ตู้บุญเติม Big cleaning ครั้งใหญ่ทั่วประเทศ

นายณรงค์ศักดิ์ เลิศทรัพย์ทวี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ FSMART ผู้นำเครือข่ายช่องทางบริการอัตโนมัติและการเงินครบวงจร ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ผ่าน ตู้บุญเติม เปิดเผยว่า บริษัทคำนึงถึงความปลอดภัยของลูกค้าเป็นสำคัญ บริษัทมีนโยบายการคำนึงถึงความสะอาดของตู้  โดยเฉพาะช่วงของการแพร่ระบาดของโควิด -19 ที่ปัจจุบันได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นในหลายพื้นที่ บริษัทยิ่งเข้มงวดมากขึ้น โดยล่าสุดบริษัทได้ร่วมกับตัวแทน “ตู้บุญเติม” ทั่วประเทศ ส่งทีมงานเข้าตรวจสอบ ทำความสะอาด และฆ่าเชื้อตู้บุญเติมครั้งใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสบายใจ และปลอดภัยเมื่อต้องมาใช้งานที่ “ตู้บุญเติม” โดยกำชับให้พนักงานและตัวแทนป้องกันตัวเองอย่างรัดกุม โดยหลังจากนี้จะยังคงรักษามาตรฐานในการให้ตัวแทนดูแล ทำความสะอาด และฆ่าเชื้อพื้นผิวสัมผัสตู้บุญเติมอย่างสม่ำเสมอ

ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดที่รุนแรงมากขึ้น  ตู้บุญเติม กว่า 130,000 ตู้ ทั่วประเทศ จะยังคงให้บริการธุรกรรมต่างๆมากกว่า 80 บริการ  ซึ่งเป็นทางเลือกในการทำธุรกรรมที่สำคัญ ทั้งธุรกรรมเติมเงิน เติมวอลเล็ท ซื้อโปร/แพ็คเสริม ชำระบิล รวมถึงธุรกรรมฝาก-โอนเงิน ซึ่งลูกค้าไม่จำเป็นต้องไปห้างฯ ธนาคาร หรือสถานที่แออัด หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้คน ช่วยลดการเดินทางเพราะ ตู้บุญเติม ตั้งอยู่ทุกชุมชน และหมู่บ้าน เพื่อให้เราสามารถปลอดภัยในวิกฤตเช่นนี้ไปด้วยกัน

เปิด รพ.สนาม สมุทรปราการรวมใจ 5

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดโรงพยาบาลสนามสมุทรปราการรวมใจ 5 (WHA) ขนาด 1,300 เตียง ณ WHA Mega Logistics Center  ชลหารพิจิตร กม. 4 ของ WHART เพื่อรองรับผู้ป่วยประเภทที่ไม่มีอาการ และมีอาการน้อยจากการติดเชื้อโควิด-19

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดโรงพยาบาลสนามสมุทรปราการรวมใจ 5 (WHA) ในพื้นที่โครงการดับบลิวเอชเอ เมกะ โลจิสติกส์  เซ็นเตอร์ ชลหารพิจิตร กม. 4 โดยมี นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ  นางสาว นันทิดา แก้วบัวสา ย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และนางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group เข้าร่วมในพิธีเปิดโรงพยาบาลสนามในครั้งนี้ด้วย

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ. ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ด้วยสถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรปราการการ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน ทำให้โรงพยาบาลของรัฐ และโรงพยาบาลเอกชน ร่วมทั้งโรงพยาบาลสนามที่ดำเนินการอยู่ทั้ง 2 แห่ง ไม่เพียงพอต่อการรองรับจำนวนผู้ป่วย ดังนั้นทางจังหวัดสมุทรปราการ จึงมีนโยบายเร่งจัดหาสถานที่ในการจัดทำเป็นโรงพยาบาลสนามเพิ่มในแต่ละพื้นที่ จากประเด็นดังกล่าว จึงเป็นที่มาของความร่วมมือ และการส่งมอบพื้นที่โรงพยาบาลสนามสมุทรปราการ รวมใจ 5  (WHA) ระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ โรงพยาบาลสมุทรปราการ บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในครั้งนี้

และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายข้างต้น ทางบริษัท ดับบลิวเอชเอ เรียล เอสเตท แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (WHART) มีความยินดีที่ในการสนับสนุนพื้นที่ให้ทางจังหวัดสมุทรปราการใช้อาคารคลังสินค้า (อาคาร ซี) ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 10,000 ตารางเมตร ตั้งอยู่ในโครงการดับบลิวเอชเอ เมกะ โลจิสติกส์ เซ็นเตอร์ ชลหารพิจิตร กม. 4 เป็นพื้นที่จัดตั้งโรงพยาบาลสนาม (Field Hospital) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับการดูแลและกักตัวผู้ป่วย Covid-19 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึง 30 กันยายน 2564

พื้นที่ WHA Mega Logistics Center มีพื้นที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ถึง 10,000 ตารางเมตร หรือสามารถดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนาม ขนาด 1,300 เตียง เพื่อรองรับผู้ป่วยประเภทที่ไม่มีอาการ และมีอาการน้อย ภายใต้ระบบความปลอดภัยที่ได้รับการดูแลจากฝ่ายปกครอง และกอ รมน โดยจะมีโรงพยาบาลสมุทรปราการ ซึ่งเป็นสถานพยาบาลหลักคอยดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นการควบคุมการแพร่กระจายของเชื้อไปยังชุมชน และลดความแออัดของผู้ติดเชื้อที่มีอาการไม่รุนแรงในการเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล

ช้อปอะไรดี? สก๊อตคิตซ์ช็อกโกทัมเบลอร์

สก๊อต คิตซ์ ซุปไก่สกัด จัดเซ็ตโปรโมชั่น สก๊อตคิตซ์ช็อกโกทัมเบลอร์ เป็นซุปไก่สกัดสูตรสำหรับเด็ก เด็กในวัยเจริญเติบโตและต้องการสารอาหารที่จำเป็นเพื่อเสริมสร้างร่างกายใหแข็งแรง เพื่อพัฒนาการที่ดีสมวัย พิเศษด้วยสก๊อต คิตซ์ ช็อกโก ซุปไก่สกัด ขนาด 42 มล. จำนวน 3 ขวด พร้อมทัมเบลอร์ ราคาเพียง 115 บาท หาซื้อได้แล้ววันนี้ที่ Lotus’s go fresh และ Tesco Lotus express ทุกสาขา ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคม 2564 (หรือจนกว่าสินค้าจะหมด)

PJW สบช่องเทิร์นอะราวด์ ปรับเป้าปี64โต 8-10%

บมจ.ปัญจวัฒนาพลาสติก (PJW) ประกาศลั่นปีนี้ธุรกิจกลับมาเทิร์นอะราวด์ พร้อมปรับเป้ารายได้โต 8-10% หลังยอดออเดอร์กลับสู่ภาวะปกติ มั่นใจครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง พร้อมส่งซิกเตรียมโกยรายได้จากไลน์ธุรกิจใหม่ Medical เข้ากระเป๋าไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท ด้านโบรกฯประสานเสียง เชียร์ซื้อ ให้ราคาเหมาะสม 6.25 – 6.60 บาท

นายวิวรรธน์ เหมมณฑารพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ปัญจวัฒนาพลาสติก จำกัด (มหาชน) หรือ PJW ผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทขวดและฝาและชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับยานยนต์ เปิดเผยถึงแนวโน้มทิศทางในช่วงครึ่งปีหลังว่า บริษัทฯยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ทางธุรกิจ โดยมุ่งสู่การต่อยอดการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มสู่เป้าหมาย New S-curve  อย่างต่อเนื่อง

พร้อมทั้งเชื่อว่าในปีนี้ PJW จะกลับเข้าสู่การเทิร์นอะราวด์ (Turnaround) โดยบริษัทฯมีการปรับเป้าหมายอัตราการเติบโตในปีนี้เป็น 8 -10 % ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ช่วงต้นปีที่ระดับ 5 -10% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 2,819.83 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่า 20 % จากปี 2563 มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.92 % ทั้งนี้เป็นผลจากการวางกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนที่ดี ภายใต้แนวคิดการบำรุงรักษาทวีผลที่ทุกคนมีส่วนร่วม (Total Productive Maintenance หรือ TPM)เพื่อลดความสูญเสียเปล่าที่เกิดขึ้น จากการที่ต้องหยุดผลิต และความเสียเปล่าที่เกิดจากการผลิตของเสีย (Defect)

