Home ทัศนะ ‘โรงพิมพ์ด่านสุทธา’สู่จุดสูงสุดพร้อมปรับทิศธุรกิจ

‘โรงพิมพ์ด่านสุทธา’สู่จุดสูงสุดพร้อมปรับทิศธุรกิจ

182

                                                                                           ขันติ ลาภณัฐขันติ... เรื่อง/ภาพ

บันไดทางเดินของโรงพิมพ์ด่านสุทธาก้าวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดช่วงที่ผ่านมา ผ่านร้อนหนาวผจญฝนฟ้ามาแล้วถึง 45 ปี แม้ระหว่างทางเดินจะมีช่วงขั้นบันไดลานกว้างเป็นจุดพักบ้าง แต่ก็ยังคงสามารถก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้เรื่อย ๆ กระนั้นก็หาใช่ว่า ไม่มีอุปสรรคอะไรเลย ซึ่งก็คงจะเป็นคำกล่าวที่เกินจริง

คุณปฐม สุทธาธิกุลชัย ประธานกรรมการ บริษัท ด่านสุทธาการพิมพ์ จำกัด เรียกว่า ธุรกิจเหมือนน้ำขึ้นน้ำลงปรับตัวตลอดเวลา

บ่อยครั้งที่โรงพิมพ์ด่านสุทธาโตแบบสวนกระแส  บางครั้งหยุดชะงักบ้างตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ดังที่เคยกระทบหนักมาแล้วในยุคเศรษฐกิจฟองสบู่แตกเมื่อปี พ.ศ.2540 แต่ก็ผ่านไปด้วยดีและมีการเติบโตชดเชยก้าวกระโดดคล้อยหลังจากนั้นไม่นาน  ประมาณว่าเป็นจุดสูงสุดของธุรกิจเลยก็ว่าได้

ดัชนีชี้วัดความสำเร็จของการทำธุรกิจโรงพิมพ์ อาจไม่มีเครื่องมือวัดที่ชัดเจน แต่ถ้าถามถึงกำลังการผลิตและความพร้อมขององค์กรก็พอจะตอบได้ว่า ในวันที่ร้อนแรงที่สุดคือ มีเครื่องพิมพ์ขนาด 1 สี, 4 สีและ 5 สี จำนวนมากถึง 11 เครื่อง ส่วนใหญ่เป็นเครื่องไฮเดลเบิร์ก รองลงมาเป็นแมนโรแลนด์ โคโมริและอื่น ๆ มีระบบงานก่อนพิมพ์ด้วยเทคโนโลยีที่พร้อมสรรพ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ทูเพลท (CTP) เครื่องปรู๊ฟดิจิตอล 3 เครื่อง มีเครื่องจักรในกระบวนการงานหลังพิมพ์เพียงพอ รองรับงานต่อเนื่องได้อย่างไม่ขาดไม่เกิน มีพนักงาน 150 คน และที่สำคัญมียอดขายต่อเดือน 10 ล้านบาทขึ้นไป

“เรื่องขนาดโรงพิมพ์ใหญ่ไม่ใหญ่ผมว่าไม่สำคัญหรอก สำคัญอยู่ที่เราทำงานให้ลูกค้าพอใจได้ไหม ทั้งเรื่องบริการ ราคาและคุณภาพ ซึ่งเป็น 3 สิ่งที่ได้ยึดถือมาตลอด และพิมพ์งานมาแล้วเป็นล้าน ๆ ชุด มีทั้งองค์กรภาครัฐและเอกชนให้ความไว้วางใจใช้บริการมาอย่างต่อเนื่อง และที่ภูมิใจที่สุดคือ มีโอกาสได้รับงานพิมพ์จากสำนักพระราชวัง, สำนักงานเสริมสร้างเอกลักษณ์แห่งชาติ, สำนักนายกรัฐมนตรี  โครงการสารานุกรมไทย สำหรับเยาวชน และจัดพิมพ์งานพระราชนิพนธ์ของพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์”

คุณปฐมระบุว่า สถานการณ์ของโรงพิมพ์ด่านสุทธา ขึ้นกับกระแสเศรษฐกิจและความเปลี่ยนแปลงทางสังคมเช่นเดียวกันกับโรงพิมพ์หรือธุรกิจอื่น ๆ เปรียบได้กับน้ำขึ้นน้ำลง ต้องมีการปรับตัวตลอดเวลา ดังเช่นล่าสุด ต้องเผชิญกับ Digital Disruption การรุกคืบของเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดียทำให้การบริโภคงานพิมพ์ลดลง ส่งผลให้มีงานพิมพ์ส่วนหนึ่งหายไป จึงต้องปรับทิศทางธุรกิจเล็กน้อยคือ เพิ่มการให้บริการงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์มากขึ้นด้วย

“การปรับทิศทางธุรกิจด้วยการพิมพ์บรรจุภัณฑ์นั้นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด และถือเป็นความโชคดีกว่าโรงพิมพ์ที่เริ่มต้นใหม่ เพราะเรามีบุคลากร เครื่องพิมพ์และเทคโนโลยีต่าง ๆ รองรับได้อยู่แล้ว โดยเพียงแต่เพิ่มเครื่องหลังการผลิตมาทางบรรจุภัณฑ์มากขึ้น และพัฒนาองค์ความรู้ด้านบรรจุภัณฑ์ให้แก่บุคลากรเท่านั้น”

ปัจจุบันหลังจากโรงพิมพ์ด่านสุทธา เพิ่มให้บริการงานพิมพ์บรรจุภัณฑ์แล้ว 3 ปี สามารถทำยอดขายได้คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10 % ของยอดขายรวม และมีท่าทีที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไปอีกเช่นกัน

ปันน้ำใจสู้ภัยโควิด-19 แก่สังคมแวดล้อมโรงพิมพ์ในซอยลาดพร้าว 87