ทดลองออนแอร์ T Sports 7 ช่องกีฬาและท่องเที่ยว บนโครงข่าย อสมท

นายสิโรตม์ รัตนามหัทธนะ กรรมการและรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บมจ. อสมท หนึ่งในผู้ได้รับใบอนุญาตให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล ซึ่งได้ติดตั้งสถานีเครื่องส่งโทรทัศน์ จํานวน 39 สถานีหลัก และ 129 สถานีเสริม ครอบคลุมจำนวนครัวเรือนกว่า 95% ของประเทศ หรือกว่า 22 ล้านครัวเรือนเดิม บมจ.อสมท มีผู้ใช้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล จำนวน 3 ช่องรายการ ซึ่งเป็น ช่องรายการโทรทัศน์ดิจิตอลแบบความคมชัดสูง (High Definition)  จำนวน 2 ช่องรายการ ได้แก่ ไทยรัฐทีวี ช่องหมายเลข 32 ดำเนินการโดย บริษัท ทริปเปิ้ลวี บรอดคาสท์ จำกัด และ MCOT HD  ช่องหมายเลข 30 ดำเนินการโดย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) และ ช่องรายการโทรทัศน์ดิจิตอลแบบความคมชัดปกติ (Standard Definition) จำนวน 1 ช่องรายการ คือ สถานีโทรทัศน์รัฐสภา ช่องหมายเลข 10 ดำเนินการโดย สำนักงานเลขานุการสภาผู้แทนราษฎร

ล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้รับอนุญาตจาก สำนักงาน กสทช. ให้ดำเนินโครงการทดลองส่งสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล เพื่อส่งเสริมยุทธศาสตร์ประเทศด้านการท่องเที่ยวและกีฬา ภายใต้ชื่อช่อง T Sports 7  ช่องหมายเลข 7 โดยออกอากาศผ่านโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลของ บมจ. อสมท แบบความคมชัดปกติ (Standard Definition) เป็นระยะเวลา 6 เดือน (เริ่ม ก.ค. 2564 –  ม.ค. 2565)

สำหรับ ช่อง T Sports 7 เริ่มออกอากาศ บนโครงข่ายฯ ของ  บมจ. อสมท  เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นมา โดยเริ่มถ่ายทอดสดพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 32 “โตเกียว 2020” และดำเนินการถ่ายทอดสดกีฬาโอลิมปิกฯ ทุกประเภท เมื่อเข้าสู่เนื้อหารายการปกติภายหลังการถ่ายทอดกีฬาโอลิมปิก จะนำเสนอข่าวสารและรายการเกี่ยวกับกีฬาและการท่องเที่ยวที่มีสาระประโยชน์แก่ผู้ชมอย่างต่อเนื่อง ทั้งเนื้อหารายการข่าวกีฬาและการท่องเที่ยว การถ่ายทอดสดกีฬาจากสมาคมกีฬาต่างๆ ทั้งนี้เพื่อการพัฒนากีฬาโดยภาพรวม รวมถึงการส่งเสริมการท่องเที่ยว

นายสิโรตม์ กล่าวต่อไปว่า ช่อง T Sports 7  ถือเป็นช่องกีฬาคุณภาพ ที่ช่วยเพิ่มทางเลือกที่หลากหลายในการรับชมกีฬาของคนไทย  มั่นใจว่าด้วยศักยภาพความพร้อมด้านเทคโนโลยีและบุคลากรของ บมจ.อสมท และวิสัยทัศน์ขององค์กรที่เป็น ผู้นำเสนอเนื้อหาที่น่าเชื่อถือ เที่ยงตรง และรวดเร็ว จะพร้อมสนับสนุนการออกอากาศของช่อง T Sports 7 อย่างมีประสิทธิภาพ ติดตามรับชม ช่อง T Sports 7 โดยกดหมายเลข 7 ผ่านกล่องทีวีดิจิตอลภาคพื้นดิน (DVB-T2) หรือเครื่องรับโทรทัศน์ที่สามารถรับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้โดยตรง หากพบปัญหาในการรับชม ติดต่อ Call Center ของ บมจ.อสมท โทร 02251 7256 และ Call Center ของ สำนักงาน กสทช. โทร 1200

บล.ไทยพาณิชย์ แต่งตั้ง ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ นั่งเก้าอี้ CEO คนใหม่

บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) ประกาศแต่งตั้ง ดร.อารักษ์ สุธีวงศ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ รับภารกิจสำคัญในการขับเคลื่อน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ มุ่งต่อยอดความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลักของบล.ไทยพาณิชย์ด้าน Securities และTrading พร้อมเพิ่มขีดความสามารถด้านนวัตกรรม เพื่อเร่งการเติบโตด้านการลงทุนผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital Investment) รวมถึงเตรียมความพร้อมในการสร้างนวัตกรรมการลงทุนแห่งอนาคตที่จะเข้ามาพลิกโฉมธุรกิจการเงินและธนาคารในอนาคต

ทั้งนี้ นอกจากการเข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ไทยพาณิชย์ แล้ว ดร.อารักษ์ยังคงดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ควบคู่กับการดูแลบริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งคอมพานี ในเครือธนาคารไทยพาณิชย์ ที่มุ่งเน้นด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม และการลงทุนที่สามารถสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารอีกด้วย

 บล.ไทยพาณิชย์ในปัจจุบันได้ให้บริการดิจิทัลแพลตฟอร์มการลงทุน อาทิ EASY INVEST ที่มีความพร้อม สามารถต่อยอดไปสู่การลงทุนในด้านอื่น ๆ ในอนาคตได้อีกมาก มีศักยภาพที่จะช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ได้อย่างแข็งแกร่ง และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันการลงทุนในยุคดิจิทัลของกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ ที่มุ่งหวังจะช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงิน และกระจายโอกาสในการเข้าถึงการลงทุนให้กับคนไทยได้อย่างทั่วถึง

ด้านการศึกษา ดร. อารักษ์ จบการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านวิศวกรรมศาสตร์ จาก Stanford University, California ประเทศสหรัฐอเมริกา ปริญญาโทและปริญญาตรีด้านวิศวกรรมศาสตร์จาก Carnegie Mellon University, Pennsylvania ประเทศสหรัฐอเมริกา

ตลาด Food Delivery เดือด! เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป เปิดบริการส่งอาหารฟรี

1312 FOODHUNT DELIVERY ช่องทางการสั่งอาหารภายในเครือบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด (Central Restaurants Group : CRG) หนึ่งในผู้นำธุรกิจร้านอาหารเครือข่าย (Food Chain Industry) ของประเทศไทย ปัจจุบันได้มีการพัฒนาปรับโฉมใหม่ ให้การใช้งานบนแอปพลิเคชั่นและ เว็บไซต์ ง่าย สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Something Special, Something More” เพื่อมอบสิ่งพิเศษที่เหนือกว่าใคร ให้ลูกค้าคนสำคัญ ได้มาอิ่มอร่อยกับหลากหลายร้านอาหารชั้นนำในเครือ CRG พร้อมรับโปรโมชั่นที่ดีที่สุด ในราคาที่คุ้มค่าทุกการสั่งซื้อ

ดร. ฉัตรชัย อุณหโภคา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายกลยุทธ์องค์กร เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ร้านอาหารทุกร้านต่างได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ ทำให้ไม่สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเหลือเพียงช่องทางเดลิเวอรี่เพียงช่องทางเดียวเท่านั้น ส่งผลให้ยอดการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชั่นเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เราจึงตั้งใจเร่งพัฒนาแอปพลิเคชั่น 1312 FOODHUNT DELIVERY ของเราใหม่ ทั้งรูปแบบของการให้บริการกับลูกค้า โดยปรับโฉมใหม่สำหรับช่องทางออนไลน์ รวมถึงเพิ่มจุดให้บริการเดลิเวอรี่มากขึ้น พร้อมกับขยายสาขาให้บริการไปทั่วประเทศ อีกทั้งยังเพิ่มเติมในส่วนการทำโปรโมชั่น และแคมเปญร่วมกับกลุ่มคู่ค้ารายสำคัญ เพื่อมอบสิ่งพิเศษให้กับลูกค้าได้คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ซึ่งในช่วงล็อกดาวน์นี้ 1312 FOODHUNT DELIVERY ได้จัดแคมเปญสุดคุ้มยกขบวนแบรนด์ชั้นนำทั้ง 16 แบรนด์ในเครือซีอาร์จี มาจัดแคมเปญส่งฟรีให้ลูกค้าที่อยู่ในรัศมี 10 กิโลเมตรแรก เมื่อสั่งขั้นต่ำ 200 บาท และพิเศษยิ่งขึ้นกับส่วนลดสูงสุดถึง 50%

โปรโมชั่นล็อกดาวน์ ส่งฟรีทุกๆ เมนู ในระยะ 10 กิโลเมตรแรก กับ 16 แบรนด์ชั้นนำในเครือซีอาร์จี ได้แก่ Mister Donut, Auntie Anne’s, Pepper Lunch, Chabuton, Cold Stone Creamery, Thai Terrace, Yoshinoya, Ootoya, Tenya, Katsuya, Aroidee, Salad Factory, Brown Café, Arigato และ Somtamnua เพียงมียอดซื้อขั้นต่ำ 200 บาท เท่านั้น และต่อเนื่องกับโปรโมชั่นส่วนลดค่าอาหารทุกแบรนด์ลดสูงสุดถึง 50% อาทิ จ่ายครึ่งราคา หรือ ซื้อ 1 แถม 1 รับรองว่าคุ้มค่าทุกการสั่งซื้อแน่นอน โปรเด็ดช่วยคนไทยแบบนี้ มีเต็มๆ 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม 2564 ไปจนถึง 31 สิงหาคม 2564

โดยสามารถสั่งเดลิเวอรี่ได้ทั้ง 4 ช่องทาง

  1. Application:
  2. Website: foodhunt.com
  3. โทรสั่งผ่านเบอร์ 1312
  4. แชทผ่านไลน์ @1312food หรือคลิก: https://lin.ee/z7YuUwe

ออฟฟิศเมท จัด INFINITE SALE ลดไม่กั๊ก แถมไม่หยุด ประหยัดสูงสุด 80% ตลอด ส.ค. นี้

ออฟฟิศเมท และ ออฟฟิศเมท พลัส ในเครือเซ็นทรัล รีเทล จัดหนักจัดเต็ม มอบความประหยัดให้ SME แบบไม่สิ้นสุดรับเดือน 8! กับแคมเปญ “INFINITE SALE ลดไม่กั๊ก แถมไม่หยุด” สินค้าจำเป็นสำหรับธุรกิจและครัวเรือนในช่วงล็อกดาวน์ ลดสูงสุด 80%  ตลอดเดือนสิงหาคม 2564 พร้อมบริการจัดส่งฟรีในวันทำการถัดไป* เพียงช้อปครบ 499.- (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) ให้คุณช้อปมั่นใจ ได้ของไวทันใช้!! ลูกค้า 99% ได้สินค้าตรงเวลา ด้วยรถและทีมจัดส่งของออฟฟิศเมท

ล็อกดาวน์นี้ทำงานที่ไหนก็ได้! ด้วยชุดเฟอร์นิเจอร์ครบเซ็ตสุดชิค พร้อมอุปกรณ์สำนักงาน ไอทีคู่ใจ ลดสูงสุด 80% อาทิ เม้าส์ไร้สาย ลำโพงบลูทูธ แท่นชาร์จไร้สาย เครื่องพิมพ์มัลติฟังก์ชั่นอิงค์เจ็ท หมึกพิมพ์ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล โต๊ะทำงาน เก้าอี้เพื่อสุขภาพ เก้าอี้ทำงาน และชั้นวาง                          

พิเศษ…! ช้อปเฟอร์นิเจอร์ครบตามกำหนด รับของแถมสุดปัง LED TV 40 นิ้ว, เครื่องฟอกอากาศ, ไมโครเวฟระบบสัมผัส, พัดลมตั้งโต๊ะ 16 นิ้ว และหม้อสุกี้ (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)

อยู่บ้านปลอดภัย คลีนทุกมุมให้สะอาด! ไอเทมทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ลดสูงสุด 58%  อาทิ น้ำยาฆ่าเชื้อโรค สเปรย์ฆ่าเชื้อโรค แอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดพื้น ถุงมือยาง กระดาษชำระ  ถุงขยะทั่วไป และถุงขยะสีแดงสำหรับขยะติดเชื้อ เป็นต้น

สนใจช้อป ออฟฟิศเมท คลิกเลย! ส่งฟรีถึงบ้านเมื่อช้อป 499.-* (ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด) ลูกค้ากรุงเทพและปริมณฑล รับสินค้าในวันทำการถัดไป* มั่นใจทุกคำสั่งซื้อ! ด้วยมาตรการป้องกันโควิด-19  ตั้งแต่กระบวนการจัดเตรียมสินค้า จนจัดส่งถึงมือลูกค้าโดยทีมงานจัดส่งของออฟฟิศเมท ลูกค้าต่างจังหวัดรับสินค้าใน 3 วันทำการ ช้อปสะดวกและง่ายทุกช่องทาง!

  • ช้อปออนไลน์ได้ตลอด 24 ชม. ที่ OfficeMate Mobile App และเว็บไซต์ คลิกเลย! 
  • โทรสั่งซื้อง่ายๆ กับ OfficeMate Contact Center 1281 ให้บริการทุกวัน 8:00 – 22:00 น.

 

มัดรวมร้านดังย่านสยาม-สามย่าน บริการ Delivery ถึงบ้าน

ร้านดังย่านสยาม-สามย่าน ร่วมใจจัดโปรโมชั่นสุดปังบริการส่งความอร่อยด้วยบริการ Delivery ถึงบ้าน สายกินกับแคมเปญ Work from home นี้ไม่มีเหงาอีกต่อไป พบกับความอร่อยฟินจาก ร้านดัง ร้านเด็ด เอาใจคน Work From Home พร้อมส่งแล้ววันนี้

ย่านสยามสแควร์ นอกจากเป็นLandmark ของสายแฟชั่น สายบิวตี้แล้ว สยามยังมีร้านอาหารที่ขึ้นชื่อเรื่องความอร่อย ความมีเอกลักษณ์ ยกขบวนกันมาอีกหลายๆร้าน หลายๆแบรนด์ อาทิ

o Nice Two Meat U สยามสแควร์ซอย 3 ปิ้งย่างสไตล์เกาหลี คุณภาพพรีเมียม กับโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้สั่ง Delivery รับส่วนลดค่าส่งทันที 200 บาท เมื่อสั่งครบ 1,500 บาท รับบริการ Delivery LINE@nicetwomeatu โทร.02-252-9334
o สวนผัก โอ้กะจู๋ สยามสแควร์ซอย 2 ปลูกผักเพราะรักแม่ เอาใจสาย Healthy ด้วยความสดของผักปลอดสารพิษและวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยม กับโปรโมชั่นเมนูพิเศษฉลองวันแม่แห่งชาติ “รสมือแม่” พร้อมโปรโมชั่นคัดสรรเมนู ซื้อ 1 แถม 1 สำหรับสมาชิก Member Club โอ้กะจู๋ รับบริการ Delivery :Line @OHKAJHU, โทร.0623094545
o Chicken Club สยามสแควร์ ซอย 7 ไก่ทอดเกาหลีสุดฮิต ตามรอยซีรีย์ด้วยอาหารเกาหลีสไตล์คนชิค Chicken Club รับส่วนลดพิเศษ 15 % ทันทีเมื่อสั่งผ่าน Line official Chickenclub รับบริการ Delivery :LINE @chickenclubth, โทร. 020739819
o เจ๊แดง ส้มตำรสเด็ด อิ่มแซส้มตำ สยามสแควร์ซอย 10 กับตำนานคอหมูย่างร้านดัง น้ำจิ้มสุดแซ่บ พิเศษชุด คอหมูย่างชุดใหญ่ ลดเหลือเพียง 299 บาท ! เมื่อสั่งผ่าน Grabfood เท่านั้น รับบริการ DeliveryLine : @jaedangsamyan
o ผัดไทยไฟทะลุ Master of Phad Thai แห่งสยามประเทศ สยามสแควร์ ซอย10 ผัดไทยสุดร้อนแรงรสชาติกำลังดีลงตัวแบบไม่ต้องปรุง รับส่วนลด30% เฉพาะที่ Grabfood รับบริการ Delivery โทร. 089-811-1888 Call center, Line official: @padthaifaitalu
o รสโปรด อาหารไทยต้นตำรับ อร่อยจัดจ้านทุกเมนู สยามสแควร์ ซอยจุฬาลงกรณ์ 64พิเศษ ซื้อ 1แถม1 โปรโมรชั่นจานเดียวไม่เดียวดายอีกต่อไป เมื่อซื้อเมนูที่ร้านกำหนด แถมฟรี! ข้าวไข่ข้นมูลค่า 69 บาท รับบริการ Delivery โทร.061-149-6659

ยังไม่หมด ยังมีเมนูเด็ดจากร้านดังอีกมากมาย อาทิ SEEFAH, Hongkong Noodle, โรงแรม Novotel Siamsquare, Shinkanzen sushi, Rosprod(รสโปรด), โคตรยำ, Red sun, Kin Donburi, Yuzu Omakase, Yuzu ramen, Sone (ซน), Tonoak (ร้านต้นโอ๊ก), Thai Thai Boat Noodles (ไทยไทย ก๋วยเตี๋ยวเรือ), ตำยั่ว ครกยักษ์ และ BADBQ

พร้อมกันนี้ที่ “ย่านสามย่าน” ยังมีฮไลท์ร้านเด็ดระดับตำนานแห่งสามย่าน ที่ไม่ควรพลาดกับร้านที่ถูกปาก ถูกใจหลายๆคน อาทิ

o ตุ้งแฉ่เตาถ่าน ร้านตั้งอยู่ระหว่างจุฬาฯ 16กับ 18 ใช้เตาถ่านในการปรุงอาหาร ให้กลิ่นหอมของก้นกระทะทุกเมนูสั่งอาหารDelivery รับฟรีน้ำสมุนไพร และเมื่อ ซื้อสินค้าครบ 250 บาท รับสเปรย์แอลกอฮอล์ฟรีทันที (1ท่าน/1สิทธิ์) รับบริการ Deliveryโทร./ Line: 085-341-5294
o เจ๊นา คิทเช่น ตลาดสามย่านชั้น 2 ซีฟู้ด ที่เดียวจบครบทุกเรื่องทะเล วัตถุดิบคัดแล้วคัดอีก ปรุงรสชาติด้วยสูตรพิเศษของร้านกับโปรโมชั่นพิเศษรับส่วนลดค่าส่ง 100 บาท เมื่อสั่งซื้อสินค้าครบ 1,500 บาท  รับบริการ Delivery โทร. 08-4155-6005
o กอล์ฟปาท่องโก๋ ตรงข้ามซอยจุฬาฯ 12 ถนนบรรทัดทอง ปลาท่องโก๋สูตรจากภาคใต้ที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษของครอบครัว ปาท่องโก๋จะมีความกรอบนอกนุ่มใน ไม่แข็ง ไม่เหนียว ไม่อมน้ำมัน ให้รสชาติอร่อยและดีต่อสุขภาพ กับโปรโมชั่น ซื้อปลาท่องโก๋ครบ 100 บาท รับฟรีทันที นมข้นหวาน 1 กระปุก  รับบริการ Delivery โทร.08-9062-0741
o บ้านคุณนพ  ทายาท ตำนานก๋วยเตี๋ยวอร่อยย่านสยามสแควร์รสดีเด็ด ตั้งอยู่ริมถนนบรรทัดทอง ที่วันนี้ประยุกต์เนื้อวัวไทยให้พรีเมียมแบบไม่มีใครเคยทำ มีเมนูราเมงซี่โครงเนื้อตุ๋น เป็นเมนูเด่นประจำร้านริมถนนบรรทัดทองเยื้องอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ เนื้อสไลซ์และอาบน้ำเนื้อลดราคาพิเศษกว่า 10 เมนู รับบริการ Delivery โทร.09-2595-5165
นอกจากนี้ ยังมีเมนูเด็ดจานด่วนจาก Street food ชื่อดังสามย่านให้เลือกสั่งอีกมากมาย อาทิเพ้งคั่วไก่ ราชาก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่, ล้งเล้งลูกชิ้นปลา,ก๋วยเตี๋ยวเอี่ยมน้อย, ตั้งซุ่ยเฮงโภชนา, ถ้วยถังไอติม ,อ้วน-ผอม สเต็กสามย่าน ,ก๋วยเตี๋ยวเป็ดรสเด็ด, ข้าวขาหมูสามย่าน, เกาเหลาเลือดหมู ข้าวต้มปลา ดับเพลิง สามย่าน, ฌาบีบี เฮ้าส์, Burn Cheeseหรือหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pmcu.co.thหรือ www.facebookpage Siam square &สวนหลวงสามย่า

พาราไดซ์ พาร์ค มอบคอมพิวเตอร์ ให้สำนักงานเขตประเวศสนับสนุนปฎิบัติงานโควิด-19

ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ในเครือเอ็ม บี เค นำโดย นายเอกรัตน์ ชลลัมพี (ที่ จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร บริษัท พาราไดซ์ พาร์ค จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค และคณะ มอบคอมพิวเตอร์ให้สำนักงานเขตประเวศ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่ ที่ศูนย์พักคอยเพื่อส่งต่อผู้ป่วยโควิด-19 ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหนองบอน ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีนายวรเศรษฐ์ วิศาลศักดิ์ (ที่ จากซ้าย) ผู้อำนวยการเขตประเวศ พร้อมด้วย นางสาวพนิดา แก้วมาก (ที่ จากซ้าย) ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตประเวศ และนางสกุลทิพย์ วิวัฒน์ศรี (ที่ จากซ้าย) หัวหน้าฝ่ายพัฒนาชุมชนและสวัสดิการสังคม เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหนองบอน สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร

โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ครบถ้วน พร้อมจ่ายไฟ ต.ค. นี้

โครงการ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ เขื่อนสิรินธร ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้อนุมัติให้ กิจการค้าร่วม บี.กริม เพาเวอร์-เอ็นเนอร์จี้ ไชน่า (B.Grimm Power-Energy China Consortium) เป็นผู้ชนะการประกวดราคา และเป็นผู้รับผิดชอบส่วนงานการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้แก่ กฟผ. ซึ่งมีการลงนามไปเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2563 แล้วนั้น

ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า ความคืบหน้าล่าสุด บริษัทได้มีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์กับทุ่นลอยน้ำในเขื่อนสิรินธรครบทั้งหมด 7 ชุด พร้อมติดตั้งทุ่นคอนกรีตของระบบยึดโยงใต้น้ำและก่อสร้างอาคารสวิตช์เกียร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดย กฟผ. ได้เริ่มทดสอบการขนานเครื่อง (First Synchronization) ชุดแรกเมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 และจะทำการทดสอบอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะสามารถจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนตุลาคม 2564 นี้

โครงการ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำ เขื่อนสิรินธร  ถือเป็นโครงการแบบไฮบริดที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนี้  มีกำลังการผลิต 45 เมกะวัตต์ มูลค่าโครงการกว่า 842 ล้านบาท ใช้แผงโซลาร์เซลล์ชนิดดับเบิ้ลกลาสที่เหมาะสมกับการวางแผงโซลาร์เซลล์ใกล้ผิวน้ำที่มีความชื้นสูง และมีการเคลื่อนไหวของผิวน้ำอยู่ตลอดเวลา และใช้ทุ่นลอยน้ำชนิด HDPE (High Density Polyethylene) ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม โดยติดตั้งอุปกรณ์ทั้งหมดบนพื้นที่ผิวน้ำกว่า 450 ไร่ ใช้ระบบส่งไฟฟ้าเดิมร่วมกับเขื่อนของ กฟผ. เช่น หม้อแปลง  สายส่ง สถานีไฟฟ้าแรงสูง ทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าในอนาคตมีราคาถูกลง โดยสามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดร่วมกันระหว่างพลังงานแสงอาทิตย์และพลังน้ำ เพื่อเสริมความมั่นคงพลังงานสะอาดของประเทศไทย โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2) ได้ประมาณ 47,000 ตันต่อปี

ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ กล่าวว่า การพัฒนาและสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำให้กับ กฟผ. ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนของประเทศไทย รวมถึงเป็นโอกาสในการพัฒนาและดำเนินการโครงการโซลาร์ทุ่นลอยน้ำในโครงการอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต ด้วยความพร้อมและศักยภาพของบริษัทภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก “เอ็นเนอร์ยี่ ไชน่า” ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีศักยภาพและความได้เปรียบสูงในการบริหารจัดการต้นทุน การจัดหาวัสดุอุปกรณ์และการพัฒนาเทคนิควิศวกรรมที่มีคุณภาพ มีประสิทธิภาพเพื่อรองรับการพัฒนาและก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

บี.กริม เพาเวอร์ มุ่งมั่นดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านการพัฒนาพลังงานสะอาด พร้อมตอบโจทย์รูปแบบความต้องการใช้พลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปขององค์กรต่าง ๆ โดยเฉพาะองค์กรระหว่างประเทศที่มีนโยบายลดการสร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระยะยาว ซึ่งบริษัทพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและร่วมมือกับองค์กรเหล่านี้ เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด เพื่อร่วมกันลดภาวะโลกร้อนและดูแลสิ่งแวดล้อมด้วยกันอย่างยั่งยืน

หารือยกระดับคุมเข้มโควิด-19 โรงงานฯ ตามมาตรการ Bubble and Seal

นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า กนอ.ได้ประชุมร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม อาทิ นายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นพ.อภิชาต วชิรพันธ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แพทย์หญิงหรรษา รักษาคม ผู้อำนวยการกองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค แพทย์หญิงนฤมล สวรรค์ปัญญาเลิศ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ นายปรนนท์ ฐิตะวรรโณ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ นพ.ฆนัท ครุธกูล นายกสมาคมสมาพันธ์สถานประกอบการ

เพื่อสุขภาพและผู้สูงอายุ (HEC) ผ่านระบบออนไลน์ ในประเด็นแนวทางการบริหารจัดการภาคอุตสาหกรรมในสถานการณ์โควิด-19 เพื่อกำหนดนโยบายของ กนอ.เกี่ยวกับการบริหารจัดการภาคอุตสาหกรรมในสถานการณ์โควิด-19 เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 และแนวปฏิบัติของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ในการแบ่งกลุ่มพนักงานเป็นกลุ่มๆ เพื่อลดการสัมผัสระหว่างกัน หรือ Bubble And Seal และระบบดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ภายในโรงงาน (โรงพยาบาลสนามในโรงงาน) หรือ Factory Isolation โดยแบ่งกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงและความเสี่ยงต่ำให้กักตัวในสถานประกอบการ เพื่อจำกัดวงของการระบาดของไวรัสโควิด-19 และทำให้การดำเนินงานในภาคการผลิตยังดำเนินต่อไปได้ตามปกติ

“การเฝ้าสังเกตอาการของผู้มีความเสี่ยงสูงและผู้มีความเสี่ยงต่ำนั้น กรมควบคุมโรคได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ควรแยกจากกันอย่างชัดเจนเป็นคนละกลุ่ม และยังให้เขาทำงานได้ตามปกติ แต่ต้องเฝ้าสังเกตอาการใกล้ชิด ไม่ให้มีการข้ามกลุ่มกันไปมา ซึ่งจะทำให้ไม่ต้องปิดโรงงาน ไม่เกิดการระบาดในชุมชน และพนักงานยังคงมีรายได้ เพื่อให้กระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมดำเนินต่อไปได้ เนื่องจากขณะนี้ต้องยอมรับว่า ภาคอุตสาหกรรมถือเป็นภาคส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเงินให้กับประเทศ ดังนั้น เราจะหามาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการให้ดำเนินงานได้อย่างดีที่สุด”นายวีริศ กล่าว

สำหรับมาตรการ Bubble and Seal จะต้องใช้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคเข้ามากำกับดูแล เช่น ต้องมีการประเมินความเสี่ยงทุกวัน ตรวจคัดกรองกลุ่มที่มีไข้ด้วยแอนติเจนท์ เทสต์ คิท กรณีมีแรงงานเข้ามาใหม่ต้องกักตัวอย่างน้อย 14 วัน ขณะเดียวกันต้องมีมาตรการดูแลด้านสังคมด้วย เช่น จัดเตรียมสถานที่พักในโรงงาน ชุมชน โรงพยาบาลสนาม เพื่อรองรับหากมีผู้ติดเชื้อ รวมทั้งสนับสนุนปัจจัย 4 ในการดำรงชีพ มีการรักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อย  ทั้งนี้ มาตรการ Bubble and Seal ถูกใช้มาแล้วในโรงงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง และสามารถจำกัดการระบาดของไวรัสได้ดีในจังหวัดสมุทรสาครในระลอกที่ 2 ดังนั้นจึงมองว่า หาก กนอ.นำไปประยุกต์ใช้กับโรงงานในนิคมฯ ต่างๆ ทั่วประเทศ น่าจะช่วยลดการแพร่ระบาดได้ ขณะเดียวกันรูปแบบที่ใช้ต้องเหมาะสมกับประเภทกิจการพื้นที่และแรงงานด้วย

“กนอ.จะหารือกับหน่วยงานปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เร่งจัดทำมาตรการ แนวทาง และรูปแบบในการดำเนินการ รวมทั้งอาจจะมีการพัฒนาระบบการแชร์ข้อมูลเพื่อรายงานผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินผลการดำเนินงานต่อไป ขณะที่กระทรวงดิจิทัลฯ เองก็พร้อมให้ความช่วยเหลือในเรื่องของสัญญาณอินเทอร์เน็ต หรือสัญญาณ WiFi ด้วย” ผู้ว่าการ กนอ.กล่าวปิดท้าย

วิกฤตการณ์ขาดแคลน Semiconductor ในอุตฯ ยานยนต์

จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยภาพรวมชะลอตัว แต่ยังมีบางธุรกิจ/อุตสาหกรรม ที่ได้รับผลกระทบด้านบวก อาทิ อุปกรณ์ทางการแพทย์และเวชภัณฑ์ การขนส่งสินค้า อุปกรณ์ด้านคอมพิวเตอร์และสื่อสารโทรคมนาคม เป็นต้น ซึ่งอุตสาหกรรมการผลิตอุปกรณ์ด้านคอมพิวเตอร์และสื่อสารโทรคมนาคมเติบโตอย่างมากในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 เนื่องจากกิจการต่างๆ ปรับรูปแบบให้พนักงานทำงานจากที่พักอาศัย (Work from home) แทน รวมทั้งความต้องการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยเหลือเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและความบันเทิงในที่พักอาศัยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ความต้องการ Semiconductor ที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญในอุปกรณ์ดังกล่าวเติบโตขึ้นมากเช่นกัน

ปัจจุบันทั่วโลกมีผู้ผลิต Semiconductor รายใหญ่จำนวน 17 ราย มีส่วนแบ่งตลาดกว่าร้อยละ 90
ของตลาด Semiconductor ในปี ค.ศ. 2020 ซึ่งผลิตเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย อุปกรณ์สื่อสารแบบมีสาย มาร์โฟน คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล อุปกรณ์ต่อพ่วงของคอมพิวเตอร์ เครื่องจักรอุตสาหกรรม ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องแม่ข่ายและศูนย์ข้อมูล และมี 7 ราย เป็นผู้ผลิต Semiconductor สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ได้แก่ NXP Infineon NVDIA AMD Qualcomm Texas instrument และ Renesas โดยผู้ผลิตทั้ง 7 รายนี้ มียอดจำหน่าย Semiconductor สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์รวมกันคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24 ของยอดจำหน่ายทั้งหมดเท่านั้น และมี NXP Infineon Renesas และ Texas instrument เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของ Semiconductor สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์

ศูนย์สารสนเทศยานยนต์ สถาบันยานยนต์ ได้วิเคราะหถึงสาเหตุของการขาดแคลน Semiconductor ในอุตสาหกรรมยานยนต์นอกจากเหตุการณ์ไฟไหม้โรงงานผลิต Semiconductor แล้วนั้น ยังมีสาเหตุอีกหลายประการที่ทำให้เกิดการขาดแคลนSemiconductor ในอุตสาหกรรมยานยนต์

ประการแรก ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี ค.ศ. 2020 โรงงานผลิตยานยนต์ทั่วโลกได้หยุดการผลิตชั่วคราว เพื่อดำเนินการตามมาตรการ Lockdown ของรัฐบาลในแต่ละประเทศ ทำให้คำสั่งซื้อ Semiconductor สำหรับยานยนต์ขาดช่วงไป ประกอบกับความต้องการใช้งาน Semiconductor ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังเติบโต ทำให้ผู้ผลิต Semiconductor ปรับสายการผลิตไปผลิต Semiconductor ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะอุปกรณ์สื่อสารที่ใช้กับระบบ 5G คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (Personal Computer: PC) และเครื่องแม่ข่าย (Server)

ประการที่สอง แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะฟื้นตัวกลับมาผลิตใหม่อีกครั้ง แต่กระบวนการสั่งซื้อ Semiconductor ใช้เวลานานหลายเดือน โดยการสั่งซื้อ Semiconductor จากโรงงานผลิตเดิมต้องการเวลาล่วงหน้าถึง 4 เดือน ในขณะที่การสั่งซื้อ Semiconductor จากโรงงานใหม่ของผู้ผลิตรายเดิมต้องการเวลาตั้งสายการผลิตเพิ่มขึ้นอีกกว่า 6 เดือน และหากผู้ผลิตรถยนต์ต้องการเปลี่ยนผู้ผลิตรายใหม่ ต้องใช้เวลาในการเตรียมการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 1 ปี หรือมากกว่า นอกจากนั้น หาก Semiconductor ใช้องค์ความรู้จากสิทธิบัตรของผู้ผลิตรายเดิม จะต้องดำเนินการขออนุญาตผลิตเพิ่มเติม และต้องผ่านกระบวนการภายในบริษัท เพื่อยืนยันคำสั่งซื้อซึ่งจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นไปอีก

ประการที่สาม การเพิ่มกำลังการผลิตในสายการผลิตเดิมไม่สามารถทำได้โดยง่าย เนื่องจาก อัตราการใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรม Semiconductor อยู่ที่ประมาณร้อยละ 88 ซึ่งเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูงมากแล้ว และการเพิ่มกำลังการผลิตโดยการตั้งโรงงานใหม่จะใช้เวลากว่า 2ปีในการก่อสร้าง ผู้ผลิตต้องมีการออกแบบ Semiconductor และกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ที่ใช้เวลาในการเตรียมการอีกหลายปี กว่าจะเริ่มผลิต Semiconductor ที่มีจำนวนมากได้

โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้พิจารณาเห็นชอบการปรับปรุงมาตรการส่งเสริม
การลงทุนอุตสาหกรรมผลิต Silicon Wafer ผลิต Semiconductor และผลิต Printed Circuit Board Assembly เนื่องจากเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการของตลาดมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ต้องการเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนสูงขึ้น และต้องใช้เงินลงทุนสูง โดย อุตสาหกรรมผลิต Silicon Waferจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 10ปี จากเดิมสูงสุด 8 ปี ในส่วนของอุตสาหกรรมผลิต Semiconductor จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี จากเดิม 5 ปี แต่ต้องมีการลงทุนค่าเครื่องจักรอย่างน้อย 1,500 ล้านบาท ในขณะที่อุตสาหกรรมผลิต Printed Circuit Board Assembly จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 8 ปี จากเดิม 3 ปี เช่นเดียวกัน แต่ต้องมีการลงทุนค่าเครื่องจักรอย่างน้อย 500 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปัญหาการขาดแคลน Semiconductor ไม่ได้เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมยานยนต์เพียงเท่านั้น เนื่องจากการพัฒนาทาง Technology และการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 ส่งผลให้ความต้องการ Semiconductor เพิ่มสูงขึ้นเกินกว่ากำลังการผลิตในปัจจุบัน โดยทั้งภาครัฐและเอกชนของหลายประเทศพยายามแก้ปัญหา ผ่านการบริหารจัดการกระบวนการจัดซื้อและห่วงโซ่อุปทาน รวมไปถึงการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต แต่อย่างไรก็ดีการลงทุนตั้งโรงงาน่ใหม่จำเป็นต้องใช้เวลา ซึ่งอาจจะยังส่งผลให้ปัญหาการขาดแคลน Semiconductor ยังคงดำเนินต่อไปในช่วงระยะเวลา 1 2 ปี

ซึ่งสามารถติดตามอ่าน แนวทางมาตรการแก้ปัญหาการขาดแคลน Semiconductor ระยะสั้น แล
ระยะยาว ได้ที่เว็บไซต์สถาบันยานยนต์ http://www.thaiauto.or.th หรือ ศูนย์สารสนเทศยานยนต์

ภูเก็ต ประกาศปิด “ตลาดสาธาณะ 1“ หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19

เทศบาลนครภูเก็ต ได้ออกประกาศปิดตลาดสาธารณะ 1 ตลาดบ่านซ้าน ถนนระนอง อำเภอเมืองภูเก็ต เป็นเวลา 7 วัน ระหว่างวันที่ 5-11 สิงหาคม 2564 นี้ หลังพบแรงงานต่างด้าวติดเชื้อโควิด-19 พร้อมตรวจคัดกรองเชิงรุกและสอบสอนโรคกลุ่มพ่อค้า แม่ค้าในตลาดและกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง พร้อมทำความสะอาดฆ่าเชื้อ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่ให้บริการอยู่ในตลาด รวมถึงผู้ไปใช้บริการด้วย

นอกจากนี้ ในส่วนองค์การบริหารส่วนตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง ก็ได้ประกาศปิดสำนักงาน อบต.เทพกระษัตรี เป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 5-6 สิงหาคม 2564 นี้ เนื่องจากมีพนักงานงานของ อบต.เทพกระษัตรี ติดเชื้อโควิด-19 พร้อมพ่นยาฆ่าเชื้อ และจะเปิดทำการอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม 2564 แต่ในส่วนงานสาธารณูปโภคเกี่ยวกับการดูแลระบบประปา และงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ระยะ 1-2 วันนี้ อาจพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูง จากการลงพื้นที่เชิงรุกในการสอบสวนโรคและคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่พบมีการการแพร่ระบาดของเชื้อ พร้อมกันนี้ ทางจังหวัดภูเก็ตขอความร่วมมือให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ D-M-H-T-T-A อย่างเคร่งครัดและงดการเดินทาง หรือการรวมตัว การจัดกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดการระบาดของเชื้อได้