KWM ส่งลูก KWM-W1 ลงสนามเทรดกลางก.ค.นี้

บมจ. เค.ดับบลิว.เม็ททัล เวิร์ค (KWM) เตรียมส่งหุ้นลูก KWM-W1 ลงสนามเทรดกลางก.ค.นี้ หลังวอร์แรนต์เข้าพอร์ตผู้ถือหุ้นเรียบร้อยแล้ว เล็งนำเม็ดเงินจากการใช้สิทธิแปลงสภาพ สยายปีกรองรับไลน์การผลิตในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทั้งอุปกรณ์ทางการเกษตร – การผลิตเครื่องจักร – เครื่องสกัดกัญชง-กัญชาและพืชสมุนไพรไทย เพื่อสร้างผลการดำเนินงานเติบโตแข็งแกร่งในระยะยาว   

นายอุกฤษณ์ วนโกสุม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.ดับบลิว. เม็ททัล เวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ KWM ผู้นำในการประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์ที่ใช้ในการเกษตรและมีประสบการณ์ด้านงานวิศวกรรมเครื่องกล และผู้นำด้านการผลิตเครื่องสกัดระบบ SUPERCRITICAL FLUID CO2 EXTRACTION กัญชง-กัญชา และสมุนไพรไทย สัญชาติไทยเป็นรายแรกของประเทศ เปิดเผยว่า ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท (KWM-W1) ได้เข้าพอร์ตผู้ถือหุ้นในขณะนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยหุ้น KWM-W1 เตรียมเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้

 จากการออกและจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ครั้งที่1 (KWM-W1) จำนวนไม่เกิน 140 ล้านหน่วย ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม โดยไม่คิดมูลค่าในอัตราการจัดสรรเท่ากับ 3 หุ้นเดิมต่อ 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิ มีอายุ 2 ปี และมีอัตราการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ 1 หน่วยต่อหุ้นสามัญของบริษัท 1 หุ้น ในราคาใช้สิทธิ 1.50 บาท ในครั้งนี้ถือว่าเป็นการสอดรับการเตรียมความพร้อมทางด้านเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในอนาคต

สำหรับการออก KWM-W1 ในครั้งนี้ จะส่งผลดีในอนาคต ที่บริษัทฯจะมีเงินทุนรองรับการเติบโตในอีก 2 ปีข้างหน้า และหากผู้ถือหุ้นมีการแปลงสภาพหมดตามสิทธิ จะส่งผลให้บริษัทฯได้รับเงินเข้ามาประมาณ  200 ล้านบาท ซึ่งส่งผลดีต่อบริษัทฯ ในการนำเม็ดเงินดังกล่าวไปใช้เป็นเงินทุนเพื่อหมุนเวียน สำหรับการต่อยอดและรองรับการขยายโครงการต่างๆ ในอนาคต ทั้งในส่วนของการเพิ่มไลน์การผลิตในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของอุปกรณ์ทางการเกษตร และการผลิตเครื่องจักร พร้อมศึกษาแผนการลงทุนในธุรกิจเครื่องสกัดกัญชง-กัญชา และพืชสมุนไพรไทย เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจและสร้างความเติบโตอย่างมั่นคงระยะยาวในอนาคตให้กับบริษัทฯอย่างมีนัยสำคัญ

CIG เปิดแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง วางเป้าสร้างรายได้ในระยะยาว

CIG เปิดแผนธุรกิจครึ่งปีหลัง วางเป้าสร้างรายได้สม่ำเสมอในระยะยาว ด้านผู้บริหาร “วราวุธ อรุโณทัย” คาดรายได้ปี 64 เติบโตไม่น้อยกว่า 20% รับอานิงสงส์ออเดอร์ไหลเข้าต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำเป็นผู้ผลิตคอยล์ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ

นายวราวุธ อรุโณทัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.ไอ.กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CIG ผู้ประกอบธุรกิจด้านการออกแบบและการผลิตระบบปรับอากาศและระบบทำความเย็น ผลิตคอยล์เย็น (Evaporator Coil) คอยล์ร้อน (Condenser Coil) และคอยล์น้ำเย็น (Chilled Water Coil) เปิดเผยว่าการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทฯ ปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์และคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) การผลิตคอยล์ของลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ  โดยเฉพาะลูกค้ารายใหญ่ที่ออกแบบเครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่ เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทำให้บริษัทฯ ได้รับผลดีและคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการมีโอกาสที่จะดีขึ้น

