ช้อปอะไรดี? เครื่องฟอกอากาศ Haier Air Purifier

เพราะเชื้อโรค และฝุ่นละอองในอากาศเป็นภัยต่อสุขภาพที่เรามองไม่เห็น! ไฮเออร์ (Haier) ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลกและแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 12 ปีซ้อน ชวนมาปกป้องสุขภาพด้วยการมอบอากาศสะอาด ปราศจากแบคทีเรีย และ ฝุ่นละอองที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาว ด้วย เครื่องฟอกอากาศ (Ultra Purifier Plus) รุ่น KJF235KAAA ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ด้วยตัวเครื่องขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับคอนโดหรือห้องที่มีขนาด 14-24 ตร.ม. มีแผ่นกรอง Hepa ฟิลเตอร์ ที่สามารถกรองฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถฟอกอากาศให้สะอาดบริสุทธิ์ได้ทันใจ ภายในเวลาเพียง 11 นาที

เพิ่มความมั่นใจในทุกครั้งที่หายใจ ด้วยคุณสมบัติพิเศษในการปล่อยไอออนประจุลบ ช่วยดักจับอนุภาคขนาดเล็ก ทำให้ฝุ่นไม่ฟุ้งกระจายและยังมีระบบกรองหลายขั้นตอน เพื่อมอบอากาศที่ดีที่สุดให้แก่ทุกคนในครอบครัว ภายในเครื่องประกอบด้วย แผ่นกรองฝุ่นละเอียด และแผ่นฟอกอากาศ Hepa Filter พร้อมแผ่นซิลเวอร์ไอออนช่วยยับยั้งแบคทีเรีย

รวมทั้งมีอัตราการส่งมอบอากาศสะอาด 200 ลบ.ม./ชม. อากาศสะอาด 360 องศา มั่นใจไร้ฝุ่นทุกมุมห้อง เพิ่มประสิทธิภาพในการทำอากาศให้บริสุทธิ์ด้วยท่อลมที่ออกแบบมาพิเศษ ช่วยเพิ่มความดันอากาศและลดความต้านทานลม จึงฟอกอากาศได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญสามารถแสดงผลระดับคุณภาพของอากาศแบบเรียลไทม์ ด้วยเซ็นเซอร์อัจฉริยะ ผ่านสี 3 สี ได้แก่ สีเขียว (อากาศดี), สีน้ำเงิน (อากาศปกติ) และสีแดง (อากาศมีมลพิษ) นอกจากนี้ยังมีระบบการแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเปลี่ยนแผ่นกรอง และมีโหมดสำหรับการนอนหลับ เครื่องทำงานเงียบ ไม่รบกวนการนอนอีกด้วย

สูดอากาศแบบเต็มปอดอย่างมั่นใจ ไร้เชื้อโรค ปราศจากฝุ่นละออง ด้วยเครื่องฟอกอากาศไฮเออร์ รุ่น KJF235KAAA ราคา 3,990 บาท สามารถสั่งซื้อได้อย่างสะดวกสบายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยไม่ต้องไปถึงหน้าร้าน เช่น แอปพลิเคชั่น Lazada ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่www.haier.com/th และอัพเดตข่าวสาร และโปรโมชั่นใหม่ ๆ ที่น่าสนใจได้ทางเฟซบุ๊ค : HaierThailand

 

5 เคล็ดลับเลือกสกินแคร์ดูแลผิวหน้าไม่ให้โทรม

แม้ Work from home ทำให้เราไม่ได้เจอกับมลภาวะหรือมลพิษทางอากาศที่เป็นศัตรูตัวฉกาจกับผิวหน้าของเรา รวมทั้งยังไม่ต้องตื่นเช้ามา Makeup ให้อึดอัดผิว แต่ทำไม! ผิวของเรายังดูล้า ไม่สดใส ประชุมวีดิโอคอลทีก็ไม่กล้าเปิดกล้องเผยลุคโทรมให้ใครเห็น นั่นก็เป็นเพราะ ถึงแม้เราจะไม่โดนมลภาวะภายนอกมาทำร้ายผิว แต่การทำงานที่หนักเกินไป อยู่หน้าจอคอมหรือจอโทรศัพท์นานๆกับแสงสีฟ้า ความเครียดที่สะสม หรือการรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ก็ล้วนส่งผลต่อสุขภาพผิวให้หมองคล้ำ มีริ้วรอยและอาจเกิดจุดด่างดำขึ้นได้ทั้งนั้น ดังนั้นเราจึงไม่ควรการ์ดตกในการดูแลผิว และยิ่งต้องบำรุงและฟื้นฟูให้ผิวแข็งแรงยิ่งขึ้น เพื่อเผยออร่าความสุขภาพดีของผิวแบบไม่ต้องง้อ Makeup

แต่ใครที่ยังไม่รู้ว่า เมื่อเจอปัญหาผิวแบบนี้จะต้องมีวิธีการดูแลหรือควรใช้อะไรดี วันนี้เราจะมาแบ่งปัน 5 เคล็ดลับการเลือกสกินแคร์เพื่อดูแลผิวที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ และควรเลือกจากส่วนผสมที่อุดมด้วยคุณประโยชน์จากธรรมชาติ อย่างผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ Swisse (สวิสเซ) แบรนด์ดังเพื่อสุขภาพและความงาม อันดับ 1 จากประเทศออสเตรเลีย ที่เฟ้นหาและคัดสรรสุดยอดวัตถุดิบจากธรรมชาติจากทั่วทุกมุมโลก ตอบโจทย์ความ Clean Beauty ให้คุณมั่นใจด้วยผิวที่แข็งแรง มีออร่า แลดูสุขภาพดี เพื่อค้นพบตัวคุณที่ดีกว่า และมีสุขภาพและความงามที่ดีจากภายในสู่ภายนอกอย่างแท้จริง

แครนเบอร์รี่

1. สายผิวอ่อนแอ แลดูอ่อนล้า ต้องเน้นบำรุง เสริมผิวให้แข็งแรง

ใครที่เป็นสายผิวอ่อนแอ โดนแดดนิด โดนลมหน่อยก็แดงหรือแพ้ง่าย อยากแนะนำให้เริ่มต้นด้วยการเลือกสกินแคร์ที่เน้นไปที่การบำรุงให้ผิวแข็งแรง โดยให้ดูจากส่วนผสมของสกินแคร์นั้นว่ามีตัวที่เน้นบำรุงและฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงหรือไม่ อย่างผลิตภัณฑ์ของ Swisse หลายตัวก็มีส่วนผสมที่เข้ามาช่วยดูแลเรื่องผิวแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็น สารสกัดจาก โรสฮิป ที่อุดมด้วยสารอาหารผิว อย่างกรดไขมัน โอเมก้า 3 และ 6 ช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น น้ำมันจากสวีท อัลมอนด์ ที่ช่วยบำรุงผิว และแครนเบอร์รี่ ที่ช่วยทำความสะอาดผิวอย่างลึกล้ำ กระชับรูขุมขน โดยมีอยู่ในเซ็ตบำรุงผิวให้แข็งแรง ประกอบไปด้วย Sweet Almond Gentle Cream Cleanser, Rosewater Hydrating Mist Toner, Rose Hip Nourishing Cream Moisturiser, Rose Hip Antioxidant Facial Oil, Cranberry Pore Perfecting Clay Mask เรียกว่าครอบคลุมตั้งแต่ทำความสะอาดผิว จนถึงขั้นดูแลและบำรุงผิวกันไปเลย

Olive Leaf Deep Cleansing Gel และ Matcha Tea Clay Mask

2. หน้าเป็นสิว ผิวขาดสมดุล ต้องควบคุมความมัน สร้างบาลานซ์ให้ผิว

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเจอกับปัญหาหน้ามันกันบ่อย เพราะอากาศในเมืองไทย ต่อให้อยู่แต่ในบ้านหน้าก็เมือกได้ ซึ่งความมันบนผิวนี่แหละที่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวบนใบหน้า และผิวขาดความสมดุล ทางที่ดีควรเลือกสกินแคร์ที่ซึบซาบเข้าผิวไว ไม่ทิ้งความเหนอะหนะไว้บนใบหน้า แต่ก็ต้องไม่ทำให้ผิวหน้าแห้ง เพื่อรักษาสมดุลของผิวไปด้วย อย่างเซ็ตสร้างสมดุลให้ผิว จาก Swisse ที่มีส่วนประกอบหลักเป็น โอลีฟ และ เอคไคเนเซีย พืชที่มีชื่อเสียง และนิยมมากในแถบยุโรปและอเมริกา เพื่อสร้างสมดุลให้ผิว อโรเวรา ที่ให้ความรู้สึกเย็นสดชื่นและผิวชุ่มชื้น สารสกัดจากชาเขียวมัทฉะ ช่วยปกป้องผิวจากสารพิษและมลภาวะต่างๆ และสารสกัดจากแตงกวา ที่ช่วยให้ผิวรู้สึกผ่อนคลาย เป็นต้น และมีใน Micellar Makeup Removing Cleansing Water, Olive Leaf Deep Cleansing Gel และ Matcha Tea Clay Mask

Argan Youthful Facial Oil และ Argan Revitalising Eye Cream

3. ริ้วรอยก่อนวัย ไม่ใช่เรื่องตลก! ต้องเร่งฟื้นฟูเพื่อผิวเรียบเนียน

กับการทำงานที่หักโหมเอย นอนดึกเอย และความเครียดต่างๆเอย ล้วนเป็นตัวเร่งให้เรามีริ้วรอยก่อนวัย สกินแคร์ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้ยืดหยุ่นและลดเลือนริ้วรอยส่วนใหญ่จึงต้องเน้นให้ความชุ่มชื้นกับผิว เพราะหากผิวขาดน้ำหรือแห้งก็จะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้นนั่นเอง สำหรับ Swisse ก็มีเซ็ตผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในเรื่องนี้เช่นกัน และมีส่วนผสมที่น่าสนใจ อย่าง ออแกนิค อาร์แกน ออยล์ ที่ผ่านการรับรอง และอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายอย่าง เช่น วิตามินอี, เฟรูลิค แอซิด, และกรดไขมัน โอเมก้า 6 และ 9 ช่วยบำรุงเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว เต่งตึง และปกป้องผิวจากริ้วรอยแห่งวัย และยังมี น้ำมันเกรปซีด ที่ช่วยบำรุงและเสริมความแข็งแรงให้กับชั้นผิว โดยสามารถพบได้ใน Argan Youthful Facial Oil และ Argan Revitalising Eye Cream

Manuka Honey Clay Mask

4. เสริมออร่า ด้วยความผิวโกล์ว เปล่งปลั่งแบบสุขภาพดี

ต้องยอมรับว่าความผิวโกล์วตอนนี้ยังคงเป็นเทรนด์ที่หลายๆคนให้ความสนใจ โดยต้องอาศัยหลายปัจจัย ทั้งการพักผ่อนและการดื่มน้ำอย่างเพียงพอด้วย ขณะเดียวกันสกินแคร์ที่จะช่วยเรื่องนี้ก็ต้องเน้นที่การบำรุงให้ผิวดูอิ่มฟูและชุ่มชื้น อย่างผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของ Swisse ที่เน้นสารสกัดจาก น้ำผึ้งมานูก้า จากต้นมานูก้า ประเทศนิวซีแลนด์ ที่ให้คุณประโยชน์ มากกว่าน้ำผึ้งทั่วไปถึง 4 เท่า และอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวแลดูชุ่มชื้น กระจ่างใส เมื่อนำมารวมกับโคลนสีขาวจากออสเตรเลียและชาร์โคล ใน Manuka Honey Clay Mask ก็จะช่วยทำความสะอาดผิวอย่างลึกล้ำ กำจัดสิ่งสกปรกและเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ช่วยลดขนาดรูขุมขนบนใบหน้าให้แลดูเล็กลง เผยผิวชุ่มชื้นแลดูสุขภาพดี การันตีด้วยยอดขายอันดับ 1 ของสกินแคร์ในออสเตรเลีย

สารสกัดจากผลส้มเลือดจากเมืองซิซิลี่ ประเทศอิตาลี

5. เพิ่มความกระจ่างใส ให้คุณ Shine ที่สุด

การเพิ่มความกระจ่างใส ไม่ใช่แค่การทำให้ผิวของเราไบร์ทขึ้นเท่านั้น แต่ต้องปรับสีผิวของเราให้สม่ำเสมอ น่ามอง และจะทำให้คุณดู Shine ที่สุด สกินแคร์ที่เลือกใช้จึงต้องมีส่วนประกอบที่สามารถปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ พร้อมดึงความกระจ่างใสของผิวขึ้นมาได้ด้วย อย่าง สารไนอาซินาไมด์ธรรมชาติ ที่ช่วยให้สีผิวกระจ่างใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หรือ สารสกัดจากผลส้มเลือดจากเมืองซิซิลี่ ประเทศอิตาลี ที่ช่วยเผยผิวความกระจ่างใส เปล่งปลั่ง เรียบเนียน ซึ่งทั้ง 2 ตัว ก็อยู่ในเซ็ตผิวกระจ่างใส จาก Swisse ได้แก่ Blood Orange Brightening Cream Moisturiser, Blood Orange Brightening Facial Serum และ Blood Orange Brightening Clay Mask

 

 

ผลิตภัณฑ์สกินแคร์จากแบรนด์ SWISSE (สวิสเซ)
พบกับผลิตภัณฑ์เซ็ตสกินแคร์เหล่านี้ และวิตามินอาหารเสริมจากแบรนด์ SWISSE (สวิสเซ) ได้แล้วที่ร้านวัตสัน วัตสันออนไลน์ ลาซาด้าและช้อปปี้ โปรโมชั่นพิเศษ! เมื่อช้อปสินค้าของสวิสเซทุกชนิดผ่านทางร้านวัตสัน และวัตสันออนไลน์ https://bit.ly/3y21mP3 รับส่วนลดไปเลย 20% ทันที ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 24 สิงหาคม 2564 และลดเพิ่มอีก 50 บาท เมื่อช้อปสินค้าของ SWISSE เท่าไหร่ก็ได้ ผ่านทางวัตสันออนไลน์ เพียงพิมพ์ Code: SWISSE50 ใช้ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 สิงหาคมนี้ เท่านั้น!! รีบไปช้อปกันได้เลย

ผลิตภัณฑ์สกินแคร์จากแบรนด์ SWISSE (สวิสเซ)

ติดตามรายละเอียดผลิตภัณฑ์ โปรโมชั่น และกิจกรรมดีๆเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กเพจ https://www.facebook.com/SwisseThailand.Official และ อินสตาแกรม https://www.instagram.com/swisseth/

 

ประกันสังคม ย้ำสมัคร ม.40 แล้ว ชำระเงินก่อน 10 ส.ค. นี้

รายงานข่าวแจ้งว่า สำนักงานประกันสังคม ขยายเวลาให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ใน 13 จังหวัด พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 9 กลุ่มกิจการ ที่สมัครมาตรา 40 แล้ว สามารถจ่ายเงินสมทบงวดแรกได้ถึงวันที่ 10 ส.ค.นี้ ที่ เซเว่น บิ๊กซี โลตัส #ธกส #กรุงไทย #กรุงศรี ฯลฯ เพื่อให้สถานะเป็นผู้ประกันตนตามกฎหมาย พร้อมรับสิทธิเยียวยาจากรัฐ 5,000บาท

ธอส. ลดดอกเบี้ยเงินกู้เหลือ 1% ต่อปี นาน 4 เดือน

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จัดโครงการ “My Hero: บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข”วงเงิน 8,000 ล้านบาท เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายรายเดือนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือเพียง 1% ต่อปี นาน 4 เดือน ตั้งแต่เดือนกันยายน – ธันวาคม 2564) ทำให้เงินค่างวดลดลง 50% ของเงินงวดเดิม ซึ่งเงินงวดใหม่ที่จ่ายเข้ามานี้จะตัดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย หากจ่ายมากกว่าเงินงวดใหม่ที่กำหนด ส่วนที่เกินจะนำไปตัดเงินต้นให้อีกด้วย ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนด 4 เดือน จะกลับไปใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามเดิม โดยไม่ถือว่ามีดอกเบี้ยค้างชำระกับธนาคารแต่อย่างใด

ผู้ได้รับสิทธิเข้าร่วมโครงการ My Hero ต้องเป็นลูกค้าของ ธอส. ที่ประกอบอาชีพแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขปฏิบัติหน้าที่เป็นบุคลากรด่านหน้าในการดูแลผู้ป่วยโควิด19 รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์ฉีดวัคซีน และต้องมีสถานะบัญชีปกติ

ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านออนไลน์ได้ที่ (1)แอปฯ GHB ALL (2)ไลน์ GHB Buddy และ(3)เว็บไซต์ www.ghbank.co.th ตั้งแต่วันที่ 9 – 29 สิงหาคม 2564 พร้อมแนบหลักฐานแสดงการปฏิบัติงานที่หน้าที่จริง เช่น บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ หนังสือรับรองการปฏิบัติงานจากหน่วยงาน สอบถามเพิ่มเติม โทร 0-2645-9000

เปิดคลัสเตอร์ใหม่ทั่วไทยอีก 8 แห่ง

  • ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานคลัสเตอร์ใหม่วันนี้ พบว่าทั่วประเทศมีคลัสเตอร์ใหม่ จำนวน 8 แห่ง ประกอบด้วย
  • สมุทรปราการ ที่โรงงานหล่อโลหะ อ.บางพลี มีผู้ติดเชื้อ 29 ราย และที่บริษัทผลิตพรม อ.พระประแดง มีผู้ติดเชื้อ 12 ราย
  • ชลบุรี ที่บริษัทลวดสายไฟ อ.ศรีราชา มีผู้ติดเชื้อ 18 ราย และที่โรงงานโลหะ อ.เมือง มีผู้ติดเชื้อ 13 ราย
  • สมุทรสาคร ที่โรงงานห้องเย็น อ.เมือง มีผู้ติดเชื้อ 63 ราย และที่บริษัทกล่องกระดาษ อ.เมือง มีผู้ติดเชื้อ 45 ราย
  • พระนครศรีอยุธยา ที่คลังสินค้า อ.วังน้อย มีผู้ติดเชื้อ 19 ราย
  • ภูเก็ต ที่แพปลา อ.เมือง มีผู้ติดเชื้อ 18 ราย

ประจวบคีรีขันธ์ เร่งจัดทำแผนเปิดหัวหินรับนักท่องเที่ยวต่างชาติใน ต.ค. นี้

นายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฯ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งจัดทำแผนการเปิดเมืองหัวหินต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วแบบไม่ต้องกักตัว ตามโครงการหัวหิน รีชาร์จ พร้อมสำรวจจำนวนบุคลากรภาคการท่องเที่ยวและบริการในเขตเทศบาลเมืองหัวหินว่ามีผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด -19 แล้วกี่คน ยังไม่ได้รับกี่คน เพื่อเสนอแผนการท่องเที่ยวไปยังส่วนกลางให้ได้รับการสนับสนุนวัคซีนมาฉีดให้กับบุคลากรภาคการท่องเที่ยวและบริการได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในเขตเทศบาลเมืองหัวหินไม่ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากร

นอกจากนี้ ยังมีองค์การบริหารส่วนจังหวัดฯ เทศบาลเมืองหัวหิน และภาคเอกชน ช่วยสนับสนุนการจัดซื้อวัคซีนซิโนฟาร์มนำมาฉีดให้กับประชาชนอีกทางหนึ่งด้วยเพื่อให้สามารถเปิดการท่องเที่ยวเมืองหัวหินได้ทันตามแผนในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้ได้ เพราะรายได้ทางเศรษฐกิจของ จ.ประจวบฯ มาจากการท่องเที่ยวและบริการเป็นหลัก

สตูล ขอความร่วมมือพิจารณาหญิงตั้งครรภ์ Work From Home ลดเสี่ยงโควิด – 19

นายชาติชาย ไชยพิมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เปิดเผยว่า จังหวัดสตูลได้รับแจ้งจากกระทรวงมหาดไทยว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกแนวปฏิบัติในการดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 เพื่อเป็นแนวทางให้ทุกภาคส่วนได้พิจารณาดำเนินการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์

ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามแนวปฏิบัติในการดูแลสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 จังหวัดสตูล จึงขอความร่วมมือให้ส่วนราชการทุกส่วนราชการดำเนินการตามแนวปฏิบัติดังกล่าว โดยเฉพาะการพิจารณาให้หญิงตั้งครรภ์ทำงานแบบ Work From Home หรือมอบหมายให้ปฏิบัติงานที่ลดความเสี่ยงในการสัมผัสหรือการพบปะผู้คนเป็นจำนวนมาก โดยคำนึงถึงสุขภาพหญิงตั้งครรภ์และความสมัครใจของหญิงตั้งครรภ์เป็นสำคัญ อีกทั้งเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ต่อไปด้วย

เร่งผลักดันกฎหมายเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงแนวทางการพัฒนากฎหมายเพื่อเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว ภายในปี 2565 และการขับเคลื่อนมาตรการกำกับการนำเข้าเศษพลาสติกว่า ที่ผ่านมาปัญหาขยะพลาสติกส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความรู้สึกของประชาชน จึงจำเป็นทั้งด้านข้อมูลผลกระทบต่อระบบนิเวศที่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ และข้อมูลปริมาณขยะพลาสติกที่เข้าสู่บ่อฝังกลบ (Landfill) ที่ต้องผลักดันไปสู่การพัฒนากฎหมายเพื่อเลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว โดยเฉพาะถุงพลาสติกแบบบางที่มีขนาดน้อยกว่า 36 ไมครอน หลอดพลาสติก และแก้วพลาสติกแบบบาง รวมถึง ต้องเพิ่มการสร้างความรับผิดชอบจากผู้ผลิตและการสร้างวินัยให้กับผู้บริโภคควบคู่กันไปด้วย ทั้งนี้ การกำหนดการนำเข้าเศษพลาสติกในปัจจุบัน ประเทศไทยนำเข้าเศษพลาสติกปี 2564 ช่วงเดือนมกราคม-มิถุนายน รวมปริมาณ 71,182 ตัน กรมควบคุมมลพิษ จึงเตรียมการเสนอมาตรการกำกับการนำเข้าเศษพลาสติกต่อคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยกำหนดการนำเข้าเศษพลาสติกปี 2564 ในปริมาณ 250,000 ตันต่อปี หรือประมาณร้อยละ 50 ของกำลังการผลิตทั้งหมดของโรงงาน จากปีฐาน 2563 ร่วมกับ การใช้เศษพลาสติกภายในประเทศปริมาณ 250,000 ตันต่อปี และกำหนดให้ลดปริมาณการนำเข้าเศษพลาสติกปีละร้อยละ 20 หรือประมาณ 50,000 ตัน และห้ามนำเข้าเศษพลาสติก 100 เปอร์เซ็นต์ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ด้วยการสนับสนุนการใช้เศษพลาสติกภายในประเทศเพื่อเป็นวัตถุดิบในโรงงาน 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้สอดรับกับนโยบายขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยระบบการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model)

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ประเทศไทย ได้กำหนด Road Map การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561-2573 ด้วยการกำหนดเป้าหมายสำคัญ 2 ประการ คือ การลดเลิกใช้พลาสติกเป้าหมายแล้วใช้วัสดุทดแทนที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยให้เลิกใช้พลาสติกหุ้มฝาขวดน้ำดื่ม ผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ผสมสารอ๊อกโซ่ (Oxo) และไมโครบีดส์เมื่อปี 2562 และกำหนดให้เลิกใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วแบบบางน้อยกว่า 36 ไมครอน กล่องโฟมบรรจุอาหาร แก้วพลาสติกแบบบางน้อยกว่า 100 ไมครอน และหลอดพลาสติกภายในปี 2565 และสุดท้าย การนำขยะพลาสติกเป้าหมายกลับมาใช้ประโยชน์ 100 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2570

ขอนแก่น เปิดโรงพยาบาลสนามอำเภอชุมแพ รองรับผู้ป่วยโควิด-19

นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดโรงพยาบาลสนามอำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น พร้อมกล่าวว่า โรงพยาบาลชุมแพ ได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่บริการในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ใน 5 อำเภอ โซนทิศตะวันตกของจังหวัดขอนแก่น รวมถึงผู้ป่วยบางส่วนจากพื้นที่ใกล้เคียงและยังเป็นพื้นที่ที่รองรับบริการจากผู้ป่วยจากจังหวัดอื่นๆ ในเบื้องต้น ผู้ป่วยโควิด-19 กว่า 500 คน ในชุดแรก โรงพยาบาลชุมแพ ได้ทำการรักษาไปแล้ว และบางส่วนก็ได้กลับบ้านแล้ว โดยเทศบาลเมืองชุมแพ และหน่วยทหารได้สนับสนุนกำลังพลและรถในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย รวมถึงผู้ป่วยที่มีอาการดีขึ้นได้กลับสู่ชุมชนต่างๆ และเทศบาลเมืองชุมแพ ได้ใช้อาคารสถานที่ โรงเรียนเทศบาล 1 (สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอุปถัมภ์) เป็นโรงพยาบาลสนามของผู้ที่ step down หรือผู้ที่รักษามา 10 วันแล้วและอาการดีขึ้น ได้เข้าสู่ขั้นตอนการพักคอยเพื่อที่จะเดินทางกลับไปสู่ภูมิลำเนา เพื่อเข้าสู่กระบวนการ home isolation หรือ community isolation ในขั้นตอนต่อไป

สำหรับอาคารโรงพยาบาลสนามอำเภอชุมแพ แห่งนี้รองรับผู้ป่วนได้ 75- 100 เตียง โดยชั้นที่ 2 จะเป็นพื้นที่่สำหรับผู้หญิง ชั้นที่ 3 เป็นพื้นที่ของครอบครัว ชั้นที่ 4 สำหรับผู้ชาย ซึ่งมีความพร้อมในเรื่องเครื่องมือการตรวจเช็ครักษาความปลอดภัย โดยการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองชุมแพ

สืบเนื่องจาก การที่โรงพยาบาลชุมแพ ได้กำหนดให้เป็นจุดรับมือของสถานการณ์ COVID-19 และโรคอื่นๆ เพราะเป็น Smart City เมืองใหม่เฟสที่ 1 ที่เน้นให้เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ทางทิศตะวันตก เพื่อดูแลพื้นที่ห่างไกลจากตัวจังหวัดและจังหวัดอื่นๆ ข้างเคียงด้วย จึงมีความพร้อมทางด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ในการเป็น Medical hub อีกด้วย

พญ.ดวงพร อัศวราชันย์ ผู้อำนวยโรงพยาบาลชุมแพ กล่าวว่า โรงพยาบาลสนามอำเภอชุมแพ เกิดจากการแก้ปัญหาระดับอำเภอ โดยคณะกรรมการบริหารศูนย์ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอำเภอชุมแพ เพื่อแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโรค covid-19 ซึ่งมีความรุนแรงและเพิ่มทวีมากขึ้น ทำให้เตียงรองรับผู้ป่วยในโรงพยาบาลชุมแพมีไม่เพียงพอที่จะสามารถรองรับผู้ป่วยได้ ปัจจุบันโรงพยาบาลชุมแพ สามารถรับผู้ป่วยโควิด- 19 ที่มีอาการระดับรุนแรง ปานกลาง รุนแรงน้อย และไม่มีอาการได้ แต่มีจำนวนผู้ป่วยรอเตียงอีกจำนวนมาก ประกอบกับผู้ป่วยที่กลับมาจากจังหวัดพื้นที่เสี่ยงและผู้ป่วยติดเชื้อในพื้นที่ ทำให้โรงพยาบาลชุมแพ มีข้อจำกัดไม่เกี่ยวกับสานที่ ไม่สามารถขยายบริการได้ จึงต้องเพิ่มศักยภาพในการดูแลผู้ป่วยนอกสถานบริการ เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลรักษาในระบบสาธารณสุขอย่างรวดเร็ว ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ โดยโรงพยาบาลสนามอำเภอชุมแพ รองรับผู้ป่วยที่ไม่มีอาการและอาการดีขึ้น ที่นอนรักษาในโรงพยาบาลมาแล้ว มาดูแลต่อ เพื่อให้หายจากโรคและไม่แพร่กระจายเชื้อ สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ

EA รับรางวัล GREEN PROJECT OF THE YEAR 2021

บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ได้รับรางวัล “GREEN PROJECT OF THE YEAR 2021” ประเภท COUNTRY DEAL AWARDS (ASEAN) ในงาน “The Asset Triple A Infrastructure Awards 2021” จัดโดยนิตยสาร The Asset ซึ่งเป็นนิตยสารการเงินชั้นนำแห่งเอเชีย ที่มุ่งเน้นความเป็นเลิศทางด้านการดำเนินงานการเงิน การลงทุน จากการที่บริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนสินเชื่อเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือ Green Loan ที่ออกโดยธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) มูลค่า 1,500 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ได้มีแผนนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการผลิตของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ และโรงไฟฟ้าพลังงานลมให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น รวมถึงใช้ลงทุนในโครงการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานทั้งระบบ Ultra Fast Charge, Super Fast Charge และ Normal Charge ทั่วประเทศ ตามแผนงานที่จะรองรับการขยายธุรกิจในยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ ช่วยลดการปล่อยคาร์บอน ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ทั้งนี้นับว่า EA ถือเป็นบริษัทแรกของประเทศไทยที่ได้รับสินเชื่อว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Loan) ที่ผ่านการรับรองโดย Climate Bond Initiative ซึ่งเป็นผู้จัดการกรอบการรับรองและมาตรฐานพันธบัตรเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