ประกอบกับยอดคำสั่งซื้อ(ออเดอร์)เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยจะเห็นได้จากออเดอร์ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เริ่มทยอยเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีจนปัจจุบัน โดยเฉพาะธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ ที่มีออเดอร์การเติบโตอย่างโดดเด่นที่สุด ขณะที่ออเดอร์ชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์โมเดลใหม่ ก็ได้รับอานิสงส์เช่นเดียวกัน ทั้งนี้เป็นผลจากการฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก โดยประเทศไทยมีการส่งออกรถยนต์และชิ้นรถยนต์อยู่ 50-60 % ส่วนอีก 40-50 % เป็นการจำหน่ายในประเทศ ส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกประเภทขวดและฝานั้น มีการเติบโตเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ทั้งกลุ่มนมเปรี้ยว น้ำมันเครื่อง และ Consumer

ธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลาสติก จากประเทศจีน มีคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา และมีทิศทางที่เพิ่มขึ้นอีก หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  ในประเทศจีนที่คลี่คลาย และมีการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ นอกจากธุรกิจเดิมแล้ว บริษัทฯยังแตกไลน์ในส่วนของผลิตภัณฑ์กลุ่มวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ (Disposable Medical Devices) อาทิ ไซริงค์พลาสติก , วาล์ว สายน้ำเกลือ ,เข็มฉีดยา โดยบริษัทฯเตรียมรับรู้รายได้เพิ่มจากกลุ่มธุรกิจดังกล่าวเข้ามาภายในไตรมาส 4/2564 กว่า40 – 50 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้บริษัทฯอยู่ระหว่างขั้นตอนของการจัดตั้งบริษัทย่อย และขอใบอนุญาตผลิตหรือนำเข้าเครื่องมือแพทย์ โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนเร็วๆนี้

“แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังไม่คลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ก็คาดว่าในครึ่งปีหลังทุกอย่างจะกลับมาพลิกฟื้น หลังจากมีการกระจายการฉีดวัคซีนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ประกอบกับมองว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐจะเริ่มทยอยออกมากระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง อาทิ นโยบายโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยง รวมถึงการกระตุ้นการใช้จ่าย ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะเป็นแรงผลักดันให้ภาพรวมธุรกิจในปีนี้กลับมาเทิร์นอะราวด์ โดยจะเริ่มเห็นชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะเดียวกันการเริ่มของธุรกิจผลิตภัณฑ์กลุ่ม Medical ที่จะมาสร้าง New S-curve ให้กับPJW ในอนาคต” นายวิวรรธน์ กล่าวทิ้งท้าย

ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส  แนะนำ ซื้อ PJW โดยให้ราคาเป้าหมาย 6.60 บาท  โดยให้น้ำหนักต่อกรณีโรงงานในจีนที่จะขาดทุนลดลง และเริ่มสร้างกำไรได้ในปี2565 หลังลูกค้าในจีนฟื้นจากโควิด-19 และเตรียมเจรจากับลูกค้าขยายอายุสัญญาต่อไปอีก 3 ปี ส่วนการขายบรรจุภัณฑ์พลาสติกสำหรับนม และสินค้าอุปโภคบริโภค ได้อานิสงส์จากการเปิดเมืองและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ คาดกำไร ปี 2564 – 2565 โต40% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และโต 26% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามลำดับ ราคาหุ้นปัจจุบันมี PE 20 เท่าแต่ PEG ต่ำเพียง 0.5

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายที่ 6.25 บาท อ้างอิง PER ที่ 23.8 เท่า โดยในปี 2564 บริษัทคาดกำไรขั้นต้นเติบโตราว 1% และรายได้เติบโตราว 5-10% พร้อมมุมมองเป็นบวกต่อเนื่องไปยังปี 2565 โดยจับตาความชัดเจนของไลน์ธุรกิจใหม่ของบริษัทคาดว่าจะได้เห็นในช่วงครึ่งหลังของปี 2564ซึ่งจะเข้ามาหนุนผลประกอบการให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด

อาร์เอส กรุ๊ป มอบน้ำดื่มและผ้าห่ม ให้ศูนย์พักคอย เขตจตุจักร

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ อาร์เอส กรุ๊ป ร่วมส่งมอบน้ำดื่มจำนวน 21,600 ขวด และผ้าห่มจำนวน 200 ผืน ให้กับศูนย์พักคอยของสำนักเขตจตุจักร ซึ่งได้แก่ ศูนย์กีฬาประชานิเวศน์ และศูนย์สร้างสุขทุกวัยจตุจักร ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่ยังไม่สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยทั้ง 2 ศูนย์ฯ สามารถรองรับผู้ป่วยโควิดสีเขียวรอส่งต่อได้มากถึง 300 เตียง

การร่วมมือกับสำนักงานเขตจตุจักรในครั้งนี้ เป็นการสนับสนุนความพร้อมของศูนย์พักคอย ในการลดการติดเชื้อของผู้ป่วยโควิด-19 ภายในครอบครัวที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดต่อไปในชุมชนหรือในที่ทำงานได้ และยังเป็นการสานต่อโครงการเพื่อให้การอยู่ร่วมกันระหว่างองค์กรและชุมชนเป็นไปตามพันธกิจหลัก นั่นคือการสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตและช่วยเติมเต็มความสุขให้กับผู้คน ที่ช่วยยกระดับให้สังคมและผู้คนยากไร้ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

ช้อปคุ้มตลอด ก.ค. กับสินค้าส่งบ้านราคาดิวตี้ฟรี

คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ จัดแคมเปญ SUPER DEALS SUPER BRANDS เอาใจนักช้อปทุกท่านกับสินค้าแบรนด์เนมในกลุ่มแฟชั่นและบิวตี้ลดราคาสูงสุด 30% พร้อมบริการ Home Delivery จัดส่งสินค้าฟรีถึงบ้าน ในราาดิวตี้ฟรี ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ ผ่าน www.kingpower.com และคิง เพาเวอร์ แอปพลิเคชั่น

คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ มอบความสุขให้เหล่านักช้อป กับโปรโมชั่นพิเศษสินค้าในกลุ่มแฟชั่นและบิวตี้ ลดสูงสุด 30% เมื่อช้อปครบ 2,000 บาท เพียงใส่รหัส SUPERDB และลดเพิ่มอีก 5% เมื่อช้อปครบ 1,200 บาท เพียงใส่รหัส SV CODE รหัสส่วนลดจากพนักงาน คิง เพาเวอร์ ตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ พบกับสินค้าแบรนด์ดังที่คัดสรรมาให้เลือกช้อปอย่างจุใจตลอด 24 ชั่วโมง แบบไม่ต้องมีไฟล์ทบินเพียงปลายนิ้วสัมผัส  อาทิแบรนด์ EMPORIO ARMANI , BURBERRY, CALVIN KLEIN, CHLOÉ, COACH, DIOR, GUCCI, MARC JACOBS, PRADA, BVLGARI, SWAROVSKI, BALLY, ELIZABETH ARDEN, DAVIDOFF, DANIEL WELLINGTON, 111 SKIN, BENEFIT, ELIZABETH ARDEN, EVIDENS DE BEAUTÉ, INNISFREE, JURLIQUE, KOSÉ, LANEIGE, SULWHASOO, TALIKA, THE HISTORY OF WHOO, AMPLE N, FOREO, JUNGSAEMMOOL, POSITIF, ALFRED DUNHILL, ANNA SUI, BVLGARI, DAVIDOFF 

พิเศษเฉพาะวันที่ 16 กรกฎาคมนี้พบกับแคมเปญ 7.7 MAKES MY POWER DEAL ดีลสุดคุ้มราคาพิเศษ มอบส่วนลดสินค้าที่ร่วมรายการลดสูงสุ 60 % ไม่มีขั้นต่ำ ไม่ต้องใส่รหัสส่วนลด

ร่วมช้อปสินค้าแบรนด์เนมของแท้คุณภาพที่ คิง เพาเวอร์ ออนไลน์ กับหลากหลายสินค้าราคาดิวตี้ฟรี ช้อปปลอดภัย สะดวกง่าย ได้ทุกวันที่ https://www.kingpower.com/content/home-delivery-categoryพร้อมบริการ Home Delivery จัดส่งฟรีทั่วประเทศ เมื่อช้อปขั้นต่ำ 699 บาท ผ่าน www.kingpower.com และคิง เพาเวอร์ แอปพลิเคชั่น 

รพ.มะเร็งชีวามิตรา ชูวิทยาการใหม่รังสีรักษา

โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางโรคมะเร็งแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเครือ MHC ชี้ มะเร็ง ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย ไร้วัคซีนป้องกัน และรอการรักษาไม่ได้ ปัจจุบันมีวิทยาการใหม่ของรังสีรักษา เทคนิครักษามะเร็งด้วยรังสีศัลยกรรม โดยวิธีฉายแสง หรือ ฉายรังสี ปริมาณรังสีสูงไปยังเป้าหมายด้วยความแม่นยำ เพื่อทำลายก้อนเนื้องอกหรือมะเร็ง ทางเลือกสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ หรือใช้รักษาเสริมหลังการผ่าตัด รวมทั้งเป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยกรณีไม่ต้องการรักษาด้วยการผ่าตัด สามารถรักษาได้ทั้งบริเวณสมอง ไขสันหลัง ปอดและตับ ไม่เกิดอาการเจ็บปวดขณะฉายรังสี และมีผลข้างเคียงหลังการรักษาน้อยกว่า แนะผู้ป่วยควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการ[KT1] ถึงความเหมาะสมในการรักษาของผู้ป่วยในแต่ละราย  เผยปัจจุบันเทรนด์การรักษาผู้ป่วยแนวใหม่ เน้น “ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง” ผลการศึกษาของ PwC ล่าสุด ระบุว่าผู้ป่วยให้ความสนใจเกี่ยวกับการรักษา การดูแลตัวเองและต้องการบริหารจัดการการรักษาตัวเองมากขึ้นอีกด้วย

นายแพทย์ธนุตม์ ก้วยเจริญพานิชก์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา

นายแพทย์ธนุตม์ ก้วยเจริญพานิชก์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตรา โรงพยาบาลเอกชนเฉพาะทางโรคมะเร็งแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก่อตั้งโดยร่วมลงทุนระหว่าง บริษัท โมเดอร์นฟอร์ม เฮลท์แอนด์แคร์ จำกัด (มหาชน) “MHC” กับแพทย์ผู้ชำนาญการด้านรังสีรักษาและมะเร็งวิทยา เปิดเผยว่า โรคมะเร็งเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขของทุกประเทศทั่วโลก จากสถิติทั่วโลกพบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยจาก พ.ศ. 2553 ที่มีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ 8.1 ล้านคนต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 18.1 ล้านคนต่อปีใน พ.ศ. 2561 ในขณะที่ประเทศไทยพบว่ามีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่และเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 5% มีตัวเลขผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเฉลี่ยปีละ 8 หมื่นคน และมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ประมาณ 1.5 แสนคนต่อปี

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน โรคมะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของคนไทย และยังไม่มีวัคซีนป้องกันที่ตอบสนองชัดเจน ซึ่งไม่สามารถรอรับการรักษาได้ ส่งผลให้วงการแพทย์มีการศึกษาวิจัย เพื่อนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในการวินิจฉัยและรักษาโรคด้วยหวังผลเพิ่มจำนวนผู้รอดชีวิตจากโรคมะเร็งให้เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน โดยล่าสุดมีการรักษาวิทยาการใหม่ของรังสีรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ใช้เทคนิคการรักษามะเร็งด้วยรังสีศัลยกรรม โดยการฉายรังสีร่วมกับปริมาณรังสีสูงไปทำลายก้อนเนื้องอกหรือมะเร็งด้วยความแม่นยำ รังสีศัลยกรรมมีการใช้ปริมาณรังสีต่อครั้งที่สูงกว่า ส่งผลให้จำนวนครั้งของการฉายรังสีน้อยลงอยู่ที่ประมาณ 1-5 ครั้ง ต่างจากการฉายรังสีเทคนิคธรรมดาที่ใช้ระยะเวลานานหลายสัปดาห์

ทั้งนี้ รังสีศัลยกรรมแบ่งออกเป็น 2 เทคนิค ตามจำนวนครั้งในการฉายรังสี  คือ เทคนิคที่ 1 คือ Stereotactic Radiosurgery (SRS) เป็นการให้ปริมาณรังสีสูงมากเพียงครั้งเดียว และ เทคนิคที่ 2 Stereotactic Radiotherapy (SRT) หรือ Stereotactic Body Radiotherapy (SBRT) เป็นการฉายรังสีโดยให้ปริมาณสูงต่อครั้ง เป็นจำนวน 3-7 ครั้ง จากการศึกษาในผู้ป่วยมะเร็งกระจายไปสมอง ด้วยวิธีการฉายแสงเทคนิคธรรมดา เมื่อติดตามผลการรักษาที่ 6 เดือน สามารถควบคุมโรค และเพิ่มคุณภาพชีวิตได้ 27% หากเปรียบเทียบกับการรักษาด้วยเทคนิค SRS สามารถควบคุม และเพิ่มคุณภาพชีวิตขึ้นเป็น 43%

อนึ่ง รังสีศัลยกรรมเป็นเทคนิคการรักษาก้อนเนื้องอกหรือมะเร็ง ด้วยการฉายรังสีพลังงานสูงไปยังบริเวณที่ต้องการด้วยความแม่นยำ โดยอาศัยคอมพิวเตอร์จำลองภาพสามมิติ กำหนดตำแหน่งและคำนวณปริมาณรังสี เพื่อให้รังสีเข้าไปทำลายเฉพาะที่ก้อนเนื้องอกหรือมะเร็ง ในขณะที่เนื้อเยื่อปกติโดยรอบได้รับรังสีเพียงเล็กน้อย มีประสิทธิภาพในการรักษา และเกิดผลข้างเคียงน้อย นับเป็นวิทยาการใหม่สำหรับผู้ป่วยกรณีที่ไม่ต้องการรักษาด้วยการผ่าตัด หรือในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง เช่น ผู้ป่วยสูงอายุ ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว หรือ ภาวะของร่างกายที่เป็นอุปสรรคต่อการดมยาสลบ ซึ่งไม่สามารถผ่าตัดได้ และยังใช้กับการรักษาเสริมหลังการผ่าตัด

การรักษาด้วยวิทยาการฉายรังสี สามารถใช้รักษามะเร็งบริเวณสมอง ไขสันหลัง ปอด และตับ หรือตำแหน่งที่ไม่สามารถเข้าถึงด้วยการผ่าตัด และยังสามารถใช้ในการรักษาด้านอื่นที่ไม่เกี่ยวกับมะเร็ง ได้แก่ 1. Brain arteriovenous malformation (AVM) ภาวะผิดปกติของหลอดเลือดแดงและดำของสมอง 2. Meningioma เนื้องอกเยื่อหุ้มสมอง 3. Pituitary adenoma เนื้องอกของต่อมใต้สมองส่วนหน้า 4. Glioma เนื้องอกของเซลล์สมอง 5. Schwannoma เนื้องอกของเส้นประสาท นับเป็นวิทยาการรักษาที่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นในผู้ป่วยและวงการแพทย์ทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยรังสีศัลยกรรมดังกล่าว ขึ้นอยู่กับชนิด ขนาด และตำแหน่งของ ก้อนเนื้องอกหรือมะเร็ง ในขณะเดียวกัน การรักษาด้วยรังสีศัลยกรรมอาจไม่เหมาะกับเนื้อเยื่อมะเร็งบางชนิด ผู้ป่วยและญาติจึงควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ชำนาญการ เพื่อร่วมกันวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นรายบุคคล สอดคล้องกับปัจจุบันที่แนวโน้มหรือเทรนด์การรักษาผู้ป่วย มุ่งให้ความสำคัญกับการรักษาแบบมีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง โดยผลการศึกษาของ PwC บริษัทผู้ให้บริการธุรกิจที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ชั้นนำระดับโลก ระบุว่า ปัจจุบันผู้ป่วยให้ความสนใจเกี่ยวกับดูแลรักษาตนเองและต้องการบริหารจัดการเรื่องการดูแลสุขภาพด้วยตนเองมากยิ่งขึ้น ดังนั้น ในทางการแพทย์ รวมทั้งที่โรงพยาบาลมะเร็งชีวามิตราจึงให้ความสำคัญในการรักษาโดยมีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง กล่าวคือ แพทย์ ญาติ และผู้ป่วย จะหาทางเลือกในการรักษามะเร็งที่เหมาะสมกับผู้ป่วยร่วมกัน เพื่อประโยชน์ในการรักษาควบคู่กับคุณภาพกายและคุณภาพใจที่ดี

“มิซุอิกุ : สอนน้องรักษ์น้ำ” เตรียมความพร้อมครู มุ่งสู่การอนุรักษ์น้ำใน ร.ร.

บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท กล่องวิเศษ จำกัด ซึ่งเป็นองค์กรส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการภายใต้ โครงการมิซุอิกุ: สอนน้องรักษ์น้ำ เมื่อเร็วๆ นี้  ณ สำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระบุรี เขต 1 รวมถึงผ่านระบบออนไลน์ (Online) ให้กับคุณครูจำนวนทั้งสิ้น  228 คน จาก 143 โรงเรียน ใน 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี สระบุรี และนครปฐม

โดยได้รับเกียรติจากหน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรน้ำและแนวทางการจัดทำข้อเสนอโครงการอนุรักษ์น้ำในโรงเรียน เพื่อให้คุณครูสามารถถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของทรัพยากรน้ำให้แก่นักเรียน รวมถึงริเริ่มจัดทำข้อเสนอโครงการอนุรักษ์น้ำในโรงเรียน  ทั้งนี้ บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด จะมอบทุนสนับสนุนให้กับ 30 โรงเรียนซึ่งนำเสนอโครงการที่โดดเด่นและสามารถสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้ เพื่อให้โรงเรียนเป็นที่ปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่าของทรัพยากรน้ำ

มาสำรวจตัวเองกันหน่อย คุณเป็นโรคนิ้วล็อกอยู่หรือเปล่า 

หลาย ๆ คนคงจะเคยมีอาการปวดบริเวณโคนนิ้ว เหยียดนิ้วงอนิ้วไม่สะดวก หรือรู้สึกว่าการงอนิ้ว เหยียดนิ้ว มีความรู้สึก “กึ๊กๆ คล้ายสปริง และที่ร้ายสุดคือมีอาการเจ็บมากจนไม่สามารถงอนิ้วได้ ลักษณะอาการดังที่กล่าวมา เราเรียกภาวะนี้ว่าผู้ป่วยเป็น โรคนิ้วล็อก (Trigger Finger)

ร.ต.อ.นพ.วรพล เจริญพร แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ-ศัลยกรรมทางมือและจุลศัลยกรรม โรงพยาบาลนวเวช ไ

ร.ต.อ.นพ.วรพล เจริญพร แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยศาสตร์กระดูกและข้อ-ศัลยกรรมทางมือและจุลศัลยกรรม โรงพยาบาลนวเวช ได้กล่าวถึงสาเหตุ และวิธีรักษาโรคนิ้วล็อก สำหรับใครที่สงสัยว่าอาการที่ตัวเองเป็นอยู่ใช่นิ้วล็อกหรือเปล่า ลองสังเกตตัวเองจากข้อมูลเหล่านี้ดู และคุณหมอก็ยังมีวิธีป้องกันโรคนิ้วล็อกมาฝากด้วย

สาเหตุ โรคนิ้วล็อกเกิดมาจากความขยันในการทำงานบ้าน ทำสวน การเล่นกีฬา หรือเเม้กระทั่งการทำงานของพนักงานออฟฟิศ รวมถึงการเล่นโทรศัพท์มือถือที่ต้องใช้การงอนิ้ว เหยียดนิ้ว เป็นระยะเวลาต่อเนื่อง

ความรุนเเรงของโรคนิ้วล็อก โรคนิ้วล็อกนั้นเกิดจากปลอกหุ้มเอ็นที่ใช้ในการขยับนิ้วมีอาการอักเสบ โดยอาการของนิ้วล็อกมี 4 ระยะ ดังนี้  

  • ระยะที่ 1 : เริ่มเเรกผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดบริเวณโคนนิ้วนั้น ๆ 
  • ระยะที่ 2 : รู้สึกว่าการงอนิ้ว เหยียดนิ้ว สะดุดโดยจะมีลักษณะคล้ายสปริงที่จะดีดอย่างรวดเร็วร่วมกับอาการปวดอย่างมากขณะขยับนิ้ว 
  • ระยะที่ 3 : ไม่สามารถเหยียดนิ้วเองได้ ต้องใช้นิ้วอื่นช่วยยืด
  •  ระยะที่ 4 : ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดรุนเเรงจนไม่สามารถทำการงอนิ้วนั้นได้อีกต่อไป

วิธีการป้องกัน 

  • เเช่มือในน้ำอุ่น 
  • งอนิ้ว เหยียดนิ้ว ให้สุดเบาๆ
  • ทำการบริหารนิ้วมือเเบบง่าย ๆ ทุกวัน
  • พักการใช้งานคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือเมื่อนิ้วมือมีอาการเหนื่อยล้า
  • หลีกเลี่ยงการถือของหนักเเละการกำมือเเน่น ๆ เช่น บิดผ้า การตีเทนนิส การตีกอล์ฟ เป็นต้น 

การตรวจรักษา 

เมื่อมีอาการหรือพบผู้ที่มีอาการดังกล่าวควรมาพบเเพทย์ เพื่อที่ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจวินิจฉัย การรักษาให้เหมาะสม และไม่ให้การดำเนินของโรครุนเเรงจนเกินไป ทำให้บั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย เมื่อเเพทย์ได้ทำการวินิจฉัยเเล้วจะเเบ่งการรักษาตามความรุนเเรงของอาการ ดังนี้

  • การทานยาเเก้อักเสบ
  • การประคบร้อน กายภาพบำบัด หรือการดามนิ้ว
  • การฉีดยาสเตียรอยด์ที่ปลอกหุ้นเอ็น
  • หากผู้ป่วยยังไม่ตอบสนองต่อการรักษา การรักษาลำดับต่อไปคือการผ่าตัด ซึ่งมีทางเลือก ดังนี้
  • การเจาะรูใช้เข็มเปิดปลอกหุ้นเอ็น คือการผ่าตัดแบบแผลเล็กที่ใช้อุปกรณ์ขนาดเล็ก โดยมีแผลเท่ากับขนาดของรูเข็ม และผู้ป่วยฟื้นตัวไว 
  • การผ่าตัดเปิดปลอกหุ้นเอ็น เป็นวิธีการมาตรฐานที่เปิดแผลขนาด 3-6 มม. เพื่อเข้าไปทำการตัดพังผืดที่กดหุ้มเส้นเอ็น ผู้ป่วยจะสามารถกลับไปทำงานได้ปกติทันทีหลังผ่าตัด 

โดยการรักษาเเต่ละวิธีการจะมีความเหมาะสมต่อผู้ป่วยที่เเตกต่างกันไป แพทย์เฉพาะทางจะให้คำปรึกษาเเก่ผู้ป่วยโดยเเจ้งรายละเอียด ข้อดี-ข้อเสียของการรักษาเเละร่วมตัดสินใจไปพร้อมกับผู้ป่วย

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคนิ้วล็อก สามารถขอรับคำปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ศูนย์กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ (Musculoskeletal Center) โรงพยาบาลนวเวช โทร. 02 483 9999 หรือ www.navavej.com

MVP เปิดแคมเปญด่วน Social giving | Stake for society

เชิญชวนผู้ถือเหรียญร่วมล็อกดาวน์เหรียญ MVP เพื่อส่งมอบเซ็ทอาหารเครื่องดื่มและของจำเป็น ให้บุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัคร และให้รางวัลตัวเองในช่วงกักตัว 14 วัน

บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MVP ร่วมกับ บริษัท มัลติเทคโนโลยี เอ็กซ์เพิร์ต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ เจ้าของเหรียญ MVP ออกมาตรการพิเศษ เปิดตัวเหรียญ MVP Donation (MD) เหรียญเพื่อการตอบแทนสังคมเฉพาะกิจ ครั้งแรกในโลกบล็อกเชน

โดยเชิญชวนให้ผู้มีเหรียญ MVP ร่วมล็อกดาวน์เหรียญ (Stake) ตั้งแต่วันที่ 12-26 กรกฎาคม 2564 รวม 14 วัน เพื่อรับเหรียญ MD

โดยเหรียญ MD จะถูกเปลี่ยนเป็นเซ็ตอาหาร เครื่องดื่ม และของใช้จำเป็น เพื่อส่งมอบ และเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ อาสาสมัคร และประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากโควิด ในหน่วยงานทั้ง 9 หน่วยงาน ดังต่อไปนี้ 1. สมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ 2.ชุมชนคลองเตย 3.โรงพยาบาลกลาง 4.โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 5.โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ สำนักการแพทย์ กทม. 6. มูลนิธิร่วมกตัญญู 7.เพจอีจัน 8. ทีมอาสา เราต้องรอด 9. มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ หรือผู้ที่มีเหรียญ MD และอยู่ในช่วงกักตัว สามารถนำเหรียญ MD เปลี่ยนเป็นเซ็ตอาหารเพื่อให้รางวัลตัวเองในช่วงกักตัวได้ด้วยเช่นกัน

เมื่อครบกำหนดการกักตัว 14 วัน ผู้ใช้งานเหรียญ MVP สามารถ Unstake เหรียญ เพื่อรับเหรียญคืนเต็มจำนวนได้ทันที และเหรียญ MD ที่ได้รับมาจะสามารถใช้งานได้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2564 ซึ่งหลังจากนั้นเหรียญ MD จะสิ้นอายุการใช้งาน และถูก Burn ออกไปจากระบบทั้งหมดภายในวันที่ 1 สิงหาคม 2564

ผู้ที่สนใจและมีเหรียญ MVP สามารถเข้าร่วมไปใช้บริการได้ทันที ตั้งแต่วันนี้ที่ www.mvp-coin.com

หมายเหตุ : เหรียญ MD นี้ไม่ใช่การลงทุน แต่เป็นกิจกรรมร่วมสนุกและตอบแทนสังคมสำหรับผู้มีเหรียญ MVP ภายในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ผู้ที่มีเหรียญ MVP จะต้องศึกษาและทำความเข้าใจในกระบวนการ Stake ก่อนเข้าร่วมกิจกรรม