เห็นชอบจัดหาวัคซีนโควิดปีหน้า 120 ล้านโดส

นายแพทย์นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถานบันวัคซีนแห่งชาติ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติว่า 2 เรื่องสำคัญที่ที่ประชุมฯ พิจารณาและมีมติออกมา คือ 

1.กรอบการจัดหาวัคซีนโควิด 19  ในปีหน้า 2565 แก่ประชาชน อีก 120 ล้านโดส โดยคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ให้หาทั้งวัคซีนรูปแบบ mRNA ไวรัลเวกเตอร์ ซับยูนิตโปรตีน และรูปแบบอื่นๆ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ระบาด จำนวนซับพลายของวัคซีนและให้คำนึงต่อวัคซีนที่ตอบสนองต่อการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสที่จะมีขึ้นต่อไป โดยให้มีการจัดหาให้เพียงพอ ให้กับประชากรผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงวัคซีน และเป็นการฉีดเพิ่มเติมกรณีต้องได้รับการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในปีถัดไป รวมทั้งสำรองวัคซีนไว้ใช้ในกรณีที่เกิดการระบาดด้วย

นอกจากนี้ ยังมีมติให้กรมควบคุมโรคและสถาบันวัคซีนแห่งชาติ เร่งจัดหาวัคซีนสำหรับปี 2564 นี้ ให้ได้ตามเป้าหมาย 100 ล้านโดส

เรื่องที่ 2. คือการพิจารณาตัวร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้ ม.18 แห่ง พ.ร.บ.ความมั่นคงด้านวัคซีนแห่งชาติ พ.ศ.2561 ในการกำหนดสัดส่วนการส่งออกวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 ไปนอกราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว ซึ่งที่ประชุม ได้อภิปรายเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง พิจารณาทั้งผลกระทบและความเป็นไปได้ รวมทั้งองค์ประกอบอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาต่อไปข้างหน้า จนมีเห็นชอบในหลักการ ที่จะให้มีการออกประกาศนี้ โดยมอบให้ฝ่ายเลขานุการ คือ สถาบันวัคซีนแห่งชาติและกรมควบคุมโรคพิจารณาทบทวน ในเนื้อหาของร่างประกาศนี้ ทั้งผลกระทบและประโยชน์ด้านต่างๆที่ จะมีต่อประเทศและของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ให้พิจารณาให้รอบคอบ และให้ไปเจรจาอย่างเต็มที่กับผู้ผลิตวัคซีนเพื่อให้ส่งวัคซีนให้กับประเทศไทย ในจำนวนวัคซีนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ระบาดของโรคภายในประเทศไว้ก่อน เมื่อได้ผลประการใดให้รายงานกลับมาที่ประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ เพื่อให้ที่ประชุมฯ ได้เห็นชอบกับร่างประกาศนั้นต่อไป

ปิดอีก 3 โรงเรียนใน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน

นายดำรง ปันทวัง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจอมแจ้งมิตรภาพที่ 193 นายสาคร ชูเกียรติ ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลแม่สะเรียง (บ้านโป่ง) นายเรืองศักดิ์ ขาวสะอาด ผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 33 (บ้านทุ่งพร้าว) ในเขตพื้นที่ อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ออกประกาศ ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2564 ปิดโรงเรียนเนื่องด้วยเหตุพิเศษ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ตั้งแต่วันที่ 15 – 21 กรกฎาคม 2564

สำหรับโรงเรียนบ้านจอมแจ้งมิตรภาพที่ 193 ปิดเนื่องจากมีผู้ปกครองนักเรียนมีความใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) จากชุมชนบ้านทุ่งพร้าว หมู่ 4 ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อดังกล่าว โรงเรียนจึงได้คำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากรในโรงเรียนที่อาจเสี่ยงต่อการได้รับเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ได้

ส่วนที่โรงเรียนอนุบาลแม่สะเรียง (บ้านโป่ง ) และโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 33 (บ้านทุ่งพร้าว) พบว่ามีการเดินทางและเคลื่อนย้ายของราษฎรที่มีความเสี่ยงจากพื้นที่เสี่ยงสูงเข้าสู่ภูมิลำเนาและไม่มีการปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด ประกอบกับโรงเรียน มีจำนวนนักเรียนไป-กลับ และพักนอนเป็นจำนวนมาก หากเกิดการติดเชื้ออาจก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสแบบกลุ่มก้อนภายในโรงเรียนอย่างรวดเร็ว