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังวางเป้าหมายที่จะสร้างรายได้จากธุรกิจที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอและแน่นอนในระยะยาว เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีและต่อเนื่องในอนาคตให้กับผู้ถือหุ้น

“ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา หลังจากที่บริษัทฯ ได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไปเรียบร้อยแล้ว ประกอบกับไตรมาส 1 ผลขาดทุนสุทธิของบริษัทฯ ลดลง เป็นผลมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและคาดว่าปีนี้รายได้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 20% จากปีก่อน” นายวราวุธ กล่าว

อย่างไรก็ตามด้วยประสบการณ์กว่า 36 ปี ที่ CIG ได้เป็นผู้ผลิตคอยล์ อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนสำหรับระบบปรับอากาศและทำความเย็น ให้กับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก ด้วยความใส่ใจในการผลิตและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ได้ขยายธุรกิจครอบคลุมไปถึงการออกแบบและติดตั้งระบบปรับอากาศและทำความเย็น พร้อมกับความสำเร็จอีกหนึ่งขั้นกับงานโครงการก่อสร้าง

ชวนคนไทยร่วมส่งต่อความดีผ่านเว็บไซต์ ต้นไม้แห่งความดี 

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ในโอกาสครบรอบ 110 ปี กับต้นไม้แห่งความดี “110 ปี ล้านความดี ป่อเต็กตึ๊ง”  

หลายคนอาจมองว่า การทำความดีนั้นเป็นเรื่องยาก การทำไม่ดีนั้นดูเหมือนจะง่ายกว่า แต่ความจริงแล้วการทำความดี เป็นเรื่องง่ายที่ทุกคนสามารถทำได้ นอกจากจะเกิดผลดีกับตนเองแล้ว อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมได้อีกมากมาย แล้วจะดีแค่ไหน ถ้ามีช่องทางให้เราได้ส่งต่อความดีแบบง่าย ๆ เพียงแค่ปลายนิ้วคลิก

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง องค์กรสาธารณกุศล ที่มุ่งมั่นบรรเทาทุกข์ และบำรุงสุขให้แก่เพื่อนมนุษย์ ภายใต้ปณิธาน “ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต” อยู่เคียงคู่ชีวิตคนไทยมายาวนาน 110 ปี ได้จัดทำต้นไม้แห่งความดี ในรูปแบบดิจิตอล 110 ปี ล้านความดี ป่อเต็กตึ๊ง” เพื่อให้คนไทยได้ร่วมกันสืบสานความดีให้ครบ 1,100,000 ความดี ในโอกาสครบรอบ 110 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ผู้ที่ต้องการเข้าไปร่วมส่งต่อปณิธานความดี สามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงคลิกเข้าไปที่  www.ต้นไม้แห่งความดี.com เมื่อเข้ามาแล้วจะเห็นโลโก้ 110ปี ล้านความดี ป่อเต็กตึ๊ง” ถัดลงมาจะมีฟีเจอร์ 3 ปุ่มด้านล่างให้คลิก ได้แก่ เรื่องราวความดี สะสมความดี สร้างบัญชี  สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิกใหม่ เริ่มต้นตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

  • คลิกที่ปุ่มสร้างบัญชี กรอกรายละเอียดและข้อมูลพร้อมตั้งรหัสผ่าน เพื่อเข้าสู่การสะสมความดี หรือเลื่อนลงมาที่แถบล่างก็สามารถกดลิงก์เพื่อเชื่อมการลงทะเบียนผ่าน Facebook หรือ Gmail ได้อีกทางหนึ่ง  
  • เมื่อลงทะเบียนเรียบร้อยแล้วระบบจะเข้าสู่หน้าหลัก และคลิกไปที่ปุ่มสะสมความดี เพื่อทำการสะสมความดีผ่านช่องทางที่ได้ลงทะเบียนไว้แล้ว และสามารถเลือกหมวดสะสมความดี 11 รากแก้วแห่งความดี”   ที่มีอยู่ทั้งหมด 11 หมวด
  • จากนั้นพิมพ์ชื่อและความดีที่ทำลงในใบโพธิ์ไม่เกิน 150 ตัวอักษร โดยขั้นตอนนี้สามารถบันทึกภาพลงในมือถือหรือเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ และยังสามารถส่งต่อความดีในหน้า Facebook  ของเราได้อีกด้วย

