Oil) ขนาด 295 มล. ราคา 990 บาท เติมเต็มความชุ่มชื้น คืนชีวิตชีวา   สู่ผิว ด้วยคุณค่าการบำรุงของน้ำมันสกัดจากธรรมชาติ อาทิ น้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil), น้ำมันอโวคาโดออแกนิค (Organic Avocado oil), น้ำมันดาวอินคาออแกนิค (Organic Inca Inchi oil) และน้ำมันมะกอก (Olive oil) มอบความชุ่มชื้นสู่ผิวได้ยาวนาน พร้อมมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทรงประสิทธิภาพ สูตรบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่อุดตันรูขมุขน พร้อมกลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ มีให้เลือก 6 กลิ่น คือ กลิ่นอะโรมาติก วูด (Aromatic Wood) เติมเต็มความเบิกบาน มีชีวิตชีวาด้วยส่วนผสมของ ส้ม จันทน์เทศ ส้มแทงเจอรีน และไม้จันทน์,  กลิ่นโอเรียนทอล เอสเซ้นซ์ (Oriental Essence) สดชื่นเบาสบายด้วยกลิ่นอายแห่งโลกตะวันออกด้วยส่วนผสมของตะไคร้และมะกรูด, กลิ่นอีเดน บรีซ (Eden Breeze) ให้ความสงบสมดุล แฝงความอบอุ่นอ่อนหวานด้วยส่วนผสมของดอกมะลิและดอกกุหลาบ, กลิ่นอีสเทิร์น ออร์เชิร์ด (Eastern Orchard) สดชื่นรื่นรมย์ด้วยส่วนผสมของส้มยูซุ  มะนาว น้ำมันหอมระเหย และดอกมะลิ, กลิ่นสปริง ฟอเรสต์ (Spring Forest)  สะอาด สดชื่น มีชีวิตชีวาด้วยส่วนผสมของหญ้าแฝก เมล็ดถั่ว และเจอราเนียม และกลิ่นลาเวนเดอร์โรสแมรี่ (Lavender & Rosemary)  ที่มอบความผ่อนคลายด้วยส่วนผสมของดอกลาเวนเดอร์และดอกโรสแมรี่

บอดี้ บัตเตอร์ (Body Butter) ขนาด 350 มล. ราคา 1,550 บาท ผลิตภัณฑ์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายสูตรเสริมประสิทธิภาพที่ให้มากกว่าความชุ่มชื้น คืนความเรียบเนียนสู่ผิว ผิวเรียบเนียนขึ้น 19%*, ความชุ่มชื้นของผิวเพิ่มขึ้น 22.9%** แม้เวลาผ่านไป 6 ชั่วโมง รวมถึง 90% ของผู้ทดสอบผิวมีความกระจ่างใสขึ้น*** ด้วยส่วนผสมของสารสกัดธรรมชาตินานาชนิด อาทิ สารสกัดอานุภาคขนาดเล็กจากใบชิโซะ (Nano shiso extract), สารสกัดจากจมูกข้าวบาร์เลย์ (Barley extract), เมล็ดเชียบัตเตอร์ออแกนิค (Organic Shea Butter), โจโจ้บา ออยล์ ออแกนิค (Organic Jojoba oil), น้ำมันมะพร้าวออแกนิค (Organic Coconut oil), น้ำมันรำข้าว (Rice bran oil), สารสกัดอานุภาคขนาดเล็กจากบุทเชอร์บรูม (Butcher]s broom extract), สารสกัดมิลค์ทิสเทิล (Milk  Thistel extract), สารสกัดจากสนหางม้า (Horsetail extract), สารสกัดจากสาหร่ายทะเล (Bladderwrack extract), สารสกัดจากสาหร่ายเคลป์ (Kelp extract), สารสกัดจากใบไอวี่ (Ivy extract) และ สารสกัดจากรากชะเอมเทศ (Licorice extract) โดยแนะนำให้ใช้ควบคู่กับการออกกำลังกายจะช่วยให้ผิวกระชับและเรียบเนียนน่าสัมผัสมากยิ่งขึ้น