ดังนั้น ทั้ง 3 โรงเรียนจึงขอประกาศปิดโรงเรียนตามวันและเวลาดังกล่าวข้างต้น พร้อมทั้งขอความร่วมมือคณะครู บุคลากร นักเรียน และผู้ปกครอง ปฏิบัติตามรายละเอียดดังนี้

1. ให้สังเกตอาการของตนเองตามประกาศการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) และปฏิบัติตนตามมาตรการการป้องกันอย่างเคร่งครัด หากมีภาวะหรืออาการบ่งบอกถึงความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ให้รีบแจ้งข้อมูลให้ครูประจำชั้น เจ้าหน้าที่ อสม. รพ.สต. โรงพยาบาล ที่ใกล้เคียงโดยทันที

2. ให้นักเรียนทุกคนหยุดมาโรงเรียนและเรียนอยู่ที่บ้านในช่วงระหว่างวันที่ 15 – 21 กรกฎาคม 2564 รวมระยะเวลา 7 วัน โดยให้ครูประจำชั้นประสานงานในการแจ้งทำความเข้าใจกับนักเรียนและผู้ปกครองให้รับทราบ

3. โรงเรียนบ้านจอมแจ้งมิตรภาพที่ 193 ไม่อนุญาตให้นักเรียนประจำพักนอน กลับภูมิลำเนาของตนเอง

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 15-21 กรกฎาคม 2564 ทางโรงเรียนจะประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากมีการเปลี่ยนแปลงประการใด โรงเรียนจะแจ้งให้ทราบโดยเร็วที่สุด

Cr.https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG210714143009960

ขยายระยะเวลาให้นายจ้าง-ลูกจ้าง เลื่อนส่งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

กระทรวงการคลัง มีมาตรการขยายระยะเวลาการช่วยเหลือนายจ้างและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 จากเดิมที่ผ่อนผันให้จนถึงงวดนำส่งเงินของเดือน มิ.ย.2564 ให้สามารถหยุดหรือเลื่อนการนำส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นการชั่วคราว

นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้มีมาตรการขยายระยะเวลาการช่วยเหลือนายจ้างและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จากเดิมที่ผ่อนผันให้จนถึงงวดนำส่งเงินของเดือนมิถุนายน 2564 ให้สามารถหยุดหรือเลื่อนการนำส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (กองทุนฯ ) เป็นการชั่วคราวตั้งแต่งวดนำส่งเงินของเดือนกรกฎาคม 2564 จนถึงงวดนำส่งเงินของเดือนธันวาคม 2564  โดยนับอายุการเป็นสมาชิกกองทุนฯ ต่อเนื่อง และคงสมาชิกภาพไว้ภายใต้หลักการและแนวปฏิบัติเดิม ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของลูกจ้างและนายจ้างที่ยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ในปัจจุบัน โดยมุ่งหวังให้ลูกจ้างที่เป็นแรงงานในระบบยังคงสถานะการเป็นสมาชิกกองทุนฯ และสามารถออมผ่านกองทุนฯ หลังจากที่สถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ได้คลี่คลาย เพื่อเป็นหลักประกันรายได้และนำไปสู่ความมั่นคงทางการเงินเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง ได้ออกประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง กำหนดประเภทธุรกิจ ระยะเวลา และเงื่อนไขให้ลูกจ้างหรือนายจ้างหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินสะสม หรือเงินสมทบเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพในท้องที่ที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจสาธารณภัย หรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจฉบับที่ 3 พ.ศ.2564 ซึ่งได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เมื่อวันที่12กรกฎาคม 2564 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 13กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป

หนองคาย เร่งประสานส่งตัวแรงงานต่างด้าวลาวกลับประเทศ

ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย นายณัฐวัสส์ วิริยานภาภรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด นำคณะทำงานประจำช่องทางเข้าออกประเทศด่านพรมแดนหนองคาย (สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 1 ) ร่วมหารือเพื่อประสานการส่งตัว ปชช.(แรงงานต่างด้าว) สปป.ลาว กลับประเทศในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รวมถึงพิจารณามาตรการสำคัญในการ เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดมอบหมาย

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในขณะนี้มีประชาชน (แรงงานต่างด้าว) ชาวสปป.ลาว ที่มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศซึ่งมีหลายกรณี ทำให้จังหวัดหนองคายต้องดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคติดต่อเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

กรณีสถานการณ์ปกติ ด่าน ตม.ตำรวจ และด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศสะพานมิตรภาพ 1 (หนองคาย) หรือ ด่าน คร. จะรับเรื่อง ตรวจเอกสาร ซักประวัติ และตรวจร่างกาย กรณีปกติ ประสาน ตม.ลาว แจ้งวันอนุญาตกลับ กรณีผิดปกติ ปชช.(แรงงานต่างด้าว) ด่าน คร.เฝ้าระวังสังเกตอาการตรวจร่างกาย ผลักด้นกลับประเทศ