มาร่วมกันส่งต่อปณิธานความดี จะเป็นสิ่งใดก็ได้ที่ทำด้วยความตั้งใจ ความดีจาก 1 ใบโพธิ์เล็ก ๆ จะผลิใบเจริญงอกงาม กลายเป็นต้นโพธิ์ใหญ่แผ่ร่มเงา  เปรียบเสมือนหลายล้านความดีรวมกันเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยต่อไป

โมเดอร์ฟอร์มเฮลท์แอนด์แคร์ ส่งมอบครุภัณฑ์ทางการแพทย์

บริษัท โมเดอร์ฟอร์มเฮลท์แอนด์แคร์ จำกัด (มหาชน) ส่งมอบครุภัณฑ์ทางการแพทย์แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ได้แก่ สถานีกลางบางซื่อ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โรงพยาบาลบางปะอิน โรงพยาบาลราชธานี โรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี โรงพยาบาลสนามจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคามและจังหวัดหนองคาย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดกาฬสินธุ์ อาทิ ห้อง Cohort Ward แรงดันลบ จำนวน 1 ห้อง ปลอกเครื่องวัดอุณหภูมิ จำนวน 10,000 ชิ้น เจลแอลกอฮอล์ จำนวน 200 แกลลอน หน้ากากอนามัยชนิด KN95 จำนวน 1,000 ชิ้น เพื่อใช้ในการดูแลรักษาผู้ป่วยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด- 19 ผู้ป่วยวิกฤต และผู้ป่วยที่มีความจำเป็นเร่งด่วน

โมเดอร์ฟอร์มเฮลท์แอนด์แคร์ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบกำลังใจให้กับคณะแพทย์ พยาบาล และผู้ปฏิบัติงาน รวมถึงผู้ป่วยทุกท่านให้ต่อสู้กับวิกฤติครั้งนี้ให้ผ่านไปได้ด้วยดี และผ่านพ้นสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน

เจดีเซ็นทรัล ทุ่มกว่า 100 ล้าน ส่งแคมเปญล็อคดาวน์ปลอดภัย เซฟๆ ให้ 2 ต่อ

เจดีเซ็นทรัล มีความห่วงใยในความปลอดภัยด้านสุขภาพอนามัยของคนไทย จากสถานการณ์ความรุนแรงของโควิด-19 และการประกาศล็อกดาวน์ในหลายพื้นที่เสี่ยง รวมถึงเข้าใจถึงสถานการณ์ทางการเงินและเศรษฐกิจที่หลายคนต้องเผชิญ ส่งแคมเปญล็อคดาวน์ปลอดภัย เซฟๆ ให้ 2 ต่อ ร่วมช่วยเหลือร้านค้ากระตุ้นยอดขาย ให้ผู้บริโภคจับจ่ายสินค้าจำเป็นและสินค้าหลากหลายได้ในราคาสบายกระเป๋า โดยไม่ต้องเดินทางออกจากบ้าน ปลอดภัยทั้งผู้ซื้อผู้ขาย พร้อมมอบมาตรการช่วยเหลือร้านค้า ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือค่าส่งเพื่อแบ่งเบาภาระจากผู้ขาย นอกจากนี้ ยังสนับสนุนให้ร้านค้ารายย่อยได้มีโอกาสเติบโตบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยการยกเว้นค่าคอมมิชชั่นสำหรับร้านค้าใหม่เป็นเวลา 3 เดือน มุ่งมั่นผลักดันให้ร้านค้า และผู้บริโภคก้าวฝ่าวิกฤตโควิด-19 ไปด้วยกัน

นายก่อลาภ สุวัชรังกูร ประธานกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด เจดีเซ็นทรัล กล่าวว่า เจดีเซ็นทรัล มีความมุ่งมั่นที่จะสร้างความสะดวกสบายและความมั่นใจให้กับบรรดาผู้บริโภคไทย รวมถึงสร้างการเติบโตและสนับสนุนร้านค้าพันธมิตรมาโดยตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา เราทราบดีว่าคนไทยและธุรกิจต่างๆ จำนวนมากได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เราจึงพร้อมทำทุกสิ่งที่เราจะทำได้เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่ โดยที่ผ่านมาเราได้ปล่อยแคมเปญ STAY HOME WITH JOY เพื่อให้คนไทยได้จับจ่ายซื้อของใช้ที่จำเป็นได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องออกไปเสี่ยงกับเชื้อโรคนอกบ้าน และล่าสุดยังได้จัดสรรงบประมาณพิเศษกว่า 100 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้บริโภคและร้านค้าในช่วงเวลาล็อคดาวน์นี้ กับแคมเปญ “ล็อคดาวน์ปลอดภัย เซฟๆ ให้ 2 ต่อ” ระยะเวลาตั้งแต่วันนี้ – 25 กรกฎาคมนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ลูกค้าประหยัดเงินในกระเป๋า ปลอดภัยจากการออกไปซื้อของนอกบ้าน โดยนอกจากส่วนลดที่ลูกค้าจะได้รับสูงสุด 1,800 บาททุกวันตลอดแคมเปญแล้ว เจดีเซ็นทรัลยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าส่ง โดยส่งฟรีทุกออร์เดอร์โดยไม่มีขั้นต่ำ

นอกจากมาตรการช่วยเหลือผู้บริโภคแล้วนั้น เรายังได้มอบมาตรการพิเศษเพื่อช่วยเหลือร้านค้าบนแพลตฟอร์มแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของฝั่งร้านค้าและกระตุ้นยอดขายอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น 1. ร่วมสนับสนุนค่าส่งให้กับทางร้านค้าที่เข้าร่วมแคมเปญ 2. ฟรีค่าคอมมิชชั่นสำหรับร้านค้าใหม่เป็นเวลา 3 เดือน ผลักดันให้ร้านค้าต่างๆ ได้เข้าถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซง่ายขึ้น ร้านค้าเองยังเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้มากขึ้น เพิ่มรายได้จากการขายผ่านช่องทางออนไลน์หรือโซเชียลมีเดีย ทั้งหมดนี้ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจของเจดีเซ็นทรัลที่จะช่วยเหลือให้พันธมิตรทุกฝ่ายก้าวไปข้างหน้าด้วยกันอย่างมั่นคง

ลูกค้าสามารถช้อปสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าจำเป็นต่างๆ จากแคมเปญ “ล็อคดาวน์ปลอดภัย เซฟๆ ให้ 2 ต่อ” ซึ่งการซื้อสินค้าผ่านแคมเปญนี้ ลูกค้าจะได้รับคูปองส่วนลดสูงสุด 1,800 บาททุกวัน อีกทั้งยังมีส่วนลดค่าใช้จ่ายด้วยการมอบค่าส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ* ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋า พร้อมสร้างความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยด้วยการจัดส่งถึงหน้าบ้าน

  • ส่วนลดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 10% เมื่อซื้อสินค้า 500 บาทขึ้นไป (ลดสูงสุด 1,500 บาท)**
  • ส่วนลดสินค้าของใช้ในชีวิตประจำวันมูลค่า 300 บาท เมื่อซื้อสินค้า 2,000 บาทขึ้นไป**
  • ส่วนลดสินค้าของใช้ในชีวิตประจำวันมูลค่า 90 บาท เมื่อซื้อสินค้า 600 บาทขึ้นไป**
  • ส่วนลดสินค้าที่ร่วมรายการมูลค่า 30 บาท เมื่อซื้อสินค้า 299 บาทขึ้นไป***
  • ส่วนลดสินค้าที่ร่วมรายการมูลค่า 100 บาท เมื่อซื้อสินค้า 999 บาทขึ้นไป****

“เราเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่าย รู้สึกปลอดภัย ไม่ต้องออกไปเสี่ยงกับเชื้อโรคนอกบ้าน รวมถึงยังช่วยเพิ่มทั้งอุปสงค์ และรายได้ให้กับกลุ่มธุรกิจที่เป็นพันธมิตรกับเรา โดยเราเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน เราจะก้าวผ่านอุปสรรคอันเกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ไปได้ด้วยกัน” นายก่อลาภ กล่าวทิ้งท้าย

ช้อปอะไรดี? A&W ชวนชิม ข้าวปลานึ่งมะนาว

ในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยแบบนี้ เอแอนด์ดับบลิว ขอนำเสนอเมนูพิเศษแทนความห่วงใยด้วยเมนูใหม่ล่าสุด “ข้าวปลานึ่งมะนาว” เมนูปลารสเปรี้ยวจัดจ้าน ได้โปรตีนจากเนื้อปลาเน้นๆ ที่เรานำปลาดอลลี่อันอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่จำเป็น (Essential Amino Acids) ครบถ้วน และยังมีกรดไขมันจำเป็น โอเมก้า-3 วิตามินบี 2 มาเอาใจคนรักสุขภาพ สายเฮลตี้ที่อยากกินอาหารที่ได้สารอาหาร ได้โปรตีน ไขมันต่ำ แต่อิ่มท้อง โดยรสชาติไม่ต้องพูด เพราะอร่อยฟินด้วยปลาดอลลี่นึ่งสุกราดด้วยน้ำยำรสเปรี้ยวจัดจ้าน ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์พร้อมให้คุณรับประทานแล้วที่เอแอนด์ดับบลิวทุกสาขา

สามารถซื้อได้ทั้งที่หน้าร้าน หรือจะสั่งไว้ล่วงหน้าแล้วรับด้วยตนเองกับบริการ Self- Pick up ที่ A&W ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ ตรวจสอบรายชื่อสาขาใกล้บ้านได้ที่ https://bit.ly/3f1VD3V หรืออยู่บ้านก็สั่งผ่านเดลิเวอรี่ได้เลย ทั้ง 5 แพลตฟอร์ม เดลิเวอรี่

GRAB FOOD: http://bit.ly/2LX3iU4

Foodpanda: https://bit.ly/3dBrjya

Robinhood: https://bit.ly/3pA71bJ

Gojek: https://gofood.link/a/yM8fQQ5

Lineman: https://bit.ly/3grtMet

ช้อปปี้ อัดแคมเปญ Shopee Low Price 9 บาท ถูกคุ้ม ทุกวัน

ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน เดินหน้าปลุกมู้ดจับจ่ายโหมโรงก่อนมหกรรมช้อปออนไลน์ช่วงปลายปี ปล่อยแคมเปญสุดว้าว “Shopee Low Price 9 บาท ถูกคุ้ม ทุกวัน ย้ำยืนหนึ่งเรื่องความคุ้มค่า พาเหรดสินค้าราคาเริ่มต้น 9 บาท ฟาดไม่ยั้งกับโปรปังออนท็อป พร้อมแท็กทีมแคมเปญแอมบาสเดอร์คนล่าสุด แจ๊ส ชวนชื่น นักแสดงตลกขวัญใจชาวไทย ร่วมส่งมอบปรากฏการณ์ความคุ้มค่าทั่วไทยแบบไม่จำกัด เตรียมอัดกิจกรรมการตลาดและความบันเทิงเต็มสูบ ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคมจนถึง 31 ตุลาคม 2564

สุชญา ปาลีวงศ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด ช้อปปี้ (ประเทศไทยเปิดเผยว่า การจัดแคมเปญสินค้าราคาหลักหน่วย ถือเป็นสูตรสำเร็จที่ช้อปปี้ได้นำร่องมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 โดยได้รับการตอบรับที่ดีอย่างคาดไม่ถึงจากนักช้อปออนไลน์ทั่วประเทศ ดังจะเห็นได้จากยอดขายสินค้าที่หมดลงภายในเวลาอันรวดเร็ว และในโอกาสเข้าสู่ครึ่งปีหลัง ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการอุ่นเครื่องก่อนเข้าสู่มหกรรมดับเบิ้ลเดทสุดยิ่งใหญ่ที่นักช้อปทุกคนรอคอย ช้อปปี้ จึงได้สานต่อความสำเร็จในฐานะต้นตำรับแคมเปญสินค้าราคาหลักหน่วย ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “Shopee Low Price 9 บาท ถูกคุ้ม ทุกวัน ที่เปิดโอกาสให้นักช้อปสามารถเลือกซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันจากหลากหลายหมวดหมู่บนแพลตฟอร์มช้อปปี้ได้อย่างคุ้มค่า ในราคาเริ่มต้นเพียง 9 บาท ในทุก ๆ วัน ที่มาพร้อมกับดีล และโปรโมชันสุดปังเพิ่มเติมอีกด้วย

ภายใต้แคมเปญ Shopee Low Price 9 บาท ถูกคุ้ม ทุกวัน ช้อปปี้ได้ขนทัพความพิเศษมามอบให้ขาช้อปชาวไทยได้เพลิดเพลินไปกับความคุ้มค่าในทุก ๆ วัน โดยมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่

  • ถูกแสนถูกกับสินค้าราคาเริ่มต้นเพียง บาท: พบกับคอลเลคชั่นสินค้าลดสนั่นกว่าหลายพันรายการทุกวัน ครอบคลุมหลากหลายหมวดหมู่ทั้งเครื่องประดับ ของใช้ในบ้าน เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์เสริมสำหรับโทรศัพท์มือถือ และอีกมากมาย ให้ขาช้อปได้เลือกสรรกันอย่างจุใจ
  • ลดจุใจกับเซอร์ไพรส์ดีล ราคาเริ่มต้นเพียงแค่ บาทพร้อมเพิ่มรอบความคุ้มทุกวันพฤหัสบดี และวันฉลองแคมเปญใหญ่กับสินค้าราคาเริ่มต้นเพียง บาท!: เพื่อให้นักช้อปได้รับประสบการณ์ความคุ้มค่าที่มากยิ่งขึ้น ช้อปปี้ได้เตรียมเซอร์ไพรส์ดีลให้ช้อปกันอย่างเต็มที่ทุกวัน ด้วยสินค้าราคาเริ่มต้นเพียง 9 บาท ใน 2 ช่วงเวลา ได้แก่ 12.00 น. และ 21.00 น. และเพิ่มรอบพิเศษในทุกวันพฤหัสบดีกับสินค้าราคาเริ่มต้นเพียง 1 บาท ถึง 3 ช่วงเวลา ได้แก่ 00.00 น. 12.00 น. และ 21.00 น. ในวันดับเบิ้ลเดทแคมเปญ และวันที่ 15 ฉลองแคมเปญ Shopee Mid Month Sale
  • ช้อปเพลิน ๆ แบบไร้กังวลด้วยโปรส่งฟรี[1]ช้อปได้ช้อปดีแบบไม่สะดุดด้วยโปรส่งฟรีจากช้อปปี้, ShopeePay พันธมิตรธนาคารและสถาบันการเงินชั้นนำ ตลอดจนกิจกรรมแจกโค้ดใน Shopee Live และเกมใน Shopee Prizes

อีกหนึ่งความพิเศษของแคมเปญ Shopee Low Price 9 บาท ถูกคุ้ม ทุกวัน อยู่ที่การเปิดตัว คุณแจ๊ส ชวนชื่น ในฐานะทูตความฮาที่จะมาส่งมอบความคุ้มค่าแบบไม่จำกัดให้กับนักช้อปทั่วประเทศ ผ่านภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุดที่ผสมผสานคาแรคเตอร์ตลกมาดกวน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นในสไตล์คุณแจ๊ส ร่วมกับการถ่ายทอดเรื่องราวความคุ้มค่าราคา 9 บาท ที่มาพร้อมกับเพลง ท่าเต้นสนุกสนาน และคำคมแบบโดนๆ นับเป็นอีกครั้งที่ช้อปปี้ยังคงเรียกเสียงฮือฮาให้กับอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซไทย ด้วยการสร้างแคมเปญสื่อสารการตลาดที่สนุกสนาน แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร โดยช้อปปี้เชื่อมั่นว่าจะสามารถส่งสารไปยังฐานผู้บริโภคทั่วประเทศได้อย่างเข้าถึงและโดนใจ ซึ่งภาพยนตร์โฆษณาชุดดังกล่าวจะเริ่มออกอากาศตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ช้อปปี้ยังได้เตรียมสร้างการรับรู้แบบ 360 องศา ด้วยกิจกรรมการตลาดครบวงจรเพื่อสื่อสารและสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกับผู้บริโภค โดยบูรณาการสื่อและฟีเจอร์บนแอปพลิเคชันช้อปปี้ทั้งโฮมเพจแบนเนอร์ ไลฟ์ตรีมมิ่งบน Shopee Live เกมสุดสนุกใน Shopee Prizes และ Shopee Feed ร่วมกับการใช้สื่อนอกบ้าน สื่อโฆษณาเคลื่อนที่ สื่อโทรทัศน์ เครือข่ายสื่อวิทยุทั่วประเทศ สื่อออนไลน์ โซเชียลมีเดียแคมเปญที่สนุกสนาน แอฟฟิลิเอท มาร์เก็ตติ้ง อินฟลูเอนเซอร์ชั้นนำ ตลอดจนคอลเลคชั่นไลน์สติ๊กเกอร์สุดพิเศษที่สามารถดาวน์โหลดแล้วตั้งแต่วันนี้ ให้นักช้อปแบ่งปันความคุ้มค่าซึ่งกันและกัน ผ่าน 12 คาแรคเตอร์สุดฮาของคุณแจ๊ส ชวนชื่น

“แคมเปญ Shopee Low Price 9 บาท ถูกคุ้ม ทุกวัน ไม่เพียงแต่จะเป็นการปลุกสีสันความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซของเมืองไทยก่อนเข้าสู่ฤดูกาลของมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในช่วงปลายปี แต่แคมเปญดังกล่าวยังดำเนินการภายใต้แผนยุทธศาสตร์ของช้อปปี้ ที่มุ่งมั่นในการส่งมอบความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภคในทุก ๆ วัน ด้วยความตระหนักถึงความจำเป็นในการลดภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องชาวไทยท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก และตอกย้ำเจตนารมณ์ของช้อปปี้ ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่อยู่เคียงข้างนักช้อปชาวไทยในทุกช่วงเวลา” สุชญา กล่าวทิ้งท้าย

แม่ฮ่องสอน-กรุงเทพฯ หยุดเดินรถขนส่งผู้โดยสารสาธารณะ ถึง 30 ก.ค.64

จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีรถขนส่งผู้โดยสารสาธารณะ ให้บริการเดินทางตรงไปยังกรุงเทพฯ คือ สมบัติทัวร์ เพียงบริษัทเดียวล่าสุด สมบัติทัวร์และบริษัทในเครือ แจ้งหยุดเดินรถทุกเส้นทาง ตั้งแต่บัดนี้- วันที่ 30 กรกฎาคม 2564 สนองมาตรการในการลดการเดินทางข้ามจังหวัด เพื่อลดการแพร่ระบาดของ COVID-19

สำหรับผู้โดยสารที่ถือตั๋วจอง และชำระเงินก่อนวันที่ 26 พฤษภาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่สมบัติทัวร์หยุดให้บริการชั่วคราว อันเนื่องมาจากสถานการณ์โรค COVID-19 สามารถนำตั๋วโดยสารในช่วงดังกล่าวมาใช้สิทธิ์อย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

สิทธิพิเศษสำหรับผู้โดยสาร

1. เปลี่ยนชื่อ(ไม่คิดค่าธรรมเนียม) และ/หรือ เปลี่ยนเส้นทาง *หากราคาค่าโดยสารในเส้นทางที่เปลี่ยนต่ำกว่าราคาเดิม ทางบริษัทฯ จะคืนส่วนต่าง แต่หากราคาสูงกว่า ผู้โดยสารจะต้องจ่ายส่วนต่างเพิ่ม

2. อัพเกรดมาตรฐานรถเพิ่ม 1 มาตรฐาน

3. ตั๋วโดยสาร 1 ที่นั่ง แลกฟรีได้ 1 ที่นั่ง โดยต้องเดินทางในเที่ยวเดียวกัน และรถมาตรฐานเดิมเท่านั้น (เอกสารในการรับสิทธ์ โปรแลกฟรีได้ 1 ที่นั่ง ** ใช้สำเนาบัตรประชาชนของผู้เดินทาง และสำเนาบัตรประชาชนของผู้ที่ได้รับสิทธ์ฟรี)

ทั้งนี้ ตั๋วโดยสารที่อยู่ในช่วงวันเดินทาง ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2563 ในสถานการณ์โรค COVID-19 ที่ชำระเงินแล้ว สามารถนำมาเลื่อนหรือคืนได้ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2564 และตั๋วโดยสารที่ชำระเงินตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นไป จะไม่สามารถใช้สิทธิ์โปรโมชั่นนี้ได้ สำหรับตั๋วที่เลื่อนมาแล้ว และตั๋วโปรโมชั่นแลกฟรีต่างๆ ไม่สามารถนำมาคืนได้ แต่สามารถขยายระยะเวลาเดินทางได้ ส่วนท่านที่ประสงค์จะคืนตั๋วโดยสาร สามารถทำรายการคืนผ่านช่องทางออนไลน์ ส่วนการเลื่อนตั๋วโดยสารเพื่อขอรับสิทธิพิเศษ สามารถติดต่อได้ที่หน้าเคาน์เตอร์สมบัติทัวร์ที่เปิดให้บริการ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : Call Center 1215 เวลา 08.00-17.00 น. (ทุกวันทำการ)

Cr.เพจกรมประชาสัมพันธ์

ข่าวดี! ยาฟาวิพิราเวียร์ วิจัยและพัฒนาในประเทศ ลุ้นขึ้นทะเบียน อย.

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ติดตามความคืบหน้าการวิจัยและพัฒนาการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ในประเทศ สำหรับต้านไวรัสโควิด19 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circula-Green Economy) ของรัฐบาล โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รายงานว่า ได้มีการลงนามความร่วมมือระหว่างสวทช. องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และ บริษัท ปตท. เพื่อร่วมกันวิจัยและพัฒนากระบวนการสังเคราะห์สารตั้งต้น(Active Pharmaceutical Ingredients : API) ของการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ ความเป็นไปได้ในการผลิตเชิงพาณิชย์  เพี่อสร้างความมั่นคงทางยาให้แก่ประเทศไทย โดยความร่วมมือดังกล่าว มีความคืบหน้าอย่างมาก สามารถสังเคราะห์สารตั้งต้นที่มีความบริสุทธิผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และยังเป็นการสังเคราะห์จากสารตั้งต้นที่มีราคาถูกโดยไม่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันต้องมีการนำเข้ามากถึงร้อยละ 95 มากไปกว่านั้น ในเดือนกรกฎาคมนี้ ทางองค์การเภสัชกรรมคาดว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ที่ได้วิจัยและพัฒนาขึ้นนั้น จะได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และจากนั้นจะเป็นการผลิตเชิงพาณิชย์เพื่อให้ผู้ป่วยโควิด19 เข้าถึงยาอย่างเพียงพอ เมื่อทุกอย่างสำเร็จลุล่วง ประเทศไทยจะสามารถผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ในราคาที่ถูกกว่านำเข้าอย่างมาก

นางสาวรัชดา ได้กล่าวเพื่มถึงความร่วมมือระหว่าง สวทช. อภ. และ บริษัท ปตท. ด้วยว่า ครอบคลุมตั้งแต่การทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการ (Laboratory scale) การถ่ายทอดเทคโนโลยีจนถึงระดับอุตสาหกรรม (Industrial scale) ตลอดจนการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (Feasibility Study) ที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์ จึงถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลความร่วมมือรัฐ-เอกชนในการพัฒนาอุตสาหกรรมยา ขณะเดียวกันการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด19 โดยนักวิจัยไทยก็มีความก้าวหน้าไปมากเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขของไทย ระยะยาวนำไปสู่การลดการนำเข้า และยังเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ประเทศก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งบุคคลากรมีทั้งความรู้และนำไปต่อยอดเพื่อการผลิตขายต่อไปด้วย

ครม.เตรียมพิจารณามาตรการเยียวยา 10 จังหวัด

การประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ (13 ก.ค.64 ) พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยที่ประชุมจะมีการพิจารณามาตรการเยียวยาประชาชน ภายหลังยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ประกอบด้วย กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา ขณะเดียวกัน ครม.จะพิจารณาอนุมัติให้ขยายระยะเวลาการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทุกเขตพื้นที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2564

นอกจากนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เสนอขออนุมัติโครงการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงจระเข้และผู้ประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่อง สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)รายงานผลการดําเนินงานและงบการเงินของกองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง เสนอร่างกฎกระทรวง ฉบับที่ .. (พ.ศ…) ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการ ยื่นคําร้องขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สําหรับดอกเบี้ยที่ได้จากตั๋วเงินหรือตราสารแสดงสิทธิในหนี้ด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงอุตสาหกรรมจะรายงานผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy ) ของคณะกรรม มาธิการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา ส่วนกระทรวงแรงงาน รายงานผลการดําเนินงานการตรวจสอบที่มีต่อข้อเสนอแนะในการแก้ไข ปรับปรุง กฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคําสั่งใดๆ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน เรื่อง การเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวีในการสมัครงานกับบริษัทเอกชน