ไปรษณีย์ไทย ชี้แจงเจ้าหน้าที่เสียชีวิตโควิด-19

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อ COVID – 19 ที่มีความรุนแรงและต่อเนื่อง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของไปรษณีย์ไทยยังคงมีการติดเชื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (พื้นที่สีแดง) ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต จำนวน 3 ราย

ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเจ้าหน้าที่และครอบครัวของเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิต และยืนยันจะดูแลและมอบสวัสดิการแก่ผู้เสียชีวิตตามสิทธิและแนวทางการปฏิบัติของหน่วยงานโดยผู้ปฏิบัติงานที่เสียชีวิตมีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนกรณีเสียชีวิต ค่าทำศพ และเงินกองทุนสวัสดิการ ปณท

นอกจากนี้ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อเจ้าหน้าที่ งานบริการ และภาคประชาชน ไปรษณีย์ไทยจึงได้ เน้นย้ำมาตรการด้านความปลอดภัยและชีวอนามัยในทุกที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ ดังนี้

  • ที่ทำการไปรษณีย์ อาคาร หรือสถานที่ที่พบผู้ติดเชื้อ ไปรษณีย์ไทยให้หยุดกิจกรรมในพื้นที่ทันที พื่อเร่งทำความสะอาด ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ รวมทั้งพิจารณาปิดทำการ 1-3 วันตามความจำเป็น/เหมาะสม หรือตามคำสั่งของเจ้าพนักงานควบคุมโรคในพื้นที่ ตามรายละเอียดของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID – 19
  • ในกรณีที่มีเจ้าหน้าที่ติดเชื้อ หากพิจารณาแล้วสมควรปิดที่ทำการฯ ชั่วคราว จะจัดเจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดส่งสิ่งของให้กับลูกค้าได้รับโดยเร็ว
  • กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่มีความเสี่ยงสูง ให้ไปเข้ารับการตรวจคัดกรอง และหยุดทำงานเพื่อกักตัวสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำสามารถมาปฏิบัติงานได้ตามปกติ และให้หมั่นสังเกตอาการ หากพบอาการผิดปกติให้ไปเข้ารับการตรวจคัดกรองทันที
  • เพิ่มมาตรการเชิงรุกในการเข้ารับการฉีดวัคซีน โดยได้ประสานกับกรมควบคุมโรคและสาธารณสุขจังหวัดต่าง ๆ เพื่อขอจัดสรรวัคซีนป้องกัน COVID-19 เพิ่มเติมให้เจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่ได้รับวัคซีนเข็มแรกแล้วกว่า 12,000 คน และรับวัคซีนเข็มที่ 2 จำนวน 4,200 คน

    ที่ผ่านมาไปรษณีย์ได้เน้นย้ำให้เจ้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคนต้องระมัดระวัง และต้องปฏิบัติ ตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ไม่ประมาทในการดูแลตนเอง เพื่อความปลอดภัยในการใช้ชีวิต เนื่องจากเชื้อไวรัสสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและแพร่เชื้อสู่กันได้ง่ายขึ้น และยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการส่งสิ่งของอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ผู้ใช้บริการ ภาคเศรษฐกิจ และภาคสังคมได้รับผลกระทบ

จับกุมสาวแสบงัดตู้เติมเงิน

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ ปิตะบุตร, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ. ปทักข์ ขวัญนา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์, พ.ต.ท.รณกร สุขมงคล, พ.ต.ท.พงษ์พันธ์ ศิริภัทรนุกุล, พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ, พ.ต.ท.เอกสิทธิ์ ปานสีทา รอง ผกก.4 บก.ป. และ พ.ต.ท.ฐานิษฎ์ นันทาวิศิษฐ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองนครสวรรค์

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ภัทรพันธ์ ศิริเพิ่มพูลชัย สว.กก.4 บก.ป., ร.ต.อ.ธนัทเทพ สังกา รอง สว.กก.4 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.๔ บก.ป.

ร่วมกันจับกุม นางสาวจริญญา หรือน้อง (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ที่ 217/2562 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2562 ในความผิดฐาน“มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และเป็นผู้ขับขี่รถเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย”

สถานที่จับกุม หน้าบ้านพัก หมู่ที่ 10 ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์

พฤติการณ์ สืบเนื่องมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับการประสานมาจากตัวแทนบริษัทตู้เติมเงินชื่อดังแห่งหนึ่ง ว่าเมื่อช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2564 มีคนร้ายก่อเหตุลักเอาเงินสดภายในตู้เติมเงินไปจำนวนหลายครั้ง มูลค่าความเสียหายมากกว่า 10,000 บาท ซึ่งจากการสืบสวนทำให้ทราบตัวคนร้ายที่เชื่อว่าน่าจะก่อเหตุดังกล่าว คือ นางสาวจริญญาฯ (ผู้ต้องหา) ซึ่งมีหมายจับติดตัวอยู่ ๑ หมายจับ คือ หมายจับศาลจังหวัดนครสวรรค์ที่ 217/2562 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2562 ในความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายและเป็นผู้ขับรถเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย”

ในวันที่ 13 กรกฎาคม ๒๕64 เวลา 16.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงทำการจับกุมนางสาวจริญญาฯ ได้ที่หน้าบ้านพัก หมู่ที่ 10 ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ ซึ่งจากการสอบถามผู้ต้องหาให้การรับว่าเป็นผู้ลักเอาเงินสดที่อยู่ภายในตู้เติมเงินไปจริง ก่อเหตุมาแล้วเป็นจำนวน ๕ ครั้ง โดยจะเติมเงินเข้าไปในตู้เติมเงินก่อน หลังจากนั้นจะใช้อุปกรณ์งัดแงะเอาเงินออกมา แล้วปิดตู้ให้อยู่ในลักษณะเดิม ซึ่งเงินที่ได้จากการลักทรัพย์ผู้ต้องหานำไปใช้จ่ายและเล่นเกมส์ออนไลน์ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง จ.นครสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ช่องทางติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ภัทรพันธ์ ศิริเพิ่มพูลชัย สว.ชป.4 กก.4 บก.ป. โทร.0955242515

ทลายแอปเงินกู้ดอกโหด ย่านพระราม 3

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 14 ก.ค. พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร จตร. (สบ 8 ) ปฎิบัติราชการบช.น. พ.ต.อ. ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก.สส.บช.น .พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ธนศักดิ์ สว่างศรี สว.กก.สส.1 บก.สส.บช.น.สนธิกำลัง พ.ต.ท.ภูวเดช จุลกะเสวี รองผกก.5 บก.ปอศ. นำกำลังบก.สส.บช.น. และบก.ปอศ. พร้อมหมายศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ ค.118/2564 ลงวันที่ 13 ก.ค. เข้าตรวจค้นบริษัทเอ๊กซ์เพียว จำกัด ซึ่งตั้งอยู่อาคารริเวอร์วิว เพลส พระราม 3 ซอย 46 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา หลังสืบทราบว่ามีการลักลอบเปิดใช้เป็นสำนักของเครือข่ายเงินกู้ออนไลน์ แอปพลิเคชัน แมงโก้โลน (mango loan) และ โคโค่โลน(coco loan)

ที่เกิดเหตุ เป็นอาคารสูง8ชั้น บริเวณชั้นสอง ห้องเลขที่ 1258/31-34 ซึ่งมีลักษณะเป็น 4 ห้องติดกัน ภายในมีการดัดแปลงเป็นสำนักงาน มีกลุ่มพนักงานเป็นชาย 4 คน และหญิง 2 คนกำลังนั่งทำงานอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ ทันทีที่เจ้าหน้าที่ไปถึงกลุ่มพนักงานดังกล่าวพยายามวิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามจับกุม ก่อนเข้าตรวจยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่กระจายอยู่ตามห้องต่างๆ ได้จำนวน 30 เครื่อง พร้อมกับเอกสารบัญชีรายชื่อลูกค้าที่กู้ยืมเงิน โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง และซิทโทรศัพท์อีกจำนวนมาก

พล.ต.ท.จิรพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการตรวจค้นจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับร้องเรียนมีแก๊งเงินกู้ออนไลน์แอปพลิเคชันดังกล่าว เข้ามาเช่าอาคารพาณิชย์ลักลอบเปิดใช้เป็นสำนักงาน จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสกว่า2- 3 เดือน กระทั่งแน่ชัดแล้วว่ามีการกระทำดังกล่าวจริง จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายค้น เข้าตรวจค้นจับกุมผู้กระทำผิดดังกล่าว

สำหรับพฤติการณ์ของขบวนการดังกล่าว จะเปิดแอปพลิเคชันขึ้นมาเพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อกับลูกค้าให้เข้ามาติดต่อกู้เงิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทยที่มีความเดือดร้อนทางการเงิน โดยกู้1700 บาท ต้องผ่อน7 วัน โดยเป็นดอกเบี้ย 2910 บาท ส่งวันละ 415 บาท เฉลี่ยเป็นดอกเบี้ยตกวันละ 10% ต่อเดือน
นอกจากนี้ยังพบว่าขบวนการดังกล่าวมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด รวมถึงมีการติดตามทวงหนี้โดยลักษณะก่อกวนและข่มขู่ หากใครไม่ชำระหนี้ครบตามเวลาก็จะส่งข้อความไปให้กับบุคคลใกล้ชิด เพื่อประจานให้เกิดความอับอาย เนื่องจากในทางเทคนิคพบว่าแอพลิเคชั่นดังกล่าวมีการฝังโปรแกรมสปายเพื่อดูดข้อมูลในโทรศัพท์ และข้อมูลสำคัญด้วย

สอดรับกับพ.ต.อ. ธีระชัย ที่ระบุว่า จากแนวทางสืบสวนพบว่าขบวนการดังกล่าวมีนายทุนเป็นชาวจีน ทำมานานกว่า 1 ปี ที่ผ่านมามีการย้ายสถานที่สำนักงานมาแล้วหลายแห่งเพื่อให้ยากต่อการตรวจสอบ ก่อนจะย้ายมาตั้งออฟฟิศที่พระราม 3 นานกว่า2 เดือน โดยพนักงานส่วนใหญ่ที่จับกุมได้ในวันนี้ จะเป็นพนักงานที่ทำหน้าที่โทรติดตามเร่งรัดหนี้สินจากลูกค้า

จากการสอบสวนนายทศพร ยงเกียรติกานต์ อายุ 38 ปี ผู้จัดการบริษัทให้การว่า ตนมีหน้าที่ในการควบคุมดูแลพนักงานทั้งหมดให้ทวงหนี้ โดยเฉลี่ยต่อคนจะทวงหนี้ลูกค้า 40-50 คนต่อวัน

เบื้องต้นกลุ่มพนักงานที่ถูกจับกุมในวันนี้จะถูกดำเนินคดีในความผิดเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และความผิดประกอบธุรกิจสถาบันการเงิน ปี 2551 ส่วนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ตรวจยึดได้นั้น หลังจากนี้จะประสาน บก.ปอศ เข้าตรวจสอบข้อมูล เพื่อนำขยายผลเอาผิดกลุ่มนายทุนที่แท้จริง และผู้ร่วมขบวนการคนอื่นๆต่อไป

ทองคำปิดพุ่งสูงสุดในรอบเกือบ 1 เดือน

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 เดือนเมื่อคืนนี้  (14 ..) โดยได้แรงหนุนจากการที่นายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า เฟดจะเดินหน้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และจะยังไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังเพิ่มความน่าดึงดูดให้กับราคาทองคำ

ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนส.. เพิ่มขึ้น 15.1 ดอลลาร์ หรือ 0.83% ปิดที่ 1,825 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 มิ..2564

โดยสัญญาทองคำได้รับปัจจัยหนุนหลังจากนายพาวเวลได้กล่าวแถลงการณ์รอบครึ่งปีว่าด้วยนโยบายการเงินและภาวะเศรษฐกิจสหรัฐต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรเมื่อคืนนี้ โดยระบุว่า เฟดจะยังคงเดินหน้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการ QE และจะยังไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้อัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นในขณะนี้ พร้อมกับย้ำว่า เฟดจะใช้นโยบายการเงินในการสนับสนุนเศรษฐกิจสหรัฐ จนกว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์

ยอดโควิดวันนี้! ผู้เสียชีวิตพุ่ง 98 ราย

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม 2564 รวม 9,186 ราย จำแนกเป็น
ติดเชื้อใหม่ 9,107 ราย ผู้ติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 79 ราย ผู้ป่วยสะสม 343,352 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน) ผู้หายป่วยกลับบ้าน 5,543 ราย
ผู้หายป่วยสะสม 238,701 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน)
ผู้เสียชีวิต 98 ราย

คลิกด่วน! เผยช่องทางสมัครผู้ประกันตน ม. 40

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เผยช่องทางสมัครขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้หลายช่องทาง ได้สิทธิความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ถึง 3 ทางเลือก เพียงใช้บัตรประชาชนใบเดียว พร้อมจ่ายเงินสมทบทันที ทุกช่องทางการสมัครและชำระเงินไม่เสียค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด

นายนันทชัย ปัญญาสุรฤทธิ์ โฆษกสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคม ได้ให้ความสำคัญแก่แรงงานอิสระ ทั้งการปรับปรุงกฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้ แรงงานอิสระหรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีแต่ไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ สามารถสมัครขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ได้ การเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีเสียชีวิต ได้รับค่าทำศพ 50,000 บาท เป็นต้น สำหรับความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ประกันสังคมปัจจุบันมี 3 ทางเลือก คือ ทางเลือกที่ 1 จ่าย 70 บาท ทางเลือกที่ 2 จ่าย 100 บาท ทางเลือกที่ 3 จ่าย 300 บาท

โฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวต่อไปว่า สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 สามารถสมัครง่าย ๆ ด้วยตนเองผ่านมือถือที่เว็บไซต์ www.sso.go.th หรือผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-11) เคาน์เตอร์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) และที่เคาน์เตอร์บิ๊กซี (Big C) หรือสมัครผ่านผู้แทนเครือข่ายประกันสังคม ทั้งนี้ เมื่อสมัครแล้วสามารถจ่ายเงินสมทบได้ทันที

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/ จังหวัด/ สาขา ทั่วประเทศ หรือที่สายด่วน 1506 ให้บริการไม่เว้นวันหยุดราชการตลอด 24 ชั่วโมง

54 หน่วยงานได้รับจัดสรรวัคซีนซีโนฟาร์ม

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ประกาศว่า การจัดสรรวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์มให้หน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นครั้งที่ 1 ที่ยื่นความประสงค์มาในระบบขอรับการจัดสรรและส่งเอกสารรับรอง พร้อมแบบฟอร์มแผนการกระจายวัคซีนครบถ้วนแล้ว ดังนี้

1) องค์กรที่ได้รับการจัดสรรมีจำนวน 54 แห่ง เป็นจำนวนประชากรที่ได้รับจัดสรรในระยะที่ 1 นี้จำนวน 375,320 คน ตามลำดับความจำเป็นของกลุ่มกิจกรรมและกลุ่มเปราะบางในท้องถิ่น

2) ลำดับความสำคัญกลุ่มที่ได้รับการจัดสรรคือ
• กลุ่มองค์กรการศึกษา
• กลุ่มองค์กรการกุศล
• กลุ่มองค์กรด้านการแพทย์และการสาธารณสุข
• กลุ่มผู้พิการ
• กลุ่มผู้ด้อยโอกาส/ชุมชนแออัด
• ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป/ผู้ป่วยติดเตียง
• พระ/นักบวช

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจ/กิจกรรมอื่นๆ และองค์กรอื่นที่ส่งแผนการจัดกลุ่มมาสมบูรณ์ตามเวลาจะได้รับการจัดสรรตามกลุ่มกิจกรรมความจำเป็น ความรุนแรงของการระบาดและปริมาณวัคซีนที่มีมาในลำดับต่อไป

สามารถดาวน์โหลดรายชื่อองค์กรที่ได้รับการจัดสรรทางเว็บไซต์ https://www.chulabhornhospital.com/page.php?name=1533 และตรวจสอบสถานะการขอรับการจัดสรรวัคซีน ทาง https://vaccine.cra.ac.th/

สำหรับขั้นตอนการดำเนินการหลังจากได้รับการจัดสรร

1. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะส่งอีเมลไปยัง “ผู้บริหารสูงสุด” ของหน่วยงานที่ลงทะเบียนไว้ (โปรดตรวจสอบใน Junk mail ด้วย) ซึ่งท่านเป็นผู้เดียวเท่านั้นที่จะได้รับอีเมลเพื่อรับทราบ จำนวนที่ได้รับการจัดสรร ยอดการโอนเงิน พร้อม Username และ Password ของท่านและผู้ประสานงาน สำหรับล็อคอินเข้าใช้งานระบบองค์กรท่าน (ผู้บริหารสูงสุดเท่านั้นที่จะเป็นผู้ลงนามสัญญาข้อตกลงได้ผ่าน Username และ Password ส่วนตัวท่านผู้บริหาร) ทางเว็บไซต์ https://vaccine.cra.ac.th เพื่อรับทราบจำนวนวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรและยอดการโอนเงิน โปรดโอนเงินค่าวัคซีนเต็มจำนวน (รวมจำนวนที่บริจาค) ภายในวันที่ 20 กรกฎาคม เวลา 16.00 น. หากไม่โอนเงินตามเงื่อนไข ราชวิทยาลัยฯ จะนำจำนวนวัคซีนนั้นไปจัดสรรให้องค์กรอื่นต่อไป

2. หน่วยงานประสานกับโรงพยาบาลในท้องถิ่นที่ขึ้นทะเบียนให้บริการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มกับทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และนัดหมายวันให้บริการฉีดวัคซีนแก่ประชาชนในท้องถิ่น เพื่อทางราชวิทยาลัยจะได้จัดส่งวัคซีนไปยังโรงพยาบาลที่ท่านเลือกตามจำนวนโควต้าที่ได้รับการจัดสรรก่อนวันรับการฉีดอย่างน้อย 2 วันล่วงหน้า โดยท่านและโรงพยาบาลสามารถนัดวันฉีดวัคซีนเริ่มได้ตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2564 เป็นต้นไป
(ตรวจสอบโรงพยาบาลในพื้นที่จังหวัดท่านได้ทาง https://www.chulabhornhospital.com/page.php?name=1529 )

3. หน่วยงานองค์กรเตรียมรายชื่อบุคคลที่จะเข้ารับวัคซีนตามกลุ่มที่ได้รับการจัดสรร เพื่ออัพโหลดเข้าระบบของทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งท่านต้องทำการโหลดให้แล้วเสร็จล่วงหน้าก่อนวันนัดฉีดอย่างน้อย 2 วัน (โดยท่านไม่สามารถปรับเปลี่ยนรายชื่อหรือแก้จำนวนในระบบในช่วงเวลา 2 วันก่อน และ 2 วันหลังนัดรับการฉีดวัคซีนขององค์กร)โดยกลุ่มที่ได้รับการจัดสรรในลำดับแรก ได้แก่
• กลุ่มองค์กรการศึกษา
• กลุ่มองค์กรการกุศล
• กลุ่มองค์กรด้านการแพทย์และการสาธารณสุข
• กลุ่มผู้พิการ
• กลุ่มผู้ด้อยโอกาส/ชุมชนแออัด
• ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป/ผู้ป่วยติดเตียง
• พระ/นักบวช

ส่วนหน่วยงานที่ยังไม่ได้รับการจัดสรร เนื่องจากส่งเอกสารไม่ครบถ้วน (ไม่ได้จัดลำดับความสำคัญของกลุ่มด้อยโอกาส) หรือไม่ได้ส่งแผนการกระจายวัคซีน สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ทาง https://vaccine.cra.ac.th กดปุ่ม “สำหรับ อปท ยื่นแบบฟอร์มแผนการจัดลำดับกลุ่มการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในท้องถิ่น” และส่งเข้ามาได้ทางอีเมล : [email protected] ภายในวันศุกร์ 16 กรกฎาคม 2564 หากเลยกำหนดเวลา ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ขอตัดสิทธิ์เพื่อนำโควต้าวัคซีนไปกระจายจัดสรรให้กับผู้ที่มีความจำเป็นอื่นต่อไป

104 รายฝ่าฝืนเคอร์ฟิวคืนที่สอง

พล.ต.ต.ยิ่งยศ  เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีวิทยุสั่งการ ลงวันที่ 10 ก.ค.2564 สั่งการและกำชับการปฏิบัติไปยังทุกหน่วยงานในสังกัด ให้ปฏิบัติตามประกาศข้อกำหนดตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 ก.ค.64 ในการควบคุม ระงับ ยับยั้ง การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยเฉพาะพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยให้ประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด ฝ่ายปกครอง เพื่อตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจตราห้ามมิให้บุคคลออกนอกเคหสถานในห้วงระหว่างเวลา 21.00-04.00 น. นั้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติสรุปภาพรวมผลการปฏิบัติการตั้งจุดตรวจ ประจำวันที่ 14 ก.ค.2564 (ผลคืนวันที่ 13 ก.ค. 64) ดังนี้

1. พื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล

  • ฐานความผิดออกนอกเคหสถาน จำนวน 17 ราย

2. พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 1                 

  • ฐานความผิดออกนอกเคหสถาน จำนวน 29 ราย

3. พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7                 

  • ฐานความผิดออกนอกเคหสถาน จำนวน 14 ราย

4. พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9                 

  • ฐานความผิดออกนอกเคหสถาน จำนวน 44 ราย

รวมทั้งสิ้นจำนวน 104 ราย

ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้กำชับเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายยึดการปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด หากพื้นที่ใดมีการปล่อยปละละเลย ก็จะพิจารณาความบกพร่องทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดต่อไป นอกจากนี้หากพบเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งมายังสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติหมายเลข 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

cr.https://www.policetv.tv/archives/18960?fbclid=IwAR1iWW_cK08HKu3Rz_eQrUDFl6a102-7Bat-oKbehRuo_t3PVPgwU-MvokM

สายกะเพราต้องโดน!! อร่อยดี เริ่มต้น 89 บาท

คิดอะไรไม่ออก สั่งผัดกะเพราใครที่มาสายกะเพรา ร้าน “อร่อยดี” ชวนลองลิ้มเมนูจานเด็ด “หฤโหดโคตรกะเพรา” อาหารจานเทพ ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร รับรองว่าทุกจาน จะทำให้คุณได้แซ่บปากเบิร์น จัดจ้านสะใจ  คำเดียวมีสะดุ้ง ร้องซื้ด จื๊ดจ๊าด ร้อนแรง จนต้องพ่นไฟแน่

สำหรับเมนูเด็ด ซิกส์เนเจอร์  หฤโหดโคตรกะเพรา  ของร้านอร่อยดี มีจุดเด่นอยู่ที่ กะเพราสูตรดั้งเดิมโบราณ ผัดพริกแห้งผสมพริกสดกับกระเทียม เพิ่มความเผ็ดด้วยพริกขี้หนูแห้ง(จินดา) และพริกขี้หนูจินดาแดง ใช้วัตถุดิบหมูอย่างดี ผัดด้วยซอสสุดพิเศษ รสชาติกลมกล่อม ที่สำคัญเชฟและพนักงานของร้าน ใส่ใจความสะอาดได้มาตรฐานทุกขั้นตอน  ด้วยอาหารปรุงสุก สะอาด สดใหม่ ทุกออเดอร์  ที่สำคัญแซ่บปากเบิร์นจัดจ้านสะใจอีกด้วย

เพื่อให้ FC สายกะเพราได้ลิ้มลองจึงได้จัดโปรโมชั่น เพราะเรารู้ดีว่าเรื่องปากท้องเป็นเรื่องสำคัญ!  หฤโหด Combo set ตั้งแต่วันนี้ถึงสิ้นเดือนกันยายนนี้

หฤโหด Combo Set 1 : ข้าวหฤโหดโคตรกะเพราหมูสับ/ไก่ชิ้น + ไข่ดาว + ชามะนาวเย็น ราคา ราคาเพียง 80 บาท  (จากปกติ 138 บาท)

หฤโหด Combo Set 2 : ข้าวหฤโหดโคตรกะเพราหมูสับ/ไก่ชิ้น + ไข่ดาว + แกงจืดเต้าหู้หมูสับ + ชามะนาว เย็น ราคาเพียง 139 บาท (จากปกติ 227 บาท)

หฤโหด Combo Set 3 : ข้าวหฤโหดโคตรกะเพราหมูสับ/ไก่ชิ้น + ไข่ดาว 2 ที่ + ข้าวผัดรถไฟไก่ชิ้น + ชามะนาวเย็น 2 ที่ ราคาเพียง 259 บาท (จากปกติ 365 บาท)

ติดตามโปรแน่นๆ  เน้นจุกๆ  ลดให้แบบไม่กลัว COVID และสั่ง อร่อยดี ผ่านช่องทาง Delivery ได้แล้วทุกช่องทาง รับรองอร่อยเหมือนเดิม

Grabfood : https://bit.ly/2uMaSuM

Lineman : https://lineman.onelink.me/1N3T/f3c71a8

Gojek : https://bit.ly/2E4OcL2

Foodpanda : https://bit.ly/3eGQ7Vv

รายละเอียดเพิ่มเติม

Facebook: https://web.facebook.com/CRGAroiDeeRestaurant

LINE Official Account เพียงแอด @ aroideerestaurant

Instagram: crgaroidee

 

ท็อปส์ – แฟมิลี่มาร์ท จัดล็อคราคาสินค้า ราคาเริ่มต้น 9 บาท

นายสเตฟาน คูม  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “จากสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ที่รุนแรงอย่างต่อเนื่อง นำไปสู่การประกาศพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด  ท็อปส์ และ แฟมิลี่มาร์ทในเครือเซ็นทรัล รีเทล สร้างความมั่นใจรับประกันสต็อคสินค้าอุปโภค-บริโภคมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการในทุกสาขา ทุกจังหวัดที่เปิดให้บริการ รวมทั้งวางแผนบริหารการจัดส่งสินค้าภายใต้มาตรการคุมเข้มของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมวางมาตรการเชิงรุกประสานความร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตสินค้าซึ่งเป็นพันธมิตรของเรา ในการจัดเตรียมสินค้าคงคลังให้มีปริมาณเพียงพอเพื่อเติมสินค้าให้กับหน้าร้านได้ทุกวัน  รวมทั้งการจัดเตรียมพนักงานและเพิ่มความถี่ในการเติมสินค้าที่ชั้นวาง และร่วมมือกับกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์  เพื่อดูแลปริมาณสินค้าให้เพียงพอ ตลอดจนจัดให้มีการจำหน่ายสินค้าในราคาประหยัด  โดยการจัด “ล็อคราคา” สินค้าอุปโภค-บริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำกว่า 100 รายการ ตั้งแต่วันนี้ – 7 กันยายน 2564 ที่ท็อปส์, เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ และ แฟมิลี่มาร์ททุกสาขา โดยสินค้า “ล็อคราคา” จัดมาครบทุกหมวดหมู่ทั้งของกิน ของใช้ อาหารสด ราคาเริ่มต้น 9 บาท อาทิ สมาร์ทผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่มชนิดเติม 450 มล., ถูกใจน้ำปลาผสมขนาด 700 มล., ท็อปส์ข้าวหอมผสมคัดพิเศษ 5 กก. 129 บาท, เด็กสมบูรณ์ซอสหอยเข้มข้น 800กรัม 29 บาท, มายช้อยส์น้ำมันรำข้าว 1 ลิตร 55 บาท, คนอร์ซุปก้อนรสหมู รสไก่ไม่ใส่ผงชูรส 60 กรัม 19 บาท, มงกุฎทะเลปลาแมกเคอเรลในซอสมะเขือเทศ 145 กัม 12 บาท, เห็ดเข็มทอง แพค 200 กรัม 15 บาท, แอปเปิ้ลแดงไซส์แอล ลูกละ 11 บาท ฯลฯ ทั้งนี้การเปิดให้บริการในทุกสาขาอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันโควิด-19 อย่างเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและพนักงานทุกคน  

นอกจากนั้น เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ www.tops.co.th รวมทั้งบริการสั่งซื้อสินค้าผ่าน GrabMart และ Foodpanda  ซึ่งบริษัทฯ ได้พยายามอย่างเต็มที่ในการดูแลระบบสั่งซื้อและบริหารการจัดส่งสินค้าให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับปริมาณการสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น พร้อมให้ความสำคัญกับมาตรฐานป้องกันโควิด-19 คุมเข้มด้านความสะอาด ปลอดภัยในการจัดส่งสินค้าทุกออเดอร์ถึงมือลูกค้า

ติดตามรับข้อมูลข่าวสาร บริการ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพิ่มเติมได้ที่ www.tops.co.th, เฟซบุ๊ก TopsThailand, FamilyMartThailand หรือ แอปพลิเคชันไลน์: @TopsThailand, @Topsonline และ @FamilyMartThailand