กรณีหลบหนีเข้าเมืองไม่มีข้อหาอื่น ตม. ผลักดันออกจากราชอาณาจักร หากถูกจับกุมมีคดี หรือมีข้อหาอื่น พนักงานสอบสวนจะดำเนินคดีตามกฎหมาย และส่งเข้า Organizational Quarantine (OQ) เพื่อรอดำเนินคดี และส่งฟ้องศาล พนักงานสอบสวนส่งเรื่องให้ ตม. จากนั้น ตม.ดำเนินการผลักดันกลับประเทศ

กรณี อยู่เกินระยะเวลากำหนด (OVER STAY) ถูกจับกุม จะต้องจ่ายค่าปรับ จากนั้นพนักงานสอบสวนจะดำเนินการตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้ ตม. จากนั้น ตม.ดำเนินการผลักดันกลับประเทศต่อไป

เช็กด่วน! บขส. ปรับเส้นเดินรถภาคอีสาน

นายสัญลักข์ ปัญวัฒนลิขิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เพื่อให้การบริการรถโดยสารสาธารณะของ บขส. สอดคล้องกับมติของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ที่เห็นชอบมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส COVID-19 โดยขอความร่วมมือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล งดเดินทางออกนอกเคหะสถานตั้งแต่เวลา 21.00 – 04.00 น. และให้ระบบขนส่งสาธารณะหยุดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 21.00 – 04.00 น. นั้น บขส. ได้ปรับตารางเดินรถเพิ่มเติม ในวันที่ 13 – 25 กรกฎาคม 2564 ดังนี้

1. เส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก จากเดิมเปิดให้บริการ 10 เส้นทาง ปรับลดลงเหลือ 5 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ – นครพนม กรุงเทพฯ – เลย – เชียงคาน กรุงเทพฯ – สุรินทร์  กรุงเทพฯ – สังขะ – ขุขันธ์ – กันทรลักษณ์ – เดชอุดม – อุบลราชธานี กรุงเทพฯ – รัตนบุรี ให้บริการวันละ 1 เที่ยววิ่ง (ไป – กลับ)

2. เส้นทางภาคเหนือ ให้บริการเดินรถ 3 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ – คลองลาน กรุงเทพฯ – หล่มเก่า กรุงเทพ – อุตรดิตถ์ วันละ 1 เที่ยววิ่ง (ไป – กลับ)

3. เส้นทางภาคใต้ หยุดให้บริการเดินรถทุกเส้นทาง

สำหรับผู้โดยสาร บขส. ที่จองตั๋วล่วงหน้าเดินทางระหว่างวันที่ 13 – 25 กรกฎาคม 2564 สามารถติดต่อขอเลื่อนการเดินทาง หรือคืนตั๋วได้เต็มราคา โดยไม่หักค่าธรรมเนียม ได้ที่ช่องจำหน่ายตั๋วของ บขส. ก่อนเวลารถออก ไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง ส่วนผู้โดยสารที่ใช้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่สามารถขอคืนเงินค่าตั๋วได้ แต่สามารถแจ้งเลื่อนการเดินทางได้ ก่อนเวลารถออกไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง ทั้งนี้เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด สอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติม โทร. Call Center 1490 เรียก บขส. ตลอด 24 ชั่วโมง หรือติดต่อช่องขายตั๋วของ บขส. ทั่วประเทศ ทั้งนี้ในการเดินทางข้ามจังหวัด ขอให้ผู้ใช้บริการตรวจสอบประกาศ/คำสั่งจังหวัด มาตรการเข้า – ออกจังหวัด ข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบันจากเว็บไซต์ของ ศบค. หรือของจังหวัด ก่อนการเดินทางด้วย และขอความร่วมมือผู้ใช้บริการปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข D-M-H-T-T-A อาทิ เว้นระยะระหว่างกัน หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือบ่อย ๆ ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันไทยชนะ กรณีไม่สามารถใช้แอปพลิเคชันได้สามารถกรอกข้อมูลตามแบบฟอร์มที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด และหากเคยไปในพื้นที่เสี่ยง หรือสัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลในกลุ่มเสี่ยง ขอให้ใช้มาตรการกักตนเอง (Self-quarantine) อย่างเคร่งครัด เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ในวงกว้าง

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม คลิก https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/43730

LESS ยกย่องโครงการแม่แตง-โซลาร์รูฟ ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก 

นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บมจ. ยูเอซี โกลบอล (UAC) สุดปลื้มกับโครงการภายใต้การบริหารจัดการของ UAC ถึง 3 โครงการ อาทิ โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพจากพืชพลังงาน แม่แตง ช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ถึง 1,344.629 tCO2eq โครงการ Solar roof สหไทย ช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ถึง 216.361 tCO2eq และโครงการ Solar roof วงศ์บัณฑิต ช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ถึง 184.974 tCO2eq ส่งผลให้ได้รับประกาศเกียรติคุณ จากโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme) หรือ LESS ครั้งที่ 4 ประจำปี 2564 โดยสำนักงานประเมินและรับรองโครงการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์กรมหาชน) ตอกย้ำการเป็นบริษัทเอกชนด้านธุรกิจพลังงานทางเลือกซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมุ่งเน้นความรับผิดชอบต่อสังคมเสมอมา

EDL-Gen เผยนักลงทุนไทยตอบรับซื้อหุ้นกู้ครั้งที่ 1 ดี

บริษัท ผลิตไฟฟ้าลาว (มหาชน) หรือ EDL-Gen ปิดจองหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2564 อายุ ปี หลังนักลงทุนไทยให้ความสนใจซื้อ โดยนำเงินที่ได้ไปรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ชุดเดิม ที่ครบอายุไถ่ถอนเมื่อวันที่ 13 ก.ค. จำนวน 3,810.30 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

นายอดิศร วสุคุปต์ สิงห์สัจจะ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทวิน ไพน์ กรุ๊ป จำกัด ที่ปรึกษาชั้นนำในการระดมทุนกลุ่มประเทศ CLMVT ในฐานะที่ปรึกษาในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ให้กับ บริษัท ผลิตไฟฟ้าลาว (มหาชน) หรือ EDL-Gen เปิดเผยว่า หลังจาก  EDL-Gen ได้เปิดขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2564 อายุ ปี ในวันที่ 5-7 กค. ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักลงทุนไทยซื้อหุ้นกู้ชุดดังกล่าวเป็นอย่างดี โดย EDL-Gen นำเงินที่ได้จากการระดมทุนผ่านหุ้นกู้ชุดดังกล่าวประกอบกับกระแสเงินสดภายในของบริษัทมารีไฟแนนซ์หุ้นกู้ชุดเดิมที่ครบกำหนดอายุการไถ่ถอน เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2564 จำนวน 3,810.30 ล้านบาท เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2557 ที่ EDL-Gen ได้เริ่มเข้ามาออกหุ้นกู้ในประเทศไทย

ทั้งที่เป็นสกุล THB และ USD มูลค่ารวมประมาณ 34,050 ล้านบาท (หุ้นกู้สกุลเงินบาท 24,000 ล้านบาท และหุ้นกู้สกุลเงินดอลล่าร์สหรั 312 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ) โดยได้ครบกำหนดไถ่ถอนไปเรียบร้อยแล้วจำนวน 5,310.30 ล้านบาท คงเหลือยอดภาระหุ้นกู้จำนวนประมาณ 28,739 ล้านบาท โดยที่ผ่านมา EDL-Gen ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานกำกับดูแลในการออกและเสนอขายหุ้นกู้ สถาบันการเงิน ผู้จัดการการจัดจำหน่าย นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ 

นายวันแสง วันนะวง รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท ผลิตไฟฟ้าลาว (มหาชน) หรือ EDL-Gen ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานสะอาดรายใหญ่ใน สปป.ลาวกล่าวว่า ขอขอบคุณนักลงทุนทุกท่านและผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ทุกรายที่สนับสนุนการขายหุ้นกู้ชุดใหม่ในครั้งนี้ให้ลุล่วงด้วยดี ซึ่งบริษัทฯ ได้นำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปสร้างความเข้มแข็งของฐานะทางการเงิน โดยนำเงินไปรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ชุดเดิมที่ครบกำหนด อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังมีแผนเพิ่มเติมสำหรับการชำระคืนหุ้นกู้ชุดใหม่ที่เพิ่งจะออกไปในครั้งนี้ จากการใช้กระแสเงินสดภายในของบริษัท ที่จะมาจากเงินปันผลของโครงการโรงไฟฟ้าหลายๆโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากโครงการโรงไฟฟ้าเทินหินบูน และน้ำงึม ที่จะมีเงินปันผลเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญต่อจากนี้ไป 

ทั้งนี้ EDL-Gen มีแผนระดมทุนเพิ่มเติมจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่อีกครั้งช่วงเดือนกันยายนปีนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยได้เข้ามามีส่วนร่วมกับการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดใน สปป.ลาว ผ่านการลงทุนในหุ้นกู้ของ EDL-Gen และได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดี ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับเชิงบวกจากนักลงทุนไทยเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา 

เร่ง! ฉีดวัคซีนบูสเตอร์โดสทีมด่านหน้า

การระบาดของโรคโควิด-19 ที่เกิดจากสายพันธุ์เดลต้า เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์ เกิดความปลอดภัยมากขึ้น จึงต้องได้รับการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกครั้ง

สำหรับการฉีดวัคซีนกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Booster dose) นั้น บุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนซิโนแวคครบแล้ว มากกว่า 3 เดือน จึงควรได้รับวัคซีนกระตุ้นทันที ภายในเดือน ก.ค. นี้

รัฐบาลคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานด่านหน้าเป็นสำคัญ และจะธำรงรักษาระบบบริการสาธารณสุขของประเทศไทยไว้ให้มั่นคง

บุกจับยาบ้า 2.4 ล้านเม็ด

ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่ง ย่านฉลองกรุง เขตลาดกระบัง กทม. ภายหลังสืบทราบว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด นำยาบ้ามาซุกซ่อนไว้ก่อนเตรียมกระจายให้กับเครือข่าย เบื้องต้นพบยาบ้ารวมกว่า 2 ล้าน 4 แสนเม็ด บรรจุในถุงกระสอบ และพบผู้ต้องหา 1 คน

จากนั้นตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวน เพื่อขยายผลติดตามจับกุมเครือข่ายที่เหลือต่อไป ผู้ต้องหาให้การสารภาพว่า เช่าบ้านหลังนี้มา 2 เดือนแล้ว และจะรับยาเสพติดมาจากปริมณฑล เตรียมนำไปส่งให้กับเครือข่ายในพื้นที่

แต่เนื่องจากช่วงนี้ตำรวจมีการตั้งด่านเคอร์ฟิว ทำให้ยังไม่สามารถนำยาไปส่งได้ โดยเชื่อว่ายาล็อตดังกล่าว นำมาจากประเทศเพื่อนบ้านทางภาคเหนือ

พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร จตร.(สบ 8)ปฎิบัติราชการ บช.น. กล่าวว่า ตำรวจเฝ้าติดตามเครือข่ายนี้มาประมาณ 2 เดือนแล้ว กระทั่งพบว่ามีผู้ต้องหาขับรถยนต์ท่าทางมีพิรุธเข้ามาในหมู่บ้านย่านดังกล่าว จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมของกลาง

สร้าง รพ.สนาม 2,000 เตียง ที่ดอนเมือง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สร้าง รพ.สนาม 2,000 เตียง ที่อาคารคลังสินค้า 4 สนามบินดอนเมือง รับผู้ป่วยโควิดเขียว

#กองทัพอากาศ #กรมธนารักษ์ ร่วมกับการท่าอากาศยานดอนเมือง มอบพื้นที่ราชพัสดุ อาคารคลังสินค้า 4 #สนามบินดอนเมือง สร้าง #โรงพยาบาลสนาม พลังแผ่นดิน 3 เป็นโรงพยาบาลสนามระดับ 1 รองรับผู้ป่วย #โควิด19 ที่มีอาการไม่รุนแรง (สีเขียว) ได้ 2,000 เตียง ดูแลโดย #โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ

ปัจจุบันอาคารหลังนี้ เป็นอาคารที่ไม่ได้ใช้งาน มีขนาดพื้นที่ประมาณ 13,000 ตารางเมตร ตัวอาคารเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ตั้งอยู่ห่างจากอาคารผู้โดยสารหลัก (อาคาร 1 และอาคาร 2) ประมาณ 2.5 กม. ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารและชุมชนโดยรอบ

เมื่อปรับเป็นพื้นที่เป็นโรงพยาบาลสนามแล้ว จะเพิ่มระบบการรักษาความปลอดภัย กำหนดเส้นทางการเข้า-ออก ทั้งเส้นทางที่ปลอดเชื้อ และเส้นทางกรณีฉุกเฉิน รวมถึงระบบบำบัดน้ำเสีย ระบบระบายอากาศ การกำจัดสิ่งปฏิกูล ซึ่งก่อนการเปิดให้บริการจะต้องได้รับการตรวจและรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานสาธารณสุขและกรุงเทพมหานคร

Cr.เฟซบุ๊ค รัชดา-ธนาดิเรก