ด้าน เซเลบริตี้ต่างร่วมทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ พร้อมเผยเคล็ดลับการสร้างความผ่อนคลายระหว่างทำงานอยู่ที่บ้านตามแบบฉบับของตนเอง เริ่มที่ ปณิตา ศรไทยเทวา เล่าว่า “การเวิร์คฟอร์มโฮมก็มีข้อดีตรงที่ช่วยให้เราประหยัดเวลาในการเดินทาง สามารถมีเวลาทำงานเยอะขึ้น เราจึงจัดสถานที่สำหรับนั่งทำงานที่บ้านโดยเลือกห้องที่มีแสงธรรมชาติส่องถึง สามารถมองเห็นท้องฟ้าหรือต้นไม้ได้ เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดีระหว่างการทำงาน โดยไม่ควรนั่งทำงานในท่าเดิมเกิน 1-2 ชั่วโมง และหมั่นขยับร่างกายเพื่อเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ สลับกับการลุกเดินประมาณ 5-10 นาที เนื่องจากหากเรานั่งนานๆ ก็จะทำให้ปวดหลัง ส่วนเคล็ดลับการสร้างความผ่อนคลายระหว่างการทำงาน หรือเวลาที่คิดงานไม่ออก เราจะมีตัวช่วยอย่างการนวดขมับด้วยไทม์ ทู รีเฟรช รวมถึงการสร้างบรรยากาศความผ่อนคลายด้วยก้านไม้หอมซึ่งเราจะวางไว้ทุกห้อง ช่วยให้เรารู้สึกสดชื่นด้วยกลิ่นหอมจากน้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ พอหมดวันก็จะผ่อนคลายด้วยการแช่น้ำอุ่นที่ผสมบาธ แอนด์ มาสสาจ ออยล์ กลิ่นลาเวนเดอร์โรสแมรี่ นอกจากจะได้ผ่อนคลายจากกลิ่นหอมแล้ว ยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับผิวเราได้เป็นอย่างดี เพราะการแช่น้ำอุ่นนานๆ ผิวอาจสูญเสียความชุ่มชื้นและทำให้ผิวแห้งได้ง่าย หลังจากอาบน้ำเสร็จก็จะบำรุงผิวด้วยบอดี้ บัตเตอร์ ทุกครั้ง เพื่อผิวจะได้ไม่แห้งกร้านและยังคงความชุ่มชื้นอย่างมีสุขภาพดี”

ถัดมาที่ ศิตา ชุติภาวรกานต์ เล่าว่า “ตั้งแต่ที่ต้องปรับเปลี่ยนการทำงานมาเป็นเวิร์คฟอร์มโฮม ทำให้เราต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์มากกว่าอยู่ที่บริษัท ไม่ว่าจะเป็นการประชุม ตรวจงาน รวมถึงให้คำปรึกษากับพนักงานที่มีข้อสงสัยหรือต้องส่งงานให้กับเราตลอดทั้งวัน ดังนั้นเราจึงเน้นให้ความสำคัญกับการจัดท่านั่งให้เหมาะสม หากเรานั่งในท่าที่ไม่เหมาะสมก็จะทำให้เกิดอาการปวดคอ บ่า ไหล่ และหลังได้ พอหมดวันมีหลายครั้งที่รู้สึกปวดเมื่อย อ่อนล้าทั้งหลังและสายตา เราก็จะใช้วิธีนวดกดเบาๆ ตามจุดต่างๆ แต่การนวดเพียงอย่างเดียวก็ไม่สามารถทำให้ความเครียดและความเหนื่อยล้าหายไปได้ เราจึงต้องมีตัวช่วยอย่างการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติในการผ่อนคลายร่วมด้วย อย่างวันไหนที่ต้องประชุมหลายงานติดต่อกันก็มักจะเติมความสดชื่นระหว่างวันด้วยไทม์ ทู รีเฟรช ซึ่งสะดวกและง่ายต่อการพกพา สามารถหยิบใช้งานได้ตลอดวัน รวมถึงสร้างบรรยากาศความหอมภายในห้องด้วยก้านไม้หอม พอหมดวันก็จะแช่ตัวในน้ำอุ่นที่ผสมบาธ แอนด์ มาสสาจ ออยล์ เพื่อคืนความมีชีวิตชีวาด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักทั้งวันได้”

สิรี วงศ์รักมิตร

ปิดท้ายที่ สิรี วงศ์รักมิตร เผยว่า “มิ้งทำงานเป็นหมอเฉพาะทางด้านโภชนาการ พอเลิกจากงานประจำก็ต้องกลับมาเวิร์คฟอร์มโฮมต่อ เพราะต้องเตรียมพรีเซ้นต์งานควบคู่กับการทำงานวิจัย ซึ่งเวลาส่วนใหญ่แต่ละวันจึงหมดไปกับการทำงาน ดังนั้นห้องทำงานของมิ้งที่บ้านก็จะจัดบรรยากาศให้เหมาะสมกับการทำงาน เช่น การจัดแสงสว่างให้เพียงพอ เปิดเพลงคลอเบาๆ พร้อมกับเปิดเครื่องกระจายกลิ่นหอม รวมถึงวางก้านไม้หอมไว้ตามจุดต่างๆ ภายในบ้าน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีระหว่างการทำงาน พยายามจัดสรรเวลานั่งทำงานให้ไม่เกินรอบละ 1 ชั่วโมง สลับกับการหยุดพัก 5-10 นาที เพื่อไม่ให้ร่างอ่อนล้าจนเกินไป ที่สำคัญคือต้องจัดท่านั่งอย่างเหมาะสม ส่วนเวลาที่มิ้งรู้สึกเครียดก็มักจะใช้ไทม์ ทู รีเฟรช ควบคู่กับการนวดบริเวณขมับทั้ง 2 ข้าง ก็จะช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นทันที แต่หากวันไหนที่เหนื่อยล้ามากๆ ก็มักจะใช้หินกัวซานวดคอ บ่า ไหล่ระหว่างอาบน้ำ และไม่ลืมที่จะบำรุงผิวด้วยบอดี้บัตเตอร์ หลังการอาบน้ำทุกครั้ง เพื่อช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื้นตลอดวัน”

สัมผัสความผ่อนคลายกับผลิตภัณฑ์ ธัญ (THANN) อาทิ ไทม์ ทู รีเฟรช (Time to RefreshTM), ก้านไม้หอม (Aroma diffuser), บอดี้ บัตเตอร์ (Body Butter) และ บาธ แอนด์ มาสสาจ ออยล์ (Bath & Massage Oil) ได้แล้ววันนี้ที่ออนไลน์สโตร์  www.thann.co.th (ส่งฟรีทั่วประเทศ) และร้าน ธัญ (THANN) ทั้ง 12 สาขาทั่วประเทศ อาทิ สาขาสุขุมวิท 47, ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษร, ชั้น 5 ศูนย์การค้าดิเอ็มโพเรียม, ชั้น 1 และชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน, ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์, ชั้น 4 ไอคอน สยาม, ร้านวูว์ ถนนเจริญราษฎร์ และสาขาถนนพระปกเกล้า (ตรงข้ามวัดเจดีย์หลวง) จังหวัดเชียงใหม่, สาขาป่าตอง (หน้าโรงแรม La Flora ป่าตอง) จังหวัดภูเก็ต และ ธัญ เวลเนส เดสทิเนชั่น จ.พระนครศรีอยุธยา

อลิอันซ์ อยุธยา มอบน้ำดื่ม ณ จุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 รพ.กรุงเทพ

บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต โดย นายพิเชษฐ์ บำรุงกิจเจริญ(ขวา) ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารพื้นที่ตัวแทนภูมิภาคกรุงเทพฯ  เป็นตัวแทนในการส่งมอบผลิตภัณฑ์น้ำดื่มแบบไร้ฉลาก สามารถรีไซเคิลได้ 100% จำนวน 6,408 ขวด ให้กับจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 โรงพยาบาลกรุงเทพ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ โดยมี นพ.มนต์สรร อัศวนพเกียรติ(ซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายระบบประกันและพัฒนาผลิตภัณฑ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นผู้รับมอบ ณ  อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพ อินเตอร์เนชั่นแนล ชั้น 3

แม็คโคร รับซื้อตรงมังคุดช่วยเกษตรกรภาคใต้ มากกว่า 300 ตัน

บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) เร่งให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมังคุดในภาคใต้ หลังได้รับผลกระทบจากโควิด-19  ประสบปัญหาผลผลิตล้น ร่วมมือ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ตั้งเป้ารับซื้อตลอดเดือนสิงหาคมมากกว่า 300 ตัน ช่วยชาวสวนกว่า 1,000 ราย  เสริมช่องทางส่งตรงสาขา คาดกระจายมังคุดใต้คุณภาพดีสู่ผู้บริโภคผ่านแม็คโครทุกสาขาทั่วประเทศ

นางศิริพร เดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)  กล่าวว่า  จากสถานการณ์เกษตรกรผู้ปลูกมังคุดภาคใต้ประสบปัญหาล้นตลาด เนื่องจากผลผลิตในปีนี้ออกสู่ตลาดในปริมาณมาก ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 สร้างผลกระทบเป็นวงกว้าง แม็คโคร ตระหนักถึงความเดือดร้อนของเกษตรกร เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน และยังบูรณาการความร่วมมือกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในการบรรเทาความเดือดร้อน ด้วยการรับซื้อมังคุดคุณภาพดีจากภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง คาดว่าตลอดเดือนสิงหาคมนี้ จะช่วยชาวสวนระบายผลผลิตได้มากกว่า  300 ตัน

“ในครั้งนี้ เราช่วยกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่  กลุ่มวิสาหกิจชุมชน เกือบ 20 กลุ่มในจังหวัดภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง ชุมพร ระนอง นราธิวาส ซึ่งมีเกษตรกรรายย่อยเป็นสมาชิกรวมกันมากกว่า 1,000 ราย  คาดว่าจะรับซื้อมังคุดได้มากกว่า 300 ตัน ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวสวนที่เดือดร้อนได้อย่างทันท่วงที เพราะมังคุดเป็นผลไม้ฤดูกาลมีช่วงระยะเวลา โดยแม็คโครได้จัดโปรโมชั่นส่งเสริมการขายตลอดเดือนสิงหาคมเพื่อให้ลูกค้าทั่วประเทศได้ร่วมกันอุดหนุนผลผลิตของเกษตรกรที่กำลังเดือดร้อน ซึ่งในช่วงเดียวกันนี้ยังเป็นช่วงฉลองการครบรอบ 32 ปีของแม็คโครด้วย”

ทั้งนี้ แม็คโคร ดำเนินการรับซื้อผลผลิตมังคุด ภายใต้  ‘โครงการแม็คโครเคียงข้างเกษตรกรไทย สู้ภัยโควิด’  ที่บูรณาการความร่วมมือกับ กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ และภาคีอื่นๆ ในการแก้ปัญหา สินค้าเกษตรล้นตลาดอย่างรวดเร็ว สามารถช่วยเกษตรกรที่กำลังประสบปัญหาได้ทันท่วงที ที่ผ่านมาได้ช่วยระบายผลผลิตจากเกษตรกรทั่วประเทศที่ประสบปัญหาล้นตลาดไปแล้วมากมาย อาทิ มะม่วง, ฟักทอง, เผือก, หน่อไม้หวาน, พริกสด, สับปะรดปัตตาเวีย, สละอินโด, ปลานิล, กุ้ง ฯลฯ

นางศิริพร กล่าวอีกว่า  “ด้วยสถานการณ์แห่งความยากลำบากที่เกิดขึ้น แม็คโครพบว่า พี่น้องเกษตรกรรายย่อยประสบปัญหาเป็นจำนวนมาก อะไรที่สามารถช่วยได้ เราจะดำเนินการอย่างทันท่วงที  นอกจากนี้ยังกำหนดระยะเวลาการชำระสินค้า (Credit Term) ให้เร็วขึ้น เพื่อส่งเสริมสภาพคล่องให้พวกเขาได้เดินหน้าต่อ  ซึ่งปัจจุบันเรามีเกษตรกรรายย่อยที่เป็นคู่ค้ากับแม็คโคร มากกว่า 7,000 ราย และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตการณ์โควิด-19  เกษตรกรรายย่อยเป็นอีกภาคส่วนหนึ่งที่แม็คโครให้ความสำคัญในการช่วยเหลือ พัฒนา เราจะเคียงข้างกับพวกเขาเพื่อต่อสู้วิกฤตนี้ไปด้วยกัน”

ต้อนรับเดือนของคุณแม่ จัดแพ็กเกจ Happy Mom ตรวจสุขภาพ

โรงพยาบาลนวเวช โรงพยาบาลย่านเกษตรนวมินทร์ รัชดา-รามอินทรา ที่มุ่งให้บริการทางการแพทย์ที่ดีและเข้าถึงง่าย พร้อมดูแลด้วยความห่วงใย เชิญชวนคุณแม่และสุภาพสตรีมาตรวจสุขภาพต้อนรับเดือนสิงหาคม กับ แพ็กเกจ Happy Mom ในราคาพิเศษ 4,900 บาท จากราคาปกติ 12,530 บาท อาทิ ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด ตรวจน้ำตาลในเลือด ตรวจไขมันในเลือด ตรวจโรคเกาต์ ตรวจการทำงานของไตและตับ ตรวจปัสสาวะ ตรวจคัดกรองโรคหลอดเลือดและโรคหัวใจ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ตรวจความยืดหยุ่นของหลอดเลือด เอกซเรย์ปอด ตรวจความหนาแน่นของกระดูกสันหลังและสะโพก ตรวจตา อัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบนและล่าง ตรวจฟัน และอื่นๆ รวม 30 รายการ ตั้งแต่วันนี้ 1 – 3สิงหาคม 2564 โดยสามารถเข้ารับบริการได้ถึง 31 ตุลาคม 2564 สอบถามรายละเอียดและนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ศูนย์ตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลนวเวช โทร.02 483 9999  www.navavej.com

1Moby จัด 8 แพ็กเกจพิเศษ เพิ่มเครดิตส่ง SMS จ่ายเท่าเดิม รับ SMS มากขึ้น 50%

นายธารินทร์ จงประเจิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง  บริษัท วันม๊อบบี้ จำกัด หรือ 1Moby  ผู้ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีโซลูชันให้กับลูกค้าองค์กรธุรกิจ  เปิดเผยว่า 1Moby ขอร่วมเป็นกำลังเสริมให้กับโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ด้วยการเพิ่มจำนวนเครดิตการส่งข้อความ SMS กับ 8 แพ็กเกจ จ่ายเท่าเดิม รับ SMS มากขึ้น 50%

สำหรับรายละเอียดแพ็กเกจ แบ่งเป็น Standard SMS ได้แก่ 1. แพ็กเกจเริ่มต้น รับ SMS : 3,750 2. แพ็กเกจมือใหม่ รับ SMS : 11,667 3.แพ็กเกจสุดคุ้ม รับ SMS : 37,500 4. แพ็กเกจขายดี รับ SMS : 128,571  และ Corporate SMS ได้แก่ 1.แพ็กเกจเริ่มต้น รับ SMS : 2,648 2. แพ็กเกจมือใหม่ รับ SMS : 8,750 3. แพ็กเกจสุดคุ้ม รับ SMS : 28,847 4. แพ็กเกจขายดี รับ SMS : 107,144

“บริษัทเล็งเห็นว่าการใช้ SMS ในสถานการณ์ปัจจุบัน จำเป็นอย่างยิ่งในการส่งเพื่อบอกต่อข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบ จึงได้จัดทำ 8 แพ็กเกจ “จ่ายเท่าเดิม ได้รับเครดิต SMS เพิ่ม 50%” เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีความต้องการใช้ SMS ในการแจ้งเตือนประชาสัมพันธ์ข่าวสารไปยังประชาชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพียงยืนยันตัวตนของหน่วยงานเท่านั้น” นายธารินทร์ กล่าว

ทั้งนี้ 8 แพ็กเกจดังกล่าว เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2564  เนื่องจากเป็นแพ็กเกจพิเศษ จึงไม่สามารถซื้อผ่านหน้าเว็บไซต์ได้ตามปกติ  สำหรับโรงพยาบาลและหน่วยงานที่สนใจ สามารถแสดงความจำนงยื่นหลักฐานหรือเอกสารยืนยันตัวตนของหน่วยงาน พร้อมส่งตัวอย่างข้อความที่ส่งหาผู้รับ  โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทาง โทร. 02-798-6000 หรือ Facebook : ThaiBulkSMS

อย่างไรก็ดี สำหรับการส่งข้อความ SMS ดังกล่าว อยู่ภายใต้ ThaiBulkSMS ซึ่งเป็นบริการส่ง SMS ผ่านหน้าเว็บที่ทรงประสิทธิภาพ นับเป็น SMS Solutions อันดับ 1 ของไทย มีจุดเด่นฟีเจอร์การส่งที่หลากหลาย รวดเร็ว ไม่ดีเลย์ แม่นยำสูง ใช้งานง่าย มีระบบการรายงานที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้โดยละเอียด

ส่งมอบนมถั่วเหลือง “ซังซัง” ร่วมฝ่า COVID-19 ต่อเนื่อง 50 แห่งทั่วประเทศ

การระบาดของโรค COVID19 ยังคงมีความรุนแรง และไม่มีทีท่าว่าจะคลี่คลาย บริษัท แลคตาซอย จำกัด ในฐานะผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำนมถั่วเหลืองของไทยมานานกว่า 39 ปี  มีนโยบายหลักในการผลิตสินค้าที่ดีต่อสุขภาพของคนไทย เพื่อให้คนไทยได้บริโภคสินค้าที่มีคุณภาพ พร้อมร่วมฝ่าวิกฤต COVID-19 เดินหน้าแคมเปญ “ซังซังรักกัน” ครั้งที่ 2 อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดส่งมอบนมถั่วเหลืองแบรนด์ ซังซัง ขนาด 125ml. 200ml และ 300ml. จำนวน 2,799 หีบ ให้โรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาล วัด มูลนิธิ รวม 50 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เสียสละแรงกายแรงใจปฎิบัติภารกิจดูแลผู้ป่วยโรค COVID-19 อย่างเข้มแข็ง

ส่งคอนโดมิเนียม 3 ทำเลเด็ดแนวรถไฟฟ้า จองเพียง 1,990 บาท

บมจ. เอพี ไทยแลนด์ ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้พันธกิจ ‘EMPOWER LIVING’ ส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ เดินหน้าจัดแคมเปญพิเศษ LOCK LOCK LOCK ล็อกทุกความคุ้ม ปล่อยราคาดีที่สุด ส่งคอนโดมิเนียม 3 ทำเลเด็ดแนว รถไฟฟ้า ASPIRE เอราวัณ ไพร์ม LIFE สาทร เซียร์รา และ LIFE อโศก-พระราม 9 (คอนโดพร้อมอยู่) ราคาเริ่ม 1.75 – 3.1 ล้านบาท พร้อมดีลพิเศษ “คลิก – จอง – จ่าย – จบ” จอง 1,990 บาท ผ่อนดาวน์ เริ่ม 1,990 บาทต่อเดือน ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน จัดเต็มของแถมยกห้อง ฟรีแพ็คเกจ WELCOME HOME สูงสุด 700,000 บาท พร้อมส่วนลดเป็นล้าน และ On-Top สูงสุด 50,000 บาท ความพิเศษนี้เฉพาะลูกค้าที่จองห้องชุดผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มหลักของเอพี ONE CLICK NEW HOME หรือ LINE Official Account ของแต่ละโครงการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคมนี้เท่านั้น

นางสาวกมลทิพย์ บำรุงชาติอุดม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจคอนโดมิเนียม บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) กล่าวว่า “ตลาดคอนโดมิเนียมไตรมาส 3 นี้ เอพียังพบสัญญาณบวกจากดีมานด์ที่มองหาคอนโดใหม่และคอนโดพร้อมอยู่ต่อเนื่อง เพื่อเป็นการขานรับมาตรการปฏิบัติจากภาครัฐร่วมกันลดการแพร่ระบาดของโควิด 19 รวมถึงยกระดับอำนวยความสะดวกเสริมความอุ่นใจแก่ลูกค้า เอพีได้ดินหน้า จัดแคมเปญพิเศษ LOCK LOCK LOCK ล็อกทุกความคุ้ม นำร่องแรกส่งคอนโด 3 ทำเลไฮไลท์ติดแนวรถไฟฟ้า ได้แก่ LIFE อโศก-พระราม 9 (คอนโดพร้อมอยู่) LIFE สาทร เซียร์รา และ ASPIRE เอราวัณ ไพร์ม ในการมอบข้อเสนอพิเศษแบบจัดเต็ม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ทั้งแพ็คเกจราคา ดีลพิเศษ และส่วนลด ON TOP ต่างๆ สำหรับลูกค้าที่จองห้องชุดผ่านดิจิทัลแพล็ตฟอร์มหลัก ONE CLICK NEW HOME หรือ LINE Official Account ของโครงการที่เข้าร่วม”

เอพีไม่หยุดที่จะเดินหน้าเอ็มพาว์เวอร์ลูกค้าที่สนใจเยี่ยมชมและจองคอนโดเอพีได้อย่างสะดวก ปลอดภัย อุ่นใจ และง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ผ่าน ONE CLICK NEW HOME ดิจิทัลแพล็ตฟอร์มหลักของเอพี อีกหนึ่งโซลูชั่นสำคัญ ในการส่งมอบประสบการณ์เสมือนเยี่ยมชมโครงการจริง ครอบคลุมทั้งฟีเจอร์ TOURLiVE ชมโครงการ ห้องจริง วิวจริง บรรยากาศจริงทั้งเวลากลางวันและกลางคืน ฟีเจอร์ BOOKLiVE จองห้องชุดได้แบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง และการการันตี HOTPRiCE ราคาที่ดีที่สุดพร้อมส่วนลด ON TOP พิเศษ

“เอพีมั่นใจว่าแคมเปญ​ LOCK LOCK LOCK ล็อกทุกความคุ้ม ปล่อยราคาดีที่สุด จะเป็นอีกหนึ่งแคมเปญที่โดนใจและตอบโจทย์ลูกค้าในช่วงเวลานี้ ทั้งมิติความคุ้มค่า และปลดล็อกทุกความกังวล ในสถานการณ์การแพร่ระบาด ความพิเศษนี้สำหรับลูกค้าที่จองห้องชุดเพียงคลิกเดียวผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม ONE CLICK NEW HOME หรือ LINE Official Account ทั้ง 3 คอนโดมิเนียมที่เข้าร่วม ได้แก่ LIFE อโศก – พระราม 9 (คอนโดพร้อมอยู่) 300 เมตรจาก MRT พระราม 9 เริ่ม 3.1 ล้านบาท LIFE สาทร เซียร์รา 150 เมตรจาก BTS ตลาดพลู เริ่ม 2.59 ล้านบาท และ ASPIRE เอราวัน ไพร์ม 1 ก้าวจาก BTS เอราวัณ เริ่ม 1.75 ล้านบาท พร้อมดีลพิเศษรับไปเลยไม่ต้องลุ้น จอง 1,990 บาท ผ่อนดาวน์เริ่ม 1,990 บาทต่อเดือน ฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน จัดเต็มของแถมยกห้อง ฟรีแพ็คเกจ WELCOME HOME สูงสุด 700,000 บาท พร้อมส่วนลดเป็นล้าน และ On-Top สูงสุด 50,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคมนี้ !!! โดยเอพีหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเอ็มพาว์เวอร์ลูกค้า ผ่านการเดินหน้าสร้างสรรค์และส่งมอบคุณภาพชีวิตที่ดีที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ พร้อมช่วยเหลือสังคมรวมถึง Ecosystem ของวงการธุรกิจ ให้สู้ไปด้วยกัน ไม่หยุดดูแลกัน และก้าวฝ่าวิกฤตินี้ไปด้วยกัน” นางสาวกมลทิพย์ กล่าวปิดท้